Skip to content

SACIT เตือน เครื่องรัก-เครื่องเขินไทย ขาดวัตถุดิบ-ผู้สืบทอด

16 ส.ค. 2568 | 19:33น.
SACIT เตือน เครื่องรัก-เครื่องเขินไทย ขาดวัตถุดิบ-ผู้สืบทอด

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เตือนหัตถกรรมไทยหลายชนิดขาดแคลนวัตถุดิบพื้นถิ่น-ผู้สืบทอดลดลงทุกปี ผุด SACIT Symposium 2025 เวทีวิชาการด้านศิลปหัตถกรรมไทย หวังกู้สถานการณ์

ผศ. ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (Sustainable Arts and Crafts Institute of Thailand) ระบุว่า ปัจจุบันวงการศิลปหัตถกรรมไทย กำลังเผชิญความท้าทายที่สำคัญอย่าง การขาดแคลนวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานคราฟต์ โดยเฉพาะ “ยางรัก” ที่จำเป็นต่อการทำเครื่องรัก–เครื่องเขิน และงานหัตถกรรมอีกหลากหลายประเภท

รวมถึงองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์งานประเภท “เครื่องรัก – เครื่องเขิน” และงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ยางรักเริ่มมีผู้สืบทอดน้อยลงไปในทุก ๆ ปี

ด้วยเหตุนี้ SACIT จึงจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ SACIT Symposium 2025 ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เพื่อระดมสมองและหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วภูมิภาคอาเซียนและจากนานาชาติ เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมในระยะยาว

มีไฮไลท์เป็น การบรรยายพิเศษระดับนานาชาติว่าด้วย “เครื่องรัก” นำเสนอองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรักจาก 7 ประเทศ ในหัวข้อ “Craft Ecologies: Materials, Communities, and Wisdom” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เรื่องวัสดุ ภูมิปัญญา และชุมชน ในการรักษา พัฒนา และต่อยอดงานเครื่องรักในยุคสมัยใหม่ ตัวอย่างวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ ได้แก่ Prof. Sakurako Matsushima ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องรักญี่ปุ่น Mr. Suo Chao นักวิชาการด้านเครื่องรักจากจีน Mr. U Maung Maung ประธานสมาคมเครื่องรักเมียนมา Mrs. Nguyen Thi Tu Quyen ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญการใช้รักสีแบบเวียดนาม เป็นต้น

ผศ. ดร.อนุชา กล่าวต่อไปว่า งาน Symposium ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่รวมพันธมิตรทั้งช่างฝีมือ ศิลปิน นักสะสม นักวิชาการจากทั้งในและต่างประเทศ เครือข่ายครูอาจารย์และสถาบันการศึกษา เพื่อมาร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ ยางรัก เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงาน ทั้งในเชิงเทคนิค ศิลปะ และวัฒนธรรม

พร้อมกันนี้ ยังเชิญเครือข่ายช่างจากหลายประเทศในอาเซียน เอเชีย รวมถึงยุโรป เข้าร่วมพูดคุยถึงแนวทางการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ทั้งนี้ SACIT ตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้านศิลปหัตถกรรมภายในปี พ.ศ. 2570 ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” เพื่อยกระดับศูนย์กลางองค์ความรู้และเครือข่ายงานคราฟต์ของอาเซียน

ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ www.sacit.or.th

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Soft Power งานศิลปหัตถกรรมไทย