เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณ 70,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณ 70,600 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.90 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สคร. จ่อชง ครม. ขยายอายุ CEO-กรรมการ รัฐวิสาหกิจ รับสังคมสูงวัย
Finance สคร. จ่อชง ครม. ขยายอายุ CEO-กรรมการ รัฐวิสาหกิจ รับสังคมสูงวัย
ญี่ปุ่น ปฏิวัติกาแฟยุคที่ 5 ชูกาแฟไร้เมล็ดรับโลกเดือด
Columns ญี่ปุ่น ปฏิวัติกาแฟยุคที่ 5 ชูกาแฟไร้เมล็ดรับโลกเดือด
ดุสิตธานีขยับรุกตลาดมาเลย์ ปักธงแบรนด์ ‘อาศัย’ แห่งแรก
Business ดุสิตธานีขยับรุกตลาดมาเลย์ ปักธงแบรนด์ ‘อาศัย’ แห่งแรก
พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ย. 69) ฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ย. 69) ฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 5.08% อยู่ที่ 81,214 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 5.08% อยู่ที่ 81,214 เหรียญสหรัฐ
พ.ร.บ. โลกร้อน : จากกฎหมายสิ่งแวดล้อม สู่แต้มต่อทางการแข่งขัน
Columns พ.ร.บ. โลกร้อน : จากกฎหมายสิ่งแวดล้อม สู่แต้มต่อทางการแข่งขัน
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ทำเล ‘BTS ทองหล่อ’ แข่งเดือด บิ๊กทุนแห่ผุด ‘แลนด์มาร์กใหม่’
Real Estate ทำเล ‘BTS ทองหล่อ’ แข่งเดือด บิ๊กทุนแห่ผุด ‘แลนด์มาร์กใหม่’
ดูทั้งหมด

นักวิชาการชี้ รัฐบาลอนุทิน ต้องเร่งฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิจใน 4 เดือน

13 ก.ย. 2568 | 13:56น.
เศรษฐกิจไทย

นักวิชการ มธ. มอง 4 เดือน รัฐบาลต้องฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ หวัง ‘รัฐมนตรีคนนอก’ มีอิสระในการทำงาน แนะลดค่าครองชีพ – ลุย Investment Roadshow ดึงการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ ชี้เสถียรภาพทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ รัฐบาลอนุทินต้องคืนอำนาจให้ประชาชนทำตามที่รับปากไว้

ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม อาจารย์คณะวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา (TIARA) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้เทคนิคการมองอนาคต (Foresight and Futures Studies) เปิดเผยว่า สิ่งที่ประชาชนเฝ้าติดตามมากที่สุดและเป็นบทพิสูจน์ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งการดึงบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการบริหารเศรษฐกิจมาร่วมรัฐบาลในคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงสัญลักษณ์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาคประชาชนเป็นอย่างมาก ส่วนตัวมองว่าฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่มีหน้าตาสวย แต่จะสร้างผลงานได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเป็นอิสระ และการเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นสามารถทำงานได้ตามความคิดของเขา

ผศ. ดร.ธันยพร กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำคือการประกาศแผนงานระยะเร่งด่วน (Quick wins) ให้ชัดเจนว่าในระยะ 4 เดือนนี้ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง ซึ่งต้องเป็น Quick wins ที่เกิดจากการวางแผนร่วมกันแบบสอดประสานกันของกระทรวงที่รับผิดชอบนโยบายเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน

โดยสิ่งที่คาดหวังในเดือนแรก คือการประกาศความพร้อมของคณะทำงานในแต่ละกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ว่าจะสามารถสอดประสานการทำงานร่วมกันแบบข้ามกระทรวงได้ โดยไม่แบ่งแยกต่างฝ่ายต่างทำกันไปแบบเดี่ยวๆ พร้อมกับการเร่งประกาศนโยบายลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน รวมไปถึงการฉายภาพให้เห็นถึงมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือกับเรื่องภาษีทรัมป์

ส่วนเดือนที่สอง รัฐบาลควรให้ความสำคัญไปที่การช่วยเหลือ บรรเทาแรงกดดันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเดินต่อไปได้ หรือจะเป็นการเร่งออกมาตรการอำนวยความสะดวกให้โครงการลงทุนใหม่ๆ เช่น การตั้งโรงงาน การตั้งนิคมอุตสาหกรรม การนำเข้าเทคโนโลยีเครื่องจักร ฯลฯ ขณะที่เดือนที่สาม ควรมุ่งเน้นความสำคัญไปที่การสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ โดยจัดทำกิจกรรมการเชิญชวนการลงทุน (Investment Roadshow) ดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ Next Gen เช่น อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ฯลฯ

“ระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือน คงไม่สามารถทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจที่จะลงทุนในทันที แต่อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจเริ่มต้นให้เกิดการหันมามองโอกาสและความเป็นไปได้ของประเทศไทยมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกรัฐมนตรีคนนอกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวมากพอสมควร เนื่องจากบางท่านคุ้นชินกับวิธีการทำงานแบบเอกชน บางท่านคุ้นเคยกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีความแตกต่างไปจากระบบราชการ” ผศ. ดร.ธันยพร กล่าว

ด้าน ศ. ดร.ภวิดา ปานะนนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศโลจิสติกส์และการขนส่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หนึ่งในตัวชี้วัดความท้าทายทางเศรษฐกิจของไทยในวันนี้ คือผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยสถาบันสถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปี 2025 ที่รายงานว่า ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 30 จากอันดับที่ 25 ในปีที่แล้ว

และเป็นประเทศที่รั้งอันดับท้ายๆ ในภูมิภาค โดยอยู่ในอันดับที่ 11 จากทั้งหมด 14 ประเทศ โดยสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ประเทศไทยเต็มไปด้วยปัญหาระยะสั้นมากมาย แต่สิ่งที่เป็นตัวชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจไทยหลายอย่างมาจากการสะสมกันของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้รับการแก้ไข

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในระยะสั้นของรัฐบาลที่มีระยะเวลาไม่มากนัก สิ่งที่ควรเร่งทำคือการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ซึ่งความไม่เชื่อมั่นเกี่ยวข้องกับการมองไม่เห็นถึงความแน่นอนของฉากทัศน์การเมืองไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ เช่น จะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ มีการเลือกตั้งเมื่อใด ฯลฯ ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนทางการเมืองด้วย

“การเร่งสร้างความชัดเจนเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ทำได้ จริงอยู่ว่ามันอาจจะไม่ใช่นโยบายด้านเศรษฐกิจโดยตรง แต่การมีความชัดเจนในเส้นทางทางการเมือง อย่างน้อยที่สุดก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและคนในประเทศได้ว่าการขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลครั้งนี้คือการลุกขึ้นมาแก้ปัญหา พูดจริงทำจริงตามกรอบระยะเวลาที่ได้ให้สัญญาไว้แล้วคืนเสียงให้กับประชาชนเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

ส่วนตัวเชื่อการที่รัฐบาลจะมีนโยบายเศรษฐกิจที่ดีได้ เขาจะต้องทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีกลไกนอกระบบประชาธิปไตยเข้ามาทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน และหยุดชะงักการพัฒนาเศรษฐกิจ” ศ. ดร.ภวิดา กล่าว