EP.สุดท้าย ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ฉากจบอดีตมิตรรักพรรคเพื่อไทย แรงดัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชิงชัยกับลมหลายใจเฮือกสุดท้ายค่ายการเมือง DNA ไทยรักไทย “ชัยเกษม นิติสิริ”
หลังการเลือกตั้งปี 2566 ผ่านมาได้เพียงครึ่งเทอม “รัฐบาลเพื่อไทย” ใช้โควตานายกรัฐมนตรี มาแล้ว 2 คน “เศรษฐา ทวีสิน – แพทองธาร ชินวัตร” แต่เนื่องจากประสบอุบัติเหตุการเมือง ตามรอยชะตากรรม 20 ปีคนและค่ายการเมือง DNA ไทยรักไทย
ทำให้หลังจาก 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้ นายกฯแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งกรณีคลิปเสียง การเมืองไทยจึงต้องรีบหาทางออกให้ประเทศ โดยมี 2 ทางหลักๆ คือ ยุบสภา กับเลือกนายกรัฐมนตรี คนใหม่
วันนี้ชัดเจนปิดประตูตัวเลือกยุบสภา เหลือเพียงให้สภาผู้แทนราษฎร (สส.) เลือกตัวแทนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคการเมือง
สองแคนดิเดตคู่ชิงเก้าอี้ ผู้นำคนที่ 32 ของประเทศไทย คือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากภูมิใจไทย พรรคการเมืองคะแนนอันดับ 3 เมื่อปี 66 ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากแชมป์อย่างพรรคประชาชน เจอกับ “ชัยเกษม นิติสิริ” พรรคการเมืองอันดับ 2 ตัวแทนเพื่อไทย ก๊วนรัฐบาลเดิม
วันที่ 5 กันยายน 2568 จึงเป็นอีกวันที่จะชี้ชะตาการเมืองและประเทศไทย…
146 + 143 ดัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” ..?..
สำหรับ 146 เสียงของพรรคการเมืองที่สนับสนุน อนุทิน นอกเหนือ 143 ของ สส.พรรคประชาชน ที่ประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการเมื่อ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ประกอบด้วย
– พรรคภูมิใจไทย 68 คน
– พรรคกล้าธรรม มี สส.ในก๊วน รวม 31 คน
– พรรคพลังประชารัฐ 17 คน
– พรรครวมไทยสร้างชาติ (ก๊วนสุชาติ ชมกลิ่น) 16 คน
– พรรคไทยสร้างไทย 3 คน
– พรรคเพื่อไทย 8 คน
ส่วนรายชื่อ 8 สส.เพื่อไทย ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน อนุทิน นั้น
-อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี เขต 5
-สุรพล บุญมา นครนายก เขต 1
-กิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด เขต 6
-นรากร เมืองนารักษ์ ร้อยเอ็ด เขต 4
-ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี เขต 1
-ประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์ เขต 6
-นพ.ภูมินทร์ ลีธีรประเสริฐ ศรีสะเกษ เขต 4
-นุชนารถ เตชะเสถียร ศรีสะเกษ เขต 9
เพื่อไทย ลมหายใจเฮือกสุดท้าย
พรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ยังไม่ทีท่าชัดเจนในการส่ง “ชัยเกษม” แคนดิเดตนายกฯ คนที่สามของพรรคฯ เพราะเจ้าตัวมีการให้สัมภาษณ์ ว่าพร้อมรับตำแหน่งนายกฯ หากได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือพูดคุยจากแกนนำพรรค รวมถึงไม่รู้รายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น
หลังจากนั้น 3 กันยายน 2568 ที่สัญญาณเริ่มชัดการปิดประตูยุบสภาฯ 4 กันยายน พรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคหลายคน โดยเฉพาะ ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี จึงประกาศส่งชื่อ ชัยเกษม ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พร้อมกับยอมรับข้อเสนอพรรคประชาชน ที่ตกลงกับภูมิใจไทย ประเด็นยุบสภาฯ ว่าจะทำทันทีโดยไม่ต้องรอถึง 4 เดือน เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า
นี่จึงเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทย โยนลงมาเพื่อหวังชิงชัยชนะบนเกมการเมืองโค้งสุดท้าย
สเต็ปเฟ้นหา “นายกฯ คนที่ 32”
ขั้นตอนการโหวตเลือก นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จะต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองที่มี สส. 25 คนขึ้นไป จากนั้นต้องมี สส.รับรองอย่างน้อย 50 คน จากจำนวน สส. 492 คน ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำแบบเปิดเผยโปรงใส่ ด้วยวิธีการขานชื่อตามลำดับเรียงตามตัวอักษร ว่า “เห็นชอบ – ไม่เห็นชอบ – หรือ งดออกเสียง” ต่อชื่อบุคคลที่ถูกเสนอเป็นนายกฯ ซึ่งต้องได้จำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. 492 คน คือ 247 เสียงขึ้นไป
หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ จะเป็นผู้นำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอให้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ