สตาร์บัคส์มุ่งปูพรมสาขาภูธร ส่งเมนู 95 บาทขยายฐานลูกค้าใหม่
สตาร์บัคส์มุ่งปักธงสาขาต่างจังหวัดทั้งหัวเมืองหลัก-รอง หลังทำเล กทม.เริ่มแน่น พร้อมส่งเมนูไฟติ้งกาแฟ-ช็อกโกแลต 95 บาท/แก้ว คู่เมนูชา-น้ำผลไม้สไตล์ไทย หวังเปิดใจลูกค้าใหม่ ย้ำตรึงราคาถึงสิ้นปีแม้ต้นทุนกาแฟพุ่ง 20-30% มั่นใจต้นปี ‘70 แตะ 600 สาขาแน่นอน
นางเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดกาแฟในไทยยังคงแข็งแกร่ง แม้มีความท้าทายทั้งทางเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ เห็นได้จากการใช้บริการของลูกค้าในร้านสตาร์บัคส์และยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ
เช่นเดียวกับข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ระบุว่า ตลาดกาแฟรวมในไทยมีมูลค่า 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 8.33% หลังคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 8.92% สะท้อนความนิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองกาแฟเป็นทั้งไลฟ์สไตล์และธุรกิจที่สร้างโอกาส
อย่างไรก็ตามพฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดกาแฟที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ธุรกิจต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวให้ทัน อาทิ ความนิยมเครื่องดื่มอื่น ๆ นอกจากกาแฟ, การให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์, การมิกซ์แอนด์แมตช์เครื่องดื่มคู่กับขนมหลากหลายชนิด, ความต้องการสถานที่ประชุมงาน รวมไปถึงดีมานด์กาแฟในต่างจังหวัด เป็นต้น
นางเนตรนภากล่าวต่อไปว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้บริษัทจะเพิ่มดีกรีการขยายสาขาในต่างจังหวัดให้เข้มข้นขึ้น เน้นจังหวัดหัวเมืองและเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก และอาจมีเมืองรองบางส่วน เนื่องจากทำเลในกรุงเทพฯ เริ่มหนาแน่นจากทั้งจำนวนร้านสตาร์บัคส์เองและคู่แข่งหน้าเดิม-หน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้าปักธงสาขาในกรุงเทพฯ ขณะที่ในต่างจังหวัดยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากและมีพื้นที่รองรับความต้องการของลูกค้าอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ บริษัทยังเดินหน้าปักธงสาขาใหม่ โดยเฉพาะทำเลในศูนย์การค้าที่ทยอยเปิดตัวใหม่กันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้คาดว่าต้นปี 2570 บริษัทจะมีสาขาในไทยแตะ 600 สาขา หลัง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 สตาร์บัคส์มีสาขาทั้งหมด 574 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 65% และต่างจังหวัด 35% โดยยังมีอีก 25 จังหวัดที่ยังไม่มีสาขาสตาร์บัคส์อยู่เลย
มุ่งไซซ์กลางรับคนนั่งในร้าน
ในการขยายสาขายังเน้นร้านไซซ์กลางพร้อมห้องประชุม ควบคู่กับร้านไดรฟ์ทรูเป็นหลัก เนื่องจากเทรนด์ของลูกค้าชาวไทยที่ไม่เพียงต้องการเข้ามานั่งดื่มเครื่องดื่ม-ทำงานในร้าน แต่ดีมานด์การใช้ห้องประชุมยังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาใกล้อาคารสำนักงานและสถานศึกษา เช่นเดียวกับความต้องการความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง
ส่วนร้านแบบเพตเฟรนด์ลี่ (Pet-Friendly) ซึ่งมีพื้นที่กลางแจ้งสำหรับให้สัตว์เลี้ยงนั้นอยู่ระหว่างหาทำเลที่เหมาะสม หลังเปิดสาขาแรกที่สาขาธนบุรี มาร์เก็ต เพลสนั้นได้รับผลตอบรับดีมาก
“เรายังคงตัวเลขการขยายสาขาเฉลี่ย 30 สาขาต่อปีเช่นเดิม แต่จะพิจารณาอย่างระมัดระวังมากขึ้น และพร้อมปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจ”

ส่งเมนู 95 บาทรับดีมานด์
นางเนตรนภาเสริมว่า นอกจากการปักธงสาขาแล้วอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทจะใช้สร้างฐานลูกค้าในต่างจังหวัด คือ เมนูเครื่องดื่มราคา 95 บาท นำร่องด้วยช็อกโกแลตเย็น Iced Shaken Chocolate และกาแฟ Starbuck Es Yen ซึ่งเชื่อว่าด้วยราคาจับต้องง่ายขึ้นนี้จะสามารถดึงดูดผู้บริโภคในต่างจังหวัดให้ตัดสินใจเข้ามาทดลองชิมและใช้บริการในร้านได้ง่ายขึ้น
“ต้องย้ำว่าเมนู 95 บาทนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นราคาถูกหรือการลดคุณภาพของเมนูเดิม แต่เป็นสูตรใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ จากเป้าหมายให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์และคุณภาพตามมาตรฐานของสตาร์บัคส์ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น”
ส่งเมนูสไตล์ไทยขยายฐานลูกค้า
เช่นเดียวกับการต่อยอดกระแสนิยมเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ทั้งชาและน้ำผลไม้ปั่น และความสำเร็จของกลยุทธ์การพัฒนาเมนูที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรมและวัตถุดิบไทย ในเครื่องดื่มซีรีส์น้ำตาลโตนดที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
โดยเตรียมเปิดตัวเมนู “ทุเรียนปั่นผสมครีมโฟมกะทิอัญชัน” ซึ่งใช้ผลไม้ไทยยอดนิยมอย่างทุเรียน มะพร้าว ตกแต่งด้วยสีของดอกอัญชันให้เหมาะแก่การถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดียก่อนดื่ม สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่
พร้อมต่อยอดความนิยมชาไทยที่มาแรงต่อเนื่องยาวนาน ด้วยเมนู “ชาไทย พุดดิ้ง” เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ชอบทานขนมหรือชานมให้เข้าใช้บริการ รวมถึงขยายไลน์อาหารให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน และย้ำโพซิชั่นในฐานะบ้านหลังที่ 3 สำหรับการทำงาน การพักผ่อน และการพบปะสังสรรค์ตลอดทั้งวันอีกด้วย
“ตอนนี้ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มของผู้บริโภคชัดเจนมากขึ้น เราจึงเห็นโอกาสเติบโตจากเมนูอื่น ๆ นอกเหนือจากกาแฟ โดยหันมาพัฒนาเครื่องดื่มรสชาติท้องถิ่นที่คนไทยคุ้นเคยด้วยทีม R&D ในไทย”

ผนึกพันธมิตรปั้นสินค้าพรีเมี่ยม
พร้อมกันนี้มุ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยปัจจัยอื่นนอกจากกาแฟ โดยร่วมมือกับพันธมิตรจากวงการต่าง ๆ มาพัฒนาตัวคอลเล็กชั่นลิมิเต็ด เช่น Starbucks l POP MART MOLLY ที่ผสานเสน่ห์ของแบรนด์สตาร์บัคส์เข้ากับแคแร็กเตอร์ MOLLY ผ่านเครื่องดื่ม แก้วและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าพรีเมี่ยมสามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญในทุกโปรโมชั่น
ยืนยันตรึงราคาถึงสิ้นปี
นางเนตรนภาย้ำว่า แม้ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้น อาทิ เมล็ดกาแฟเพิ่มขึ้น 20-30% และมัตฉะเพิ่มขึ้น 50-60% เมื่อเทียบกับช่วยเดียวกันของปีก่อน เพราะผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก แต่บริษัทจะยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2569 นี้ หลังก่อนหน้านี้ปรับราคาเพิ่มขึ้นไปแล้วเฉลี่ย 5 บาทต่อแก้วเมื่อเดือนก่อน
โดยระหว่างนี้จะรับมือด้วยการบริหารจัดการ อาทิ ปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟเพื่อให้ได้ต้นทุนการรับซื้อเมล็ดกาแฟที่ดีขึ้น, ปรับปรุงและใช้ประโยชน์จากช่องทางด้านระบบภาษีการนำเข้าเพื่อลดภาระต้นทุนโดยรวมลง, เพิ่มปริมาณการเก็บสต๊อกสินค้าเพื่อลดผลความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เป็นต้น
ทั้งนี้มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายมีสาขาในไทยแตะ 600 สาขาในช่วงต้นปี ‘70 พร้อมรายได้ปี ‘69 เติบโตสูงกว่าตลาด