เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท.ปรับเกณฑ์ KYC ใหม่ เปิดบัญชีเงินฝากแบงก์รัฐ

24 ส.ค. 2568 | 08:35น.
Smiling young asian woman using mobile phone and credit card for mobile banking, digital payment via mobile app. Happy user using smartphone for online shopping and internet payment, financial technology

Smiling young asian woman using mobile phone and credit card for mobile banking, digital payment via mobile app. Happy user using smartphone for online shopping and internet payment, financial technology

ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงหลักเกณฑ์ KYC สำหรับเปิดบัญชีเงินฝากของแบงก์รัฐ หวังทบทวนหลักเกณฑ์ให้คล่องตัว ดึงเทคโนโลยีประยุกต์-หนุนต้นทุนต่ำลง ย้ำการพิสูจน์ตัวตนต้องรัดกุม-ตามระดับความเสี่ยงลูกค้า ฟาก “ออมสิน” ยันไม่ต้องลงทุนระบบเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) หลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ซึ่งกระบวนการรู้จักลูกค้าเป็นมาตรการที่ใช้ในการแสดงตนและพิสูจน์ตัวตนลูกค้า เพื่อป้องกันการทุจริตจากการปลอมแปลงข้อมูลบุคคลหรือการใช้ข้อมูลบุคคลอื่นในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพสูง

โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ SFIs มีกระบวนการรู้จักลูกค้าที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสม หรือต่ำลง SFIs สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เช่น เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric Comparison) และระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ประกอบกับหลักเกณฑ์ปัจจุบันมีความซ้ำซ้อนกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ธปท.จึงมีการทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อให้ SFIs สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัว

ทั้งนี้ สาระสำคัญ ได้แก่ 1.ปรับปรุงข้อกำหนดในส่วนของการแสดงตนของลูกค้า (Identification) ให้ SFIs ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแทนการกำหนดข้อมูลและเอกสารแสดงตน และกระบวนการสังเกตพฤติกรรม รวมทั้งลงลายมือชื่อ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับอื่น

2.เพิ่มความยืดหยุ่นในขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนลูกค้า (Verification) แบบไม่พบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Non Face-to-Face) โดยให้ SFIs สามารถใช้ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ได้มาตรฐานในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าเพียงขั้นตอนเดียวได้ จากเดิมที่ต้องใช้กระบวนการอื่น ๆ ในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเปิดบัญชีเงินฝากให้กับลูกค้า ช่วยให้ SFIs มีต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสม และทำให้กระบวนการรู้จักลูกค้าในการเปิดบัญชีเงินฝากมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันทั้งระบบสถาบันการเงิน

3.เพิ่มทางเลือกให้ SFIs สามารถพิจารณาใช้กระบวนการอื่นตามระดับความเสี่ยงของลูกค้าและช่องทางการให้บริการที่สอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงของ SFIs ได้ สำหรับกรณีการเปิดบัญชีเงินฝากในครั้งต่อไปให้กับลูกค้าปัจจุบันที่เคยผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้าตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้แล้ว โดยจะต้องมีวิธีการยืนยันตัวตนลูกค้า (Authentication) ที่รัดกุมและต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าลูกค้าที่ประสงค์จะเปิดบัญชีเงินฝากเป็นลูกค้ารายนั้นจริง เช่น การใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้าในการยืนยันตัวตน

และ 4.เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินการ โดย SFIs สามารถขออนุญาตต่อ ธปท.ได้เพิ่มเติม ซึ่งครอบคลุมกรณีที่ SFIs ประสงค์ที่จะใช้กระบวนการหรือการดำเนินการอื่นในการรู้จักลูกค้าเพื่อเปิดบัญชีเงินฝาก หรือในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนดได้

อย่างไรก็ดี ธปท.อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม สั่งให้แก้ไข ชะลอ หรือระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน หากพบว่า SFIs ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือกรณีอื่น ๆ ที่ ธปท.เห็นว่าการดำเนินการของ SFIs อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชนหรือความมั่นคงของ SFIs หรือสถาบันการเงิน

นายวชิราวัชร์ มหาทัพกฤษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ธนาคารออมสิน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างหลักเกณฑ์ KYC ของ SFIs ที่ออกมาล่าสุด ออกมาหลัง ธปท.ได้ออกเกณฑ์ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว เพื่อให้แนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกัน

ซึ่งภายใต้ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว ธนาคารไม่ต้องปรับหรือลงทุนระบบเพิ่มเติม โดยกระบวนการรู้จักลูกค้า KYC เป็นกระบวนการเปิดบัญชีปกติ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า เพียงแต่เกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้ SFIs มีหลังพิงในการปฏิเสธการเปิดบัญชีลูกค้าได้ดีขึ้น หากตรวจสอบพบว่าลูกค้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีชื่ออยู่ในถังข้อมูลจากระบบ Central Fraud Registry (CFR) จะไม่สามารถเปิดบัญชีได้

นอกจากนี้ ภายหลังกระบวนการรู้จักลูกค้า อาชีพ วัตถุประสงค์การเปิดบัญชี และรายได้แล้ว ซึ่งต่อไประบบจะมีการเชื่อมต่อในการจำกัดวงเงินการทำธุรกรรมของลูกค้าตามระดับความเสี่ยง หรือการทำโปรไฟล์ (Profiling) ของลูกค้า เพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากภัยทุจริตทางการเงิน

“ร่างฉบับนี้ รายละเอียดในการ KYC หรือกระบวนการทำงานไม่ได้เปลี่ยนหรือต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม แต่ร่างนี้จะเป็นหลังพิงให้เราสามารถปฏิเสธการเปิดบัญชีกลุ่มเสี่ยงได้ จากเดิมเราไม่สามารถปฏิเสธการเปิดบัญชีให้ลูกค้าได้ โดยจะทำให้บัญชีเปิดยากขึ้นหากลูกค้าอยู่ในถัง CFR โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ได้ประกาศบังคับภาคธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว”