Skip to content

‘ปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียง’ อุดรฯ ชูนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานโลก

13 ส.ค. 2568 | 16:33น.
‘ปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียง’ อุดรฯ ชูนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานโลก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ “ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี” ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในเส้นทางสาย L-U-C-K สายที่ 2 “อุดรธานี มีดี” เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์สินค้าที่ได้รับแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ประจำจังหวัดอุดรธานี และเป็นหนึ่งใน 18 สินค้า GI ของภาคอีสาน สู่ตลาดโลกที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืน

ยกระดับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น

“กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี บ้านเชียง” ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน แหล่งมรดกโลกกว่า 5,000 ปี สะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมเก่าแก่ผ่านทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่า “ดินดำบ้านเชียง” ผสานกับนวัตกรรมและภูมิปัญญาจนกลายเป็นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงที่มีการออกแบบให้ใช้งานจริงได้ในชีวิตประจำวัน โดยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำบ้านเชียง ได้แก่ ลายก้นหอย ลายก้านขด ที่ผสมความร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, ชาตรี ตะโจปะรัง
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, ชาตรี ตะโจปะรัง

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสี ถูกบุกเบิกโดย “นายชาตรี ตะโจปะรัง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พ่อแหล่” ผู้ก่อตั้งกลุ่มและประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสีในปัจจุบัน

พ่อแหล่เล่าว่า เดิมทีชาวบ้านเชียงมีอาชีพผลิตและขายเครื่องปั้นดินเผากันอยู่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นตนเองทำอาชีพรับจ้างเพนต์ลายเครื่องปั้นทั่วไป ต่อมาจึงเริ่มทำร้านค้าจำหน่ายเล็ก ๆ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถลงมือทำเครื่องปั้นเองได้ด้วย แต่จากประสบการณ์เปิดร้านทำให้สังเกตว่านักท่องเที่ยวมีความตั้งใจมาเรียนรู้ และชื่นชอบเอกลักษณ์ของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง จึงเกิดไอเดียใหม่ที่อยากจะยกระดับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นให้เติบโตได้มากขึ้น

ปั้นหม้อบ้านเชียง

จนกระทั่งปี 2547 ได้ก่อตั้ง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปั้นหม้อเขียนสี” มีสมาชิกกลุ่มกว่า 20 คน แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบตามความถนัดของตน เช่น การเป็นวิทยากร การปั้น การเพนต์ลาย และการขายผ่านออนไลน์ บางส่วนมีหน้าร้านขายของตนเอง

ต่อมาปี 2565 ชุมชนบ้านเชียงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม เข้ามาพัฒนาจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการปั้นหม้อเขียนสี เอกลักษณ์บ้านเชียงให้แก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่

สินค้า GI หนึ่งเดียวในจังหวัด

เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ผลิตจากดินเหนียวพิเศษจากห้วยดินดำ มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน คุณภาพสูงกว่าดินเหนียวทั่วไป ซึ่งเป็นดินชนิดเดียวกันกับที่บรรพบุรุษเราใช้ปั้นเมื่อสมัยก่อน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง นิยมทำเป็นรูปแบบของที่ระลึกขนาดเล็ก โดยอิงตามแบบของจริง ทั้งลวดลาย ลักษณะทรวดทรง สี เพื่อให้นักท่องเที่ยวนำกลับได้ เช่น กำไลลูกปัดข้อมือ

ที่ผ่านมาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ได้กลายเป็นสินค้าโอท็อป ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสินค้า GI ที่โดดเด่นของภาคอีสาน 18 แห่ง ภายใต้ชื่อ “GI ของดีอีสาน มาตรฐานโลก”

อีกทั้งได้รับรองมาตรฐานและขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GIX) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และเป็นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง GI ของ จ.อุดรธานี ในปี พ.ศ. 2552

ปั้นหม้อบ้านเชียง

นักท่องเที่ยวคึกคักตลอดปี

ปัจจุบันมีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมาเยือนตลอดทุกเดือน นิยมมาแบบกรุ๊ปและแบบครอบครัว โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน มีคิวแน่นตลอดทั้งเดือน ในขณะที่ชาวต่างชาติมีมาอย่างต่ำ 10 กรุ๊ปต่อเดือน ทั้งจีน ลาว ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และยุโรป ฝรั่งเศส

ในด้านความนิยมสินค้า คนไทยจะชื่นชอบสินค้าร่วมสมัยหรือที่สามารถใช้งานได้เป็นหลัก เน้นรูปแบบสมัยใหม่ สีสันฉูดฉาด มีความแวววาว ขณะที่ชาวต่างชาติจะชื่นชอบการสะสมของโบราณ ความเก่า “บางครั้งของที่ผลิตมาแล้วไม่ชอบ เราคัดออก แต่ต่างชาติมาเห็นแล้ว Amazing อยากได้มาก เราจึงมองว่าของที่เราทำมามีค่าทุกชิ้น”

ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมและอาชีพเสริม ที่สร้างการกระจายรายได้ในชุมชน จากร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา, การร่วมมือกับร้านอาหารในชุมชนสำหรับการจัดมื้ออาหารให้กรุ๊ปนักท่องเที่ยว หรือการนำสินค้าเกษตรมาขาย เช่น กล้วย ข้าว รวมถึงร้านค้าแผงลอย เป็นต้น เกิดรายได้เข้ากลุ่มอย่างน้อย 40,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกที่เปิดร้านจำหน่ายแล้วร่วมลงหุ้นไว้ ซึ่งจะได้ส่วนเงินปันผลท้ายปี ถือเป็นรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่อื่น

ปั้นหม้อบ้านเชียง

นวัตกรรมเตาเผา-ลดการสูญเสีย

หากได้มาเยือนศูนย์เรียนรู้ จะเห็นว่าเครื่องปั้นดินเผาที่ตั้งโชว์จำนวนมาก เพราะมีความตั้งใจอยากให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจ ได้สัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมความเป็นบ้านเชียงมากที่สุด เราจึงทำสินค้าเลียนแบบเสมือนจริงเพื่อโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

รวมถึงได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ได้ลงมือทำตั้งแต่การปั้น การเผา การเขียนลายเขียนสี และต่อยอดพัฒนาเครื่องปั้นดินเผานั้นให้เป็นของที่ระลึกสำหรับจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ได้ยกระดับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยพัฒนากระบวนการผลิตที่ทันสมัยโดยใช้นวัตกรรมเตาเผาพลังงานลมทดแทน โดยมีท่อสำหรับให้ความร้อนวนอยู่ในเตาอบ ใช้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิ และมีเทอร์โมมิเตอร์โชว์ระดับอุณหภูมิ ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการเผา จากเดิมต้องใช้เวลา 8-9 ชั่วโมง เหลือเพียง 5 ชั่วโมง ช่วยให้เครื่องปั้นดินเผามีความแข็งแรง ลดอัตราการสูญเสียลงได้เกือบ 100%

ในขณะที่ปัจจุบันยังมีหลายพื้นที่ใช้การเผาแบบโบราณ ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการเผาอีกด้วย

ปั้นหม้อบ้านเชียง

หวังใช้แอนิเมชั่นเพื่อการสอน

เนื่องจากที่ศูนย์การเรียนรู้มีกลุ่มสถาบันการศึกษา และนักท่องเที่ยวมาต่อเนื่อง จึงอยากให้มีผู้สนับสนุนพัฒนาการเรียนการสอน จากการบรรยายให้กลายเป็น การ์ตูนแอนิเมชั่น เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต-วิธีการผลิตได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องอธิบายมากนัก และเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุกสนานเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาศูนย์การเรียนรู้ได้รับการตอบรับอย่างดีมาตลอด โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นครปฐม, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในการเข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การจัดรูปแบบศูนย์เรียนรู้ การประชาสัมพันธ์ การหาช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีมาตรฐานสากล และสร้างความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้วิสาหกิจปั้นหม้อเขียนสีบ้านเชียงสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ตราบใดที่ยังมีบ้านเชียง ยังต้องมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาอยู่คู่เสมอ ไม่ใช่แค่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียง แต่มันคือเอกลักษณ์ของ จ.อุดรธานี ของประเทศไทย และของโลก นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจ”