น้ำน่านคลี่คลาย “อรรถกร” เตรียมมาตรการเยียวยาหลังน้ำลด
“อรรถกร” ระดมกำลัง เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมน่าน มุ่งกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาเร่งด่วนหลังน้ำลด รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด สนับสนุนเมล็ดพันธ์ุเพาะปลูก ให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิด “ปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่หลังประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน” และปล่อยคาราวาน “คืนความสะอาด เก็บกวาดขยะ ล้างถนน” ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยจากพายุ “วิภา” ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่านในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานและการเกษตรเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ได้สั่งกรมชลประทานและหน่วยงานในสังกัด ร่วมกับจังหวัดน่านและมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ตลอดจนภาคีเครือข่ายจิตอาสา จัดกิจกรรมปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในเบื้องต้น และสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการเกษตรให้กลับมาดำเนินการได้โดยเร็ว
โดยกรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องจักร และคาราวานรถมากกว่า 40 คัน อาทิ รถบรรทุกเทท้าย รถไถฟาร์มแทรกเตอร์ รถตักหน้าขุดหลัง รถบรรทุกน้ำ รถฉีดล้าง เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะมีการขุดลอกและปรับปรุงระบบส่งน้ำที่ตื้นเขินหรือได้รับความเสียหาย การซ่อมแซมอาคารชลประทานที่สำคัญ การให้ความช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบของแรงงาน เครื่องจักรกล และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
“สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านในปีนี้มาเร็วกว่าปกติ โดยในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯได้กระจายกำลังผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้สถานการณ์น้ำลดลงแล้ว แต่สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไป คือการฟื้นฟูทำความสะอาด ซึ่งวันนี้กรมชลประทานและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับจังหวัดน่านและมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำความสะอาดอย่างเต็มกำลังตลอดทั้งวัน”
สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ตนได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เร่งสำรวจ ช่วยเหลือ และเตรียมมาตรการเยียวยาเร่งด่วนหลังน้ำลด รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด สนับสนุนเมล็ดพันธ์ุเพาะปลูก ให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ รายงานผลกระทบด้านการเกษตรของจังหวัดน่าน โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ส.ค. 68) พบว่า 1.ด้านพืช เกษตรกร 10,970 ราย พื้นที่ 24,792 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 20,047 ไร่ พืชไร่ 3,904 ไร่ พืชสวน 84 1 ไร่ 2.ด้านประมง เกษตรกร 2,222 ราย บ่อปลา 894 ไร่ 3.ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 43,801 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 1,687,679 ตัว แบ่งเป็น โค 43,294 ตัว กระบือ 4,317 ตัว สุกร 61,306 ตัว แพะแกะ 2,130 ตัว สัตว์ปีก 1,576,632 ตัว แปลงหญ้า 3,206 ไร่ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
