Skip to content

เงื่อนไขปูติน ยาวเหยียด ต่อรองยุติสงครามยูเครน

18 ส.ค. 2568 | 09:08น.
เงื่อนไขปูติน ยาวเหยียด ต่อรองยุติสงครามยูเครน

แหล่งข่าวที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวคิดของรัฐบาลรัสเซียที่ใช้เป็นเงื่อนไขยุติสงครามยูเครน ตามการเปิดเผยของรอยเตอร์ (Reuters) ระบุว่า รัสเซียจะยอมสละดินแดนเล็ก ๆ ที่ยึดครองในยูเครน และยูเครนจะยอมสละดินแดนทางตะวันออกบางส่วนที่มอสโกไม่สามารถยึดครองได้ ภายใต้ข้อเสนอสันติภาพที่วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐหารือในการประชุมสุดยอดที่รัฐอะแลสกา 

ข้อเสนอของฝ่ายรัสเซียถูกเปิดเผยในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ ทรัมป์และปูตินพบกันที่ฐานทัพอากาศในอะแลสกา เมื่อ 15 ส.ค. เวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐและผู้นำเครมลิน นับตั้งแต่ก่อนความขัดแย้งในยูเครนเริ่มต้นขึ้นในปี 2022

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำยุโรปมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในวันนี้ (18 ส.ค.) เพื่อหารือกับทรัมป์เกี่ยวกับการยุติสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งปูตินเปิดปฏิบัติการโจมตียูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022

เงื่อนไขปูติน !

ข้อเสนอของปูตินตัดความเป็นไปได้ที่จะหยุดยิงชั่วคราวก่อนการบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการขัดขวางข้อเรียกร้องสำคัญของเซเลนสกีที่ต้องการให้มีการหยุดยิงชั่วคราวก่อน ซึ่งยูเครนถูกโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียทุกวัน

ต่อไปนี้คือเงื่อนไขของฝ่ายรัสเซีย อ้างอิงจากแหล่งข่าวดังกล่าว

1.

รัฐบาลยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคโดเนตสค์และลูฮันสค์ ทางตะวันออกทั้งหมด แลกกับคำมั่นสัญญาของรัสเซียที่จะตรึงทหารแนวหน้าไม่ให้เคลื่อนไหวหรือเพิ่มกำลังในพื้นที่ทางใต้ของแคว้นเคอร์ซอนและซาปอริซเซีย

ซึ่งยูเครนปฏิเสธการถอนกำลังใด ๆ จากดินแดนยูเครน เช่น ภูมิภาคโดเนตสค์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลัง และกล่าวว่าเป็นโครงสร้างป้องกันที่สำคัญเพื่อป้องกันการโจมตีของรัสเซียที่ลึกเข้าไปในดินแดนของตน

2.

รัสเซียจะเตรียมคืนพื้นที่ยูเครนขนาดเล็กที่เคยยึดครองไว้ในเขตซูมีทางตอนเหนือและทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาร์คิฟ

ตามโครงการทำแผนที่สนามรบดีพสเตตของยูเครน รัสเซียครอบครองพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคซูมีและคาร์คิฟ ซึ่งรวมประมาณ 440 ตารางกิโลเมตร  ส่วนยูเครนควบคุมพื้นที่ดอนบาสประมาณ 6,600 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วยภูมิภาคโดเนตสค์และลูฮันสค์ และรัสเซียอ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าว

3.

ผู้นำรัสเซียแสวงหาการรับรองอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับอธิปไตยของรัสเซียเหนือไครเมีย ซึ่งยึดมาจากยูเครนในปี 2014 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐ หรือทั้งหมดจากทั้งชาติตะวันตกและยูเครน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลยูเครนและพันธมิตรในยุโรปปฏิเสธการรับรองอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปกครองของรัฐบาลรัสเซียในคาบสมุทรไครเมียนี้

4.

ปูตินต้องการให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างน้อยบางส่วน

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) ว่าเขาไม่จำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการภาษีตอบโต้ประเทศต่าง ๆ ในทันที เช่น จีน สำหรับการซื้อน้ำมันรัสเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของฝ่ายตะวันตกในหลายรูปแบบ แต่อาจพิจารณาภายในสองหรือสามสัปดาห์

5.

ยูเครนจะถูกห้ามเข้าร่วมพันธมิตรทางทหารขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ แต่ปูตินดูเหมือนจะเปิดกว้างให้ยูเครนได้รับการรับประกันความมั่นคงบางรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ

ผู้นำยุโรปกล่าวว่าทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงสำหรับยูเครนระหว่างการสนทนาเมื่อวันเสาร์ (16 ส.ค.) และยังได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการรับประกันแบบ “มาตรา 5” ซึ่งเป็นรูปแบบการรับประกันนอกพันธมิตรทางทหารสำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของนาโต้อีกด้วย ทั้งนี้ ภายใต้มาตรา 5 นาโต้ถือว่าการโจมตีใด ๆ ที่กระทำต่อประเทศสมาชิก 32 ประเทศถือเป็นการโจมตีสมาชิกที่เหลือทั้งหมดด้วย

ทั้งนี้ การเข้าร่วมพันธมิตรแอตแลนติกเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของยูเครน ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศ

6.

รัสเซียจะเรียกร้องสถานะทางการให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการในบางส่วนของยูเครนหรือทั่วทั้งยูเครน

7.

เรียกร้องสิทธิของคริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียในการดำเนินงานอย่างเสรี

หน่วยงานความมั่นคงยูเครนกล่าวหาว่าคริสตจักรที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซียสนับสนุนสงครามกับยูเครน โดยการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อที่สนับสนุนรัสเซียและให้ที่พักแก่สายลับ ซึ่งทางคริสตจักรปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และระบุว่าได้ตัดความสัมพันธ์ทางศาสนากับรัฐบาลรัสเซียแล้ว

ยูเครนได้ผ่านกฎหมายห้ามองค์กรทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย ซึ่งถือว่าคริสตจักรนี้เป็นหนึ่งในองค์กรดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังไม่ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายนี้