Skip to content

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาแม่ทัพภาค 2 ยั่วยุ-ละเมิดดีลหยุดยิง

11 ส.ค. 2568 | 13:45น.
กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาแม่ทัพภาค 2 ยั่วยุ-ละเมิดดีลหยุดยิง

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์โจมตีแม่ทัพภาคที่ 2 ของประเทศไทย กล่าวหาว่าแถลงการณ์ยั่วยุ วางแผนบุกยึดปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือนธม รุกรานอำนาจอธิปไตย ขัดต่อข้อตกลงในการประชุม GBC

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2025 ที่ผ่านมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนกรณีความรุนแรงไทย-กัมพูชา โดยได้ระบุถึงเป้าหมายก่อนการเกษียณอายุราชการในอีก 51 วันว่า จะทำให้ดีที่สุดและจะนำปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธมกลับมาให้ได้

ล่าสุดวันที่ 11 ส.ค. 2025 กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประณามแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และระบุว่าแถลงการณ์ของแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยมีรายละเอียดดังนี้

1.ยึดปราสาทตาควาย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมโดยชอบธรรมของกัมพูชา
2.ประกาศปิดปราสาทตาเมือนธม ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา

คำแถลงของแม่ทัพภาคที่ 2 นี้ถือเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความพยายามยั่วยุ และวางแผนล่วงหน้าเพื่อรุกรานอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุในการประชุมวิสามัญ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2025 และละเมิดเจตนารมณ์ของการประชุมวิสามัญของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2025 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งระบุว่าทั้งสองฝ่ายต้องไม่เคลื่อนย้ายกำลังพล รวมถึงการงดลาดตระเวนเกินขอบเขตตำแหน่งปัจจุบัน

ทางกัมพูชาขอย้ำจุดยืนที่แน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางกัมพูชาหวังว่าฝ่ายไทยจะยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ด้วยความจริงใจ เพื่อแก้ไขปัญหาพิพาทเรื่องพรมแดนเพื่อคืนสันติภาพให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชายังได้ยื่นคำร้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศพันธมิตรที่ได้ทำงานอย่างหนักจนนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ และขอเรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิงไม่เพียงทางวาจาเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมด้วย และหยุดยั้งการละเมิดและยั่วยุทั้งหมด และรื้อลวดหนามที่อยู่ในดินแดนกัมพูชาโดยทันที

ทางโฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชายืนยันว่า สถานการณ์โดยรวมที่ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงสงบ และทั้งสองฝ่ายควรคงเสถียรภาพนี้ไว้ต่อไป เพื่อร่วมกันปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่จะขัดขวางสันติภาพ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นความปรารถนาร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นความปรารถนาของประชาคมโลกอีกด้วย ซึ่งมีข้อความแสดงความยินดีและการสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงมากมายเป็นข้อพิสูจน์ รวมถึงผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทย-กัมพูชา