Skip to content

ศิริกัญญา ประเมินหลังชี้ชะตา นายกฯ มีผลต่อเศรษฐกิจแน่

29 ส.ค. 2568 | 12:32น.
ศิริกัญญา ประเมินหลังชี้ชะตา นายกฯ มีผลต่อเศรษฐกิจแน่

ศิริกัญญามองหลังชี้ชะตานายกฯ มีผลต่อเศรษฐกิจแน่นอน ชี้หลุดเก้าอี้สะเทือนมากกว่า หากพ้นมลทินอาจอยู่ไม่ครบเทอม เหตุเสียงปริ่มน้ำ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตัดสินคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้หรือไม่ว่า ไม่ว่าผลการตัดสินออกมาว่านายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่ง หรือไม่พ้นจากตำแหน่งนั้น ตนเองมองว่ามีผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งสองทางแน่นอน

แต่การที่คำตัดสินของศาลออกมาว่าให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น จะมีผลทางเศรษฐกิจมากกว่า เนื่องจากไม่ได้ทำร้ายเพียงแค่เสถียรภาพของรัฐบาล แต่สะท้อนถึงหลักนิติธรรมของกฎหมาย ขององค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรี ในข้อหาจริยธรรมได้ถึงสองคนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

ส่วนตัวจึงมองว่าเรื่องนี้น่าจะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยในแง่ของนักลงทุนแน่นอน ว่าประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่ ถึงได้มีการแทรกแซงทางการเมืองกันได้อย่างง่ายดาย และอาจจะทำให้ในระยะยาวในอนาคต ไทยอาจจะไม่ใช่ประเทศที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจมาลงทุนต่อหรือเพิ่มขึ้นอีก เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรทางการเมืองที่จะมา ที่จะเกิดขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการลงทุน เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองไทยนั้นคาดเดาได้ยากมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในมุมความชอบธรรมทางการเมือง นางศิริกัญญาระบุว่า เข้าใจดีว่านายกรัฐมนตรีก็มีปัญหาในเรื่องของความชอบธรรมแน่นอน เพียงแต่ว่าไม่อยากให้ใช้กลไกขององค์กรอิสระหรือว่าศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะถอดถอนตัวนายกรัฐมนตรี และมีความคิดว่าสภา หรือว่าสภาไทยยังคงเป็นทางออกให้ได้ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะรอด แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะดำเนินการในการที่จะยื่นซักฟอกนายกรัฐมนตรีต่อไปเช่นเดียวกัน

“เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จะมาได้จากการที่สถานการณ์ต่าง ๆ มันสามารถที่จะคาดเดาได้ ไม่ใช่ว่าสถานการณ์ราบเรียบแล้วเป็น business as usual ไปวัน ๆ แต่ว่าถ้าทุกอย่างคาดการณ์ได้ ถ้านายกรัฐมนตรีกระทำความผิดแล้วก็มีกระบวนการเป็นไปตามขั้นตอน เช่น การให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรือว่ายุบสภา หรือว่าถูกถอดถอนโดยสภา เป็นเรื่องที่ประเทศอื่น ๆ ในสากลเขาสามารถคาดเดากันได้อยู่แล้ว ดังนั้น เสถียรภาพอย่าเข้าใจผิด คิดว่าคือการมีรัฐบาลเดียวตลอดไป แต่คือการที่เราจะต้องสามารถคาดเดาสถานการณ์ข้างหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมากกว่า”

ส่วนกรณีที่หากว่านายกรัฐมนตรีรอดพ้นจากคดีนั้น หลายฝ่ายมีการตั้งข้อสังเกต ว่าอายุของรัฐบาลอาจจะสั้น การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจรวมถึงนโยบายอื่น ๆ อาจจะไม่ต่อเนื่องตามความคาดหวัง นางศิริกัญญากล่าวว่า เห็นตรงกันว่าในกรณีที่รอดก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถที่จะอยู่ในรัฐบาลต่อไปได้จนครบเทอม ด้วยคะแนนเสียงในสภาที่เห็นกันอยู่ว่า อยู่ในระดับที่ปริ่มน้ำมาโดยตลอด ก็มีโอกาสที่จะนำไปสู่การยุบสภาได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นถ้าจะคาดหวังให้มันเกิดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคิดว่าถ้ารอด การยุบสภาให้เร็วที่สุดก็ยังคงเป็นทางออก เมื่อมีข้อสงสัยให้คืนอำนาจให้กับประชาชนตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง น่าจะเป็นทางออกที่ควรเป็นไปตามสามัญสำนึก และสุดท้ายน่าจะนำความปกติและเสถียรภาพให้กลับคืนมาสู่เศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมืองไทยได้อย่างแท้จริง

ส่วนถ้านายกฯพ้นจากตำแหน่งและกลับเข้าสู่สภาใหม่นั้น จะมีโอกาสหรือไม่ที่จะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองเกิดขึ้น หรือพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะเปลี่ยนไป นางศิริกัญญากล่าวว่า ถ้าจะมีการสลับขั้ว ต้องขึ้นอยู่กับให้พรรคที่มีแคนดิเดตนายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจ ทางพรรคประชาชนเองหลังจากที่ถูกยุบพรรค เราไม่เหลือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว เราคงจะไม่ได้ไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และยังเห็นเหมือนเดิมว่าตอนนี้หมดข้อกังวลแล้ว งบฯผ่านสภาแล้ว สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย และเข้าสู่กระบวนการของสากลกับทางคณะ UN ต่าง ๆ แล้ว ก็น่าจะวางใจในการยุบสภาได้ เราก็ยังคิดว่าการยุบสภาให้เร็วที่สุดยังคงเป็นทางออก

แต่ในท้ายที่สุด เนื่องจากว่าพรรคประชาชนไม่ได้จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมที่เราเคยได้ประกาศต่อสาธารณะไป ว่าเราจะเป็นคนที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่สัญญาว่าจะยุบสภาภายในสิ้นปีนี้ และจัดให้มีการทำประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้งใหญ่ภายในปลายปีหน้า ตามเดิมที่เคยประกาศไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศิริกัญญา ตันสกุล