ภูมิธรรม-ชูศักดิ์-จิราพร ร่วมรับประทานอาหารกับสื่อทำเนียบ สั่งลา ครม.เพื่อไทย นัดสุดท้าย รับกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ขอทำหน้าที่เคลียร์งานจนกว่า ครม.ใหม่ถวายสัตย์ฯ ยัน พท.ไปต่อ ส่วนสส.ตัดสินใจอย่างไร เป็นเอกสิทธิ์
ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดสุดท้ายของรัฐบาลเพื่อไทยเสร็จสิ้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล
นายภูมิธรรมระบุว่า วันนี้เราพยายามจะเคลียร์งานทั้งหมด ที่อยู่ในหน้าที่ให้หมดไป เพราะความเป็นรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลง แท้จริงก็ต่อเมื่อ ครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน เราก็จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ช่วงนี้จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไร เป็นการเคลียร์งานทั้งหมด เพื่อให้กลับคืนสู่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในการที่จะดำเนินงานต่อ
วันนี้ตนตั้งใจจะรับประทานอาหารร่วมกับสื่อมวลชน ที่ทำเนียบรัฐบาล เราก็ทำงานร่วมกันมาตลอด รักกันบ้างกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้คิดว่านั่นจะเป็นปัญหา เป็นธรรมชาติของคนที่ทำงานร่วมกัน ตนรู้สึกเสียดายว่าเร็วไปนิด คิดว่ามีเวลาอีก 1-2 วัน ถือว่าต้องจากกันไปวันนี้และพรุ่งนี้เราก็ยังทำงานรอ เผื่อมีอะไรที่จะต้องเซ็น และหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีก็เริ่มฟอร์ม ครม. คิดว่าใกล้จะเสร็จแล้วเพราะบอกว่าใกล้เสร็จแล้ว 100% รอแค่การตรวจคุณสมบัติ หลังจากนั้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม. และได้ถวายสัตย์ปฏิญาณทั้งคณะ ก็จะถือว่าต้องยุติบทบาทหลังจากนั้นเป็นต้นมา
นายภูมิธรรมยังกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องธรรมดา นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะยืนในจุดที่เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ก็ต้องทำหน้าที่ เสนอตัวให้ประชาชนไว้วางใจเรามากที่สุดและฟอร์มทีมใน ครม.ให้ได้มากที่สุด เราก็จะได้เป็นรัฐบาล แต่ตราบใดที่มีปัญหาในเรื่องการฟอร์มทีม เราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
ซึ่งตอนนี้รัฐมนตรีหลายคนก็ยังเป็น สส.อยู่ ก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ ส่วนคนที่ไม่ได้เป็น สส.ก็กลับไปทำงานในพรรค และจากที่ได้คุยกันเบื้องต้นวันนี้จะมีการประชุม สส. พวกเราทั้งหมดก็พร้อมที่จะทำพรรคการเมืองต่อไป และยังยึดมั่นในอุดมการณ์ พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่มีต้นทุน ประชาชน 10 ล้านคน ยังคงรักและผูกพันกับเรา เราก็มีหน้าที่ทำงานต่อไปข้างหน้า
ส่วนที่ถามว่า คนในพรรคเพื่อไทยเข้มแข็งหรือไม่ ตนว่าเข้มแข็ง เท่าที่คุยกัน และทุกคนก็พร้อมที่จะสู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน สามารถคิดหรือดำเนินการต่อไปอย่างไรก็ได้ อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา