ภูมิธรรมโยนถามพรรคร่วม หลัง ‘ทักษิณ’ บอกรัฐบาลไปต่อยาว-อนาคตจับมือกันอีก เชื่อ ‘นายกฯแพทองธาร’ มั่นใจได้กลับมา ปมคลิปเสียง เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ย้ำคุย ‘ฮุน เซน’ ส่วนตัวไม่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องผลประโยชน์ชาติ ไม่หวั่นไหว ภท.เดินสายดูด สส.ใต้ฝั่งรัฐบาล
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงงานเลี้ยงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล นอกจากบรรยายบนเวทีแล้ว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้พูดคุยหารืออะไรบนโต๊ะอาหารหรือไม่ ว่าเป็นการเล่าเรื่องธรรมดาบนโต๊ะอาหาร ตามที่ใครคิดอะไรออกก็ชวนกันคุย
ส่วนการบรรยายของทักษิณเป็นการเพิ่มความมั่นใจกับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะได้ไปต่อกันยาว ๆ รวมถึงในอนาคตก็จะเป็นพรรคร่วมกันอีกหรือไม่ นายภูมิธรรมยิ้มหัวเราะ ก่อนบอกว่าต้องไปถามพรรคร่วมว่ารู้สึกอย่างไร
ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีความมั่นใจว่าจะได้กลับมาทำงานต่อ ตรงนี้มีสัญญาณอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายกฯไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด และมีการชี้แจงให้สังคมรับทราบชัดเจน ซึ่งเคยพูดซ้ำไปแล้ว ว่าจะหากลวิธีโดยการพูดคุยเพื่อชักชวนให้เขา (ฮุน เซน) เข้ามาแก้ปัญหาร่วมกันกับเรา แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้นำประเทศโดยทางตรง แต่เป็นผู้นำทางความคิดให้กัมพูชา
และจริง ๆ ไม่ใช่การคุยทางการ แต่ที่ค่อนข้างจะเป็นทางการเรานั่งรอร่วมกัน มีตนซึ่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีต่างประเทศ และเลขาธิการนายกฯ จนรู้สึกว่าใช้เวลานาน ถึงได้บอกนายกฯ ว่าไม่ต้องนั่งรอ และตนได้บอกนายเคลียง ฮวด ว่า “เฮ้ย นี่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ต้องการคุยกับผู้นำของคุณ ซึ่งคุณเป็นคนประสานเองด้วยนะ”
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า นายฮวดบอกว่าสถานการณ์ในกัมพูชาดีขึ้นแล้ว มีความเข้าใจมากขึ้น น่าจะแก้ปัญหาได้ในฐานะลุงหลาน ซึ่งนายกฯก็ใช้ความเป็นส่วนตัวคุย ซึ่งไม่ใช่การคุยอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการคุยส่วนตัว และจริง ๆ กัมพูชาเป็นคน โทร.เข้ามา โดยเรานั่งคุยพร้อมกัน 3-4 คน ซึ่งไม่มีเนื้อหาใดเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ
ดังนั้น นายกฯ มั่นใจอยู่แล้วว่าชี้แจงได้ และได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าดูจากเจตนาและเรื่องราวที่ได้คุยกับฮุน เซน มาก่อน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่นำมาเล่าให้สังคมรับทราบ ซึ่งชัดเจนว่ามีการบิดเบือนไปหลายอย่าง สื่อคงเข้าใจดี
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่กับสถานการณ์การเมือง เพราะตัวนายภูมิธรรมเองก็มีคดี ซึ่งจะมีการพิจารณาไล่เลี่ยกับนายกฯ มีการวางแผน 1 แผน 2 หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าเราอยู่กับความเป็นจริง กระบวนการฟ้องแก้เก้ออะไรต่าง ๆ มองว่าสาธารณชนรับรู้ ซึ่งกรณีของตนเรื่องฮั้ว สว. ข้อเท็จจริงนี้ไม่ใช่ตนพูด ถามคนในสังคมทั้งหมดเขารับรู้ ถามสื่อเองก็เชื่อว่ารับรู้ ดังนั้น สิ่งที่เราทำคือทำเรื่องที่ผิดให้ถูกขึ้น
“ผมเองที่โดนข้อกล่าวหา ก็ไม่ทราบว่าทาง สว.ฟ้องผมเรื่องอะไร เพราะผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ผมเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กพค. ซึ่งวันนั้นมีการประชุม กคพ. และผมเป็นประธานเพื่อเข้าไปรับฟัง และร่วมรับฟังว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีการชี้ว่ามีการตีความกฎหมายซึ่งเป็นปัญหา ผมก็เปิดให้มีการอภิปรายถกเถียง ให้ไปย้อนดูเทปการประชุมได้”
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า การพูดคุยวันนั้นมีความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ถ้าจะโหวตก็มีกรรมการหลายคนที่ขาดประชุม และมีข้อท้วงติงจากกฤษฎีกา จึงขอให้กลับไปพิจารณาใหม่ และนำประเด็นที่ถกเถียงไปช่วยกันคิด ไม่อยากให้สังคมมองว่าดึงเรื่องยืดเยื้อ จึงขอเวลา 7 วันเพื่อกลับมาประชุม
พร้อมย้ำว่าตนก็ทำหน้าที่ในฐานะประธาน ถ้าตนไม่เข้าประชุมก็ถือว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และทั้งหมดนี้ตนดูว่าเป็นอำนาจของดีเอสไอ ตอนเข้ามาในฐานะที่จะรับเป็นคดีพิเศษเท่านั้น
“มาฟ้องผม ผมไม่เข้าใจว่าต้องการเบี่ยงประเด็นหรืออย่างไร ผมไม่ทราบ ไม่ห่วงว่าจะมีข้อกังวลอะไร ผมยื่นคำชี้แจงไปแล้ว จะให้เพิ่มพยานหลักฐานผมไม่เพิ่ม เพราะสิ่งที่ผมยื่นไปแล้วชัดเจนทุกอย่าง พร้อมย้ำไม่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นพยานเอกสารเพิ่มเติมอีก เพราะมันเป็นข้อเท็จจริงที่ผมพูด จะพิจารณาอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาล”
เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมือง ว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีการเดินสาย อย่างล่าสุดไปภาคใต้จะไปดูดหรือทาบทาม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีสัญญาณว่าจะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าต้องถามประชาชนว่าสิ่งที่พูดมันน่าฟังไหม
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยหวั่นไหวหรือไม่ที่เขาจะไปดูด สส.ฝั่งรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวพร้อมหัวเราะว่า มันน่าดูดไหม ก่อนเดินขึ้นห้องประชุม