Skip to content

‘พานาโซนิค’ ปรับเกมรุกอาเซียน ชูไดร์เป่าผมพรีเมี่ยม-เจาะชนชั้นกลาง

29 ส.ค. 2568 | 09:21น.
‘พานาโซนิค’ ปรับเกมรุกอาเซียน ชูไดร์เป่าผมพรีเมี่ยม-เจาะชนชั้นกลาง
คอลัมน์ : Market Move

พานาโซนิค ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นพลิกกลยุทธ์ทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “ไดร์เป่าผมไฮเทค” ราคาประมาณ 9,000 บาท ในฐานะสินค้าหัวหอกเพื่อพิชิตตลาด

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า พานาโซนิค ประกาศปรับกลยุทธ์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาเซียน จากเดิมที่เน้นสินค้าระดับกลาง-แมส ไปเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าเกี่ยวกับความงามระดับบนแทน โดยมีไดร์เป่าผมระดับพรีเมี่ยมเป็นสินค้าเด่น หลังปีงบฯล่าสุด ยอดขายไดร์เป่าผมพานาโซนิคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตระดับเลขสองหลักต่อเนื่องหลายปี

ทั้งนี้ เพื่อจับผู้บริโภคชนชั้นกลางรายได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี ที่ขยายตัวรวดเร็ว พร้อมกับความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ในกลยุทธ์ใหม่นี้จะมี ไดร์เป่าผม เป็นแกนหลัก อย่างรุ่น Nanocare EH-NA0J ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2022 และขายดีต่อเนื่อง ก่อนมาเปิดตัวในไทยและมาเลเซีย เมื่อเดือนเมษายน 2024 ด้วยราคาประมาณ 9,000 บาท ซึ่งสูงกว่าในญี่ปุ่นเล็กน้อย มุ่งกลุ่มลูกค้าหลักเป็นหญิงวัย 30-40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง และใส่ใจในเรื่องความงาม

โดยพานาโซนิคสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง ไดสัน ที่เน้นความแรง ด้วยการชูจุดเด่นด้านความงามและสุขภาพ อย่างเทคโนโลยีที่ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอ้างว่า ช่วยให้ผมเรียบเนียนและจัดทรงง่าย

นอกจากแผนด้านตัวสินค้าแล้ว พานาโซนิคยังปรับการดำเนินงานในระดับภูมิภาค เพื่อเร่งสปีดการดำเนินงาน โดยตั้งหน่วยวางแผนผลิตภัณฑ์ (Product Planning Unit) ขึ้นที่ฐานการผลิตในประเทศไทย เมื่อปี 2024 ช่วยให้การตัดสินใจด้านการปรับปรุงสินค้าที่ไม่ต้องออกแบบโครงสร้างใหม่ เช่น เปลี่ยนสี สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องรออนุมัติจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ทำให้สปีดการออกสินค้า อยู่ในระดับที่แข่งขันกับคู่แข่งจากจีนและแบรนด์ท้องถิ่นที่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี รวมถึงตั้งโรงทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อเร่งกระบวนการทดลองใช้โมเดลใหม่ ๆ ด้วย โดยพานาโซนิควางเป้าเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าความงามที่คิดค้นขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เร็วที่สุดภายในปีงบประมาณ 2027

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดไดร์เป่าผมในไทยมีการแข่งขันสูงมาก โดย ไดสัน ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% ในขณะที่ ฟิลิปส์ และ พานาโซนิค ครองส่วนแบ่งใกล้เคียงกันที่ประมาณ 10%

แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตจากจีนและสตาร์ตอัพท้องถิ่นก็เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้น

อะคาสึกิ คามิโมโตะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจความงามของพานาโซนิค ตั้งเป้าว่า บริษัทจะครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดไดร์เป่าผมของเอเชียภายในปี 2027 โดยตั้งเป้าการเติบโตรายปีที่ประมาณ 7%

นอกจากไดร์เป่าผมแล้ว พานาโซนิคยังเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอไปยังเครื่องหนีบผมและอุปกรณ์ดูแลผิวหน้า เช่น เครื่องนวดหน้าอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงของ Panasonic สะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทญี่ปุ่น เพื่อรับมือการแข่งขันกับแบรนด์เกาหลีและจีน ที่สั่นคลอนตำแหน่งผู้นำในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่อย่าง ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ฯลฯ ซึ่งต้องรอดูว่า กลยุทธ์ของพานาโซนิคจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน เพราะตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กก็มีแบรนด์จีนเข้าร่วมแข่งขันเช่นกัน