เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

‘ปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียง’ อุดรฯ ชูนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานโลก

13 ส.ค. 2568 | 16:33น.
Ban Chiang

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ “ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี” ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในเส้นทางสาย L-U-C-K สายที่ 2 “อุดรธานี มีดี” เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์สินค้าที่ได้รับแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ประจำจังหวัดอุดรธานี และเป็นหนึ่งใน 18 สินค้า GI ของภาคอีสาน สู่ตลาดโลกที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืน

ยกระดับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น

“กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี บ้านเชียง” ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน แหล่งมรดกโลกกว่า 5,000 ปี สะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมเก่าแก่ผ่านทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่า “ดินดำบ้านเชียง” ผสานกับนวัตกรรมและภูมิปัญญาจนกลายเป็นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงที่มีการออกแบบให้ใช้งานจริงได้ในชีวิตประจำวัน โดยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำบ้านเชียง ได้แก่ ลายก้นหอย ลายก้านขด ที่ผสมความร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, ชาตรี ตะโจปะรัง
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, ชาตรี ตะโจปะรัง

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสี ถูกบุกเบิกโดย “นายชาตรี ตะโจปะรัง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พ่อแหล่” ผู้ก่อตั้งกลุ่มและประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสีในปัจจุบัน

พ่อแหล่เล่าว่า เดิมทีชาวบ้านเชียงมีอาชีพผลิตและขายเครื่องปั้นดินเผากันอยู่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นตนเองทำอาชีพรับจ้างเพนต์ลายเครื่องปั้นทั่วไป ต่อมาจึงเริ่มทำร้านค้าจำหน่ายเล็ก ๆ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถลงมือทำเครื่องปั้นเองได้ด้วย แต่จากประสบการณ์เปิดร้านทำให้สังเกตว่านักท่องเที่ยวมีความตั้งใจมาเรียนรู้ และชื่นชอบเอกลักษณ์ของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง จึงเกิดไอเดียใหม่ที่อยากจะยกระดับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นให้เติบโตได้มากขึ้น

ปั้นหม้อบ้านเชียง

จนกระทั่งปี 2547 ได้ก่อตั้ง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสี” มีสมาชิกกลุ่มกว่า 20 คน แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบตามความถนัดของตน เช่น การเป็นวิทยากร การปั้น การเพนต์ลาย และการขายผ่านออนไลน์ บางส่วนมีหน้าร้านขายของตนเอง

ต่อมาปี 2565 ชุมชนบ้านเชียงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม เข้ามาพัฒนาจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการปั้นหม้อเขียนสี เอกลักษณ์บ้านเชียงให้แก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่

สินค้า GI หนึ่งเดียวในจังหวัด

เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ผลิตจากดินเหนียวพิเศษจากห้วยดินดำ มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน คุณภาพสูงกว่าดินเหนียวทั่วไป ซึ่งเป็นดินชนิดเดียวกันกับที่บรรพบุรุษเราใช้ปั้นเมื่อสมัยก่อน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง นิยมทำเป็นรูปแบบของที่ระลึกขนาดเล็ก โดยอิงตามแบบของจริง ทั้งลวดลาย ลักษณะทรวดทรง สี เพื่อให้นักท่องเที่ยวนำกลับได้ เช่น กำไลลูกปัดข้อมือ

ที่ผ่านมาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ได้กลายเป็นสินค้าโอท็อป ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสินค้า GI ที่โดดเด่นของภาคอีสาน 18 แห่ง ภายใต้ชื่อ “GI ของดีอีสาน มาตรฐานโลก”

อีกทั้งได้รับรองมาตรฐานและขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GIX) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และเป็นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง GI ของ จ.อุดรธานี ในปี พ.ศ. 2552

ปั้นหม้อบ้านเชียง

นักท่องเที่ยวคึกคักตลอดปี

ปัจจุบันมีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมาเยือนตลอดทุกเดือน นิยมมาแบบกรุ๊ปและแบบครอบครัว โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน มีคิวแน่นตลอดทั้งเดือน ในขณะที่ชาวต่างชาติมีมาอย่างต่ำ 10 กรุ๊ปต่อเดือน ทั้งจีน ลาว ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และยุโรป ฝรั่งเศส

ในด้านความนิยมสินค้า คนไทยจะชื่นชอบสินค้าร่วมสมัยหรือที่สามารถใช้งานได้เป็นหลัก เน้นรูปแบบสมัยใหม่ สีสันฉูดฉาด มีความแวววาว ขณะที่ชาวต่างชาติจะชื่นชอบการสะสมของโบราณ ความเก่า “บางครั้งของที่ผลิตมาแล้วไม่ชอบ เราคัดออก แต่ต่างชาติมาเห็นแล้ว Amazing อยากได้มาก เราจึงมองว่าของที่เราทำมามีค่าทุกชิ้น”

ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมและอาชีพเสริม ที่สร้างการกระจายรายได้ในชุมชน จากร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา, การร่วมมือกับร้านอาหารในชุมชนสำหรับการจัดมื้ออาหารให้กรุ๊ปนักท่องเที่ยว หรือการนำสินค้าเกษตรมาขาย เช่น กล้วย ข้าว รวมถึงร้านค้าแผงลอย เป็นต้น เกิดรายได้เข้ากลุ่มอย่างน้อย 40,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกที่เปิดร้านจำหน่ายแล้วร่วมลงหุ้นไว้ ซึ่งจะได้ส่วนเงินปันผลท้ายปี ถือเป็นรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่อื่น

ปั้นหม้อบ้านเชียง

นวัตกรรมเตาเผา-ลดการสูญเสีย

หากได้มาเยือนศูนย์เรียนรู้ จะเห็นว่าเครื่องปั้นดินเผาที่ตั้งโชว์จำนวนมาก เพราะมีความตั้งใจอยากให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจ ได้สัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมความเป็นบ้านเชียงมากที่สุด เราจึงทำสินค้าเลียนแบบเสมือนจริงเพื่อโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

รวมถึงได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ได้ลงมือทำตั้งแต่การปั้น การเผา การเขียนลายเขียนสี และต่อยอดพัฒนาเครื่องปั้นดินเผานั้นให้เป็นของที่ระลึกสำหรับจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ได้ยกระดับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยพัฒนากระบวนการผลิตที่ทันสมัยโดยใช้นวัตกรรมเตาเผาพลังงานลมทดแทน โดยมีท่อสำหรับให้ความร้อนวนอยู่ในเตาอบ ใช้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิ และมีเทอร์โมมิเตอร์โชว์ระดับอุณหภูมิ ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการเผา จากเดิมต้องใช้เวลา 8-9 ชั่วโมง เหลือเพียง 5 ชั่วโมง ช่วยให้เครื่องปั้นดินเผามีความแข็งแรง ลดอัตราการสูญเสียลงได้เกือบ 100%

ในขณะที่ปัจจุบันยังมีหลายพื้นที่ใช้การเผาแบบโบราณ ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการเผาอีกด้วย

ปั้นหม้อบ้านเชียง

หวังใช้แอนิเมชั่นเพื่อการสอน

เนื่องจากที่ศูนย์การเรียนรู้มีกลุ่มสถาบันการศึกษา และนักท่องเที่ยวมาต่อเนื่อง จึงอยากให้มีผู้สนับสนุนพัฒนาการเรียนการสอน จากการบรรยายให้กลายเป็น การ์ตูนแอนิเมชั่น เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต-วิธีการผลิตได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องอธิบายมากนัก และเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุกสนานเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาศูนย์การเรียนรู้ได้รับการตอบรับอย่างดีมาตลอด โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นครปฐม, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในการเข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การจัดรูปแบบศูนย์เรียนรู้ การประชาสัมพันธ์ การหาช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีมาตรฐานสากล และสร้างความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้วิสาหกิจปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียงสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ตราบใดที่ยังมีบ้านเชียง ยังต้องมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาอยู่คู่เสมอ ไม่ใช่แค่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียง แต่มันคือเอกลักษณ์ของ จ.อุดรธานี ของประเทศไทย และของโลก นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจ”