เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญภาวะชะลอตัวและสภาพคล่องที่หดตัว ไม่ได้กระทบเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคหรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ยังลามไปถึง “วงการพระเครื่อง” ซึ่งแม้จะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางวัฒนธรรมและความเชื่อ แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้
ทั้ง พิศาล เตชะวิภาค หรือ “ต้อย เมืองนนท์” รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และ “ต้น ท่าพระจันทร์” เซียนพระชื่อดัง ต่างสะท้อนมุมมองตรงกันว่า วันนี้ตลาดพระเครื่องยังคง “เดินอยู่” แต่ช้าลงกว่าเดิม 20-30% ขึ้นอยู่กับชนิดพระและความต้องการของผู้ซื้อ
เซียนพระ = นักคำนวณ ไม่ใช่แค่คนชอบสะสม
ต้อย เมืองนนท์ มองว่า “หัวใจของการอยู่ในวงการพระคือการคำนวณ” เซียนพระจำนวนมากตัดสินใจเช่าพระราคาแพงเพราะมั่นใจในพื้นฐานราคารองรับ เหมือนการลงทุนทองคำ หากซื้อแล้วมีโอกาสขายต่อได้โดยไม่ขาดทุน
“วงการพระก็เหมือนสินทรัพย์อื่น ๆ ถ้าพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเจ๊งได้” เขากล่าวพร้อมย้ำว่า เซียนพระไม่ได้มีอภิสิทธิ์กำหนดราคา แต่ราคาขึ้นอยู่กับกลไกตลาดและความเชื่อมั่นของผู้เล่น
ออนไลน์ : ดาบสองคมของตลาดพระ
แม้การประมูลออนไลน์ทำให้พระบางรุ่นกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ต้อย เมืองนนท์ ชี้ว่า การซื้อพระหลักล้านโดยไม่ได้ส่ององค์จริงนั้น “แทบเป็นไปไม่ได้” และหลายครั้งกลายเป็นเพียงคอนเทนต์มากกว่าการซื้อขายจริง ส่งผลให้ร้านรับประมูลหลายแห่งทยอยเจ๊ง
พระสมเด็จวัดระฆัง : Demand-Supply คลาสสิก
พระสมเด็จวัดระฆังยังครองบัลลังก์พระเครื่องราคาแพงที่สุด ด้วยเหตุผลด้าน “ศรัทธาในสมเด็จโต” และ “จำนวนจำกัด” (คาดสร้างราว 20,000 องค์) วันนี้พระสมเด็จสภาพสมบูรณ์พร้อมประวัติชัดเจน มีราคาตั้งแต่สิบล้านไปจนถึง 100-200 ล้านบาท
ตลาดพระวันนี้ : เงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้าน แต่ชะลอ 30%
ต้น ท่าพระจันทร์ ประเมินว่า มูลค่าตลาดพระเครื่องทั้งระบบหมุนเวียนปีละ “หลายหมื่นล้านบาท” แต่ยังอยู่นอกระบบภาษีชัดเจน
เขามองว่า แม้พระเครื่องยังมีคุณค่าในฐานะสินทรัพย์ แต่ไม่ใช่ “ทรัพย์สินปลอดภัย” แบบทองคำหรือเงินสด เนื่องจากมูลค่าขึ้นกับความนิยมและจังหวะตลาด “ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี พระจะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ราคาลงก่อน”
ทุนจีน : จากนักเช่าขาจร สู่ เจ้าของร้าน
ทั้งสองเซียนต่างยอมรับว่า “ทุนจีน” เข้ามามีบทบาทในตลาดพระมากขึ้น จากอดีตที่เน้นเช่าพระใหม่ราคาหลักร้อย-หลักพัน กลายเป็น เจ้าของร้านในห้างพันธุ์ทิพย์และศูนย์พระต่าง ๆ โดยบางรายถึงขั้นผลิตและปลุกเสกพระเอง
ต้น ท่าพระจันทร์ มองว่า เศรษฐกิจไทยที่ซบเซากลับเปิดโอกาสให้คนจีนเข้ามาเก็บพระในราคาถูก “ยิ่งคนไทยอ่อนแรง คนจีนยิ่งได้เปรียบ เพราะตลาดจีนใหญ่กว่าไทยมาก และมีทุนหนากว่า”
คนรุ่นใหม่-ต่างชาติ : แรงขับเคลื่อนใหม่
แม้ตลาดซบ แต่มีสัญญาณบวกคือ คนรุ่นใหม่ และนักลงทุนต่างชาติ เข้าสู่วงการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งทำให้ฐานผู้เล่นขยายตัวกว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายตัวนี้ก็ทำให้ตลาดพระเครื่องไทยต้องเผชิญการแข่งขันใหม่ ๆ และความเสี่ยงที่อาจเสียเปรียบทุนต่างชาติ
วงการพระวันนี้ไม่ใช่นักเลง แต่คือยุคแห่งความรู้
ต้อย เมืองนนท์ ย้ำชัดว่า ภาพจำเก่า ๆ ที่ว่า วงการพระเต็มไปด้วยมาเฟียหรือนักเลงหมดไปแล้ว วันนี้คือการแข่งขันกันบนฐานความรู้และสติปัญญา พระเก๊อยู่ยากเพราะถูกจับพิรุธได้เร็ว ขณะที่นักเล่นพระส่วนใหญ่มีมโนธรรมและเตือนกันมากกว่าหลอกกัน