เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
Biz Movement LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
Tech ‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
Finance ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
Biz Movement เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
Tech Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
Economic ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
Economic เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
เชียงใหม่ขอสายการบิน “เลี่ยงบิน” ช่วงยี่เป็ง 69 หวั่น “โคมลอย” กระทบความปลอดภัยน่านฟ้า
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่ขอสายการบิน “เลี่ยงบิน” ช่วงยี่เป็ง 69 หวั่น “โคมลอย” กระทบความปลอดภัยน่านฟ้า
ดูทั้งหมด

เด็กจบใหม่ไทย 3.3 แสนชีวิต เสี่ยง AI แย่งงาน ส่อง Top อาชีพเสี่ยง

08 ก.ย. 2568 | 17:40น.

แม้ตัวเลขการว่างงานไทยจะต่ำเพียง 0.7% แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ เด็กจบใหม่กว่า 3.3 แสนคนกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยมีทั้งแรงกดดันจากเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาแทนที่งานซ้ำ ๆ และความไม่สอดคล้องระหว่างสาขาที่เรียนกับความต้องการจริงของตลาด (ข้อมูลแรงงาน : สสช. เดือน ก.ค. 2568)

บัณฑิตสายบริหาร กฎหมาย และสังคมศาสตร์ยังคงมีจำนวนมาก แต่ตลาดกลับต้องการทักษะใหม่อย่าง Data, AI และดิจิทัล ทำให้อนาคตของเด็กจบใหม่ขึ้นอยู่กับการปรับตัวและการอัพสกิลเพื่อแข่งขันในโลกการทำงานยุคใหม่

ภาพรวมแรงงานปัจจุบัน : ตลาดที่เปลี่ยนเร็ว

จากรายงานการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนกรกฎาคม 2568 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 59.47 ล้านคน อยู่ในกำลังแรงงาน 39.92 ล้านคน และมีงานทำแล้ว 39.60 ล้านคน ขณะที่ผู้ว่างงานมีเพียง 274,800 คน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานเพียง 0.7% ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

แต่แม้ตัวเลขการว่างงานดูน้อย หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า แรงงานที่จบการศึกษาใหม่ยังคงเผชิญความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ที่จบอุดมศึกษา เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มปรับตัวเข้าสู่ “ยุคเอไอ” ที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่งานซ้ำ ๆ และงานวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก

กว่า 3.3 แสนชีวิตที่กำลังมองหางาน

ข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รายงานว่า ปีการศึกษา 2566 มีผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในปี 2567 รวมทั้งสิ้น 333,418 คน โดยแบ่งเป็นสาขาหลัก ๆ ดังนี้

  • บริหารธุรกิจ การจัดการ กฎหมาย และบัญชี : 100,201 คน (สาขายอดนิยมสูงสุด)
  • วิศวกรรมศาสตร์ การผลิต และการก่อสร้าง : 46,704 คน
  • ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ : 38,779 คน
  • สาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ : 27,934 คน
  • สังคมศาสตร์ สื่อสารมวลชน : 24,266 คน
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) : 15,096 คน
  • วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สถิติ : 14,573 คน
  • บริการต่าง ๆ : 15,512 คน
  • เกษตร ป่าไม้ ประมง สัตวแพทย์ : 9,338 คน

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกเรียนสาขา “ดั้งเดิม” เช่น บริหารธุรกิจ กฎหมาย การศึกษา แต่ตลาดแรงงานกลับอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ที่เน้นทักษะดิจิทัลและการใช้ AI

AI กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงาน

1. งานที่เสี่ยงถูกแทนที่

งานธุรการ/เสมียน : ปัจจุบันไทยมีแรงงานกว่า 1.8 ล้านคนในกลุ่มนี้ (ก.ค. 2568) ซึ่ง AI และระบบอัตโนมัติ เช่น RPA (Robotic Process Automation) สามารถทำแทนได้ในอนาคต

งานบัญชี กฎหมายพื้นฐาน : บัณฑิตกว่าแสนคนในปีนี้เลือกเรียนด้านธุรกิจและกฎหมาย แต่ AI เช่น ChatGPT, Harvey AI สามารถร่างเอกสาร สรุปรายงาน หรือช่วยตรวจสอบสัญญาได้แล้ว

งานบริการลูกค้าเบื้องต้น : Call Center และ Chatbot กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกและการเงิน

2. งานที่เติบโตมากขึ้น

วิศวกรข้อมูล นักพัฒนา AI และผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ : ความต้องการพุ่งขึ้นต่อเนื่อง แต่จำนวนนักศึกษาที่จบ ICT และวิทยาศาสตร์ยังมีเพียง 15,096+14,573 คน ซึ่งอาจไม่เพียงพอกับความต้องการ

วิชาชีพสุขภาพ : แม้ AI จะช่วยวินิจฉัยโรค แต่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงขาดแคลน โดยปี 2567 มีผู้จบด้านนี้เพียง 27,934 คน

อาชีพเชิงสร้างสรรค์ : แม้ AI สร้างภาพและเขียนบทความได้ แต่ตลาดยังต้องการคนที่เข้าใจ “บริบทไทย” และสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือ มากกว่าถูกแทนที่

ความท้าทายของเด็กจบใหม่ระหว่างสาขาที่เรียนกับความต้องการตลาด

ตัวเลขชี้ชัดว่า บริหาร/กฎหมาย/ธุรกิจ มีบัณฑิตจบใหม่มากที่สุด แต่ตลาดกลับไม่ต้องการแรงงานในระดับปริมาณเท่าเดิม เนื่องจากระบบอัตโนมัติและ AI ลดความจำเป็นลง ขณะที่สาย Data, Tech, AI ยังมีจบใหม่ไม่ถึง 5% ของทั้งหมด

ค่าจ้างและคุณภาพงาน

แม้อัตราการว่างงานรวมจะต่ำ แต่หลายคนต้องทำงานต่ำระดับ หรือรับค่าจ้างต่ำกว่าที่คาดหวัง โดยเดือน ก.ค. 2568 มีแรงงานทำงานต่ำระดับกว่า 107,000 คน

การปรับตัวด้านทักษะ : เด็กจบใหม่จำนวนมากยังไม่ได้รับการฝึกฝนด้าน Data Literacy, Coding, AI Tools ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของตลาดในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

แนวโน้มอนาคต : เมื่อ AI เข้าสู่ตลาดแรงงานไทยเต็มตัว อัตราการมีงานทำอาจยังสูง แต่คุณภาพงานลดลงเด็กจบใหม่จำนวนมากอาจมีงานทำ แต่เป็นงานที่ไม่ตรงสาย หรือค่าตอบแทนต่ำ ความเหลื่อมล้ำทางทักษะจะชัดเจนขึ้น ผู้ที่มีทักษะ AI/ดิจิทัลจะได้เปรียบอย่างมาก ผู้ที่เรียนสายสังคมศาสตร์หรือบริหาร ต้องเสริมทักษะใหม่เพื่อไม่ให้ถูกแทนที่ แรงงานไทยต้องแข่งขันกับแรงงานต่างชาติในตลาดเสรี บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยเริ่มใช้แรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ หากเด็กจบใหม่ไทยไม่อัพสกิล จะเผชิญปัญหา “มีงาน แต่ไม่ถูกเลือก”

ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI ตกงาน เด็กจบใหม่