รมว.มหาดไทย เร่งปรับทัพชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงฯ วางงานคุมท้องถิ่น ก่อนถึงฤดูเกษียณ – วันชี้ชะตานายกฯ หลังพบสัญญาณ ข้าราชการรอดูทิศทางการเมือง
….
“ที่นี่ไม่มีสิงห์แดง สิงห์ดำ สิงห์ขาว สิงห์เขียว สิงห์ทอง สิงห์น้ำเงิน มีแต่สิงห์ของมหาดไทย ผมไม่นิยมให้เล่นพรรคเล่นพวก ต้องการคนมีความสามารถ ถ้ามีพิสูจน์ตัวเองได้เลย” คำประกาศแรกต่อหน้าผู้บริหารข้าราชการมหาดไทย ที่ รองนายกฯภูมิธรรม เริ่มงาน มท.1 วันแรก ( 4 ก.ค. 68 )
จากนั้นประกาศนโยบายงานเรือธงเร่งด่วน ยุค มท.อ้วน จะเร่งแก้ปัญหายาเสพติด ปราบปรามผู้อิทธิพลและอาชญากรข้ามชาติ เพื่อแก้วิกฤตประชาชนไทย เป็นงานแรก ๆ หลังทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทว่าผ่านมาเพียงเดือนกว่า ๆ ยุค มท.อ้วน คณะรัฐมนตนรี (ครม.) มีการอนุมัติคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายหัวแถวกระทรวงคลองหลอด ตามที่กระทรวงฯ เสนอไปแล้วหลายระลอก เพื่อปรับทัพผู้บริหารและทดแทนผู้จะเกษียณอายุราชการ (30 ก.ย.นี้) และวันนี้ (19 ส.ค. 68) ครม. ยังไฟเขียวแต่งตั้งโยกย้ายระดับ อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด มากถึง 25 ตำแหน่ง ก่อนที่ มท.1 จะย้ำว่า “ยังไม่จบ”
นี่ทำให้ต้องจับตาว่า หลังโผแต่งตั้งสะเด็ดน้ำ กระทรวงมหาดไทยยุค มท.อ้วน หน้าตาจะเป็นอย่างไร และการเดินงานระดับนโยบายรัฐบาลยุคเพื่อไทย ลงไปสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ตามคำขวัญมหาดไทย ประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร หรือ จะเป็นการวางปรับทัพวางฐานท้องถิ่น รอนับถอยการเลือกตั้ง ตามที่กูรูการเมืองเฝ้าสังเกต
1 เดือน ปรับทัพ “บิ๊ก มท.” กว่า 30 เก้าอี้
ภายหลังจากที่ ภูมิธรรม เข้ามากำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย มีการแต่งตั้งโยกย้าย ดังนี้
(ครั้งแรก) เพียง 4 วัน หลัง รมว.ภูมิธรรม เข้ากระทรวงฯ ครม. (8 ก.ค. 68) มีมติอนุมัติโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย 4 ตำแหน่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นเครือข่ายค่ายการเมืองสีน้ำเงิน
1.ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้ากรุไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
2.นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ดูแลกรมการปกครอง แทน
3.นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
4.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าฯ เพชรบุรี มานั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
แต่สถานการณ์แผ่นดินไหวในกระทรวงมหาดไทย เหมือนจะสงบ แต่ทว่ามีประเด็นที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ขึ้นมา ทำให้ ( 1 ส.ค.) พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งแต่ยุค อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ประกาศยื่นใบขอย้ายออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน
จากนั้น (ครั้งที่สอง) การประชุม ครม. ( 5 ส.ค. 68) มีมติแต่ตั้งโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงหมาดไทย อีก 5 ตำแหน่ง
1.พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.ขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เป็น อธิบดีกรมที่ดิน
3.ภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไปเป็น ผู้ว่าฯ ระยอง
4.เชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงฯ เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
5.ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าฯ ระยอง โยกไปเป็น ผู้ว่าฯ เพชรบุรี
และเมื่อวันที่ ( 7 ส.ค. 68) ก่อนพิธีมอนนโยบายแก่ข้าราชการมหาดไทย ภูมิธรรม ยอมรับว่า ออกคำสั่งย้ายด่วน ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้เข้ามาช่วยงานที่กระทรวง เนื่องจากสาเหตุการเบิกจ่ายงบในการช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ ล่าช้า

จากนั้น (ครั้งที่สาม) วันนี้ (19 ส.ค.) ภูมิธรรม เสนอ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กล็อตมหาดไทย มากถึง 25 ตำแหน่ง รวมถึงต่ออายุวาระ อีก 1 คน
1.ณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
2.ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯ ตาก เป็นรองปลัดกระทรวงฯ
3.ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าฯ อ่างทอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
4.จุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็นรองปลัดกระทรวง
5.ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
6.ปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าฯ นครพนม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
7.วีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
8.ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
9.อังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าฯ กระบี่ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
10.สุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
11.รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าฯ พัทลุง เป็นผู้ว่าฯ กระบี่
12.ทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่
13.นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เป็นผู้ว่าฯ ชลบุรี
14.รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าฯ พะเยา เป็นผู้ว่าฯ เชียงราย
15.สมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี
16.ศุภมิตร ชินศรี ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เป็นผู้ว่าฯ นครสวรรค์
17.เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เป็นผู้ว่าฯ ปทุมธานี
18.ศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต
19.ชยชัย แสงอินทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม
20.วิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นผู้ว่าฯ ลำปาง
21.ชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าฯ สุรินทร์ เป็นผู้ว่าฯ อุบลราชธานี
22.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เป็นผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน
23.ชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าฯ เชียงราย เป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น
24.อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ
25.สยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้ว่าฯ สมุทรปราการ
และต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ ปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าฯ สระแก้ว ซึ่งครบ 4 ปี อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 69

โยกย้ายยังไม่จบ! จับตาเร่งเครื่องก่อนวันชี้ชะตา “นายกฯอิ๊งค์”
ภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์อธิบายภายหลัง ครม. มีมติแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มากถึง 25 ตำแหน่งว่า พิจาณาตามความสามารถ ประสบการณ์ และพยายามโยกย้ายเปลี่ยนแปลงให้แต่ละคนได้มีโอกาสทำงาน หลังสื่อถามเป็นการโยกย้ายเน้นในกลุ่มฐานเสียงการเมืองอีกฝั่งใช่หรือไม่ ก่อนเปรยว่าการแต่งตั้งโยกย้าย “ยังมีอีก ยังไม่จบ” และครั้งหน้ายังมีอีกรอบ
ทั้งนี้ มีการคาดกการณ์ ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ในช่วงก่อนสิ้นเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้เสร็จก่อน29 ส.ค. วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) นัดอ่านคำวินิจฉัย คดีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นถอดถอน แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) (5) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
ข้าราชการเกียร์ว่าง รอดูทิศทาง 29 ส.ค.
อย่างไรก็ตามก่อนการประชุม ครม. (19 ส.ค.) สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีคลิปเสียงของนายกฯ ว่า เรา (พรรคเพื่อไทย) ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของ แพทองธาร
และมั่นใจมากๆ หลัง 29 ส.ค.นี้ ยังสามารถจะไปต่อ ฉะนั้นขออย่าให้มีข่าวที่กระทบกระเทือนเรื่องความเชื่อมั่นในการทำงาน เพราะปัจจุบันก็ทำงานลำบากอยู่แล้ว
“ข้าราชการต่างๆ ก็เกียร์ว่างอยู่ตอนนี้ เอาตรงๆ เราก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานให้ลุล่วงไปด้วยดี”
ก่อนฝากไปถึงข้าราชการที่ทำตัวเกียร์ว่าง ว่า ประเทศต้องไปต่อ ส่วนจะอยู่หรือจะไป นักการเมืองก็คือนักการเมือง แต่ก็ขอให้ท่านเป็นเสาหลักในการทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป
เมื่อถูกถาม 21 ส.ค. นายกฯ จะไปไต่สวนเพิ่มต่อศาลรัฐธรรมนูญ เองหรือไม่ สรวงศ์ บอกว่าเห็นท่านจะไปด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวันเกิดท่าน (แพทองธาร) พอดี ก่อนระบุว่า มั่นใจคงไม่มีอะไรที่จะไปกดดันศาลได้ ทุกอย่างออกมาด้วยความเป็นจริง แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่อำนาจของศาล
แต่อย่างไร เชื่อว่าภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินปลายเดือน ส.ค.นี้ ถนนการเมืองและประเทศไทย ก็ยังคงต้องเดินต่อไปอย่างแน่นอน
