กรมอุตุฯแนะจับตาสัญญาณการก่อตัวของพายุลูกใหม่ช่วงปลายเดือนก.ย.นี้ ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ เตือนไทยมีฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนักบางพื้นที่ ตั้งแต่ 17 กันยายนจนถึง 1 ตุลาคม 68 เนื่องจากมรสุมมีกำลังแรงขึ้น ขณะที่ร่องมรสุมยังคงสวิงขึ้นลง และมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม ภาคอีสาน ภาคกลาง ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ยันสถานการณ์ขณะนี้ยังเป็น “ฤดูฝน” ตามปกติ
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 17 – 23 กันยายน 2568 ว่าในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน หลังจากนั้นจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย

กรมอุตุฯยันติดตามสถานการณ์พายุ 24 ชม.
กรมอุตุฯระบุเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้ในโลกโซเชียล ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตัวของพายุมากขึ้น ทำให้หลายคนวิตกกัวล และตื่นตระหนก ขอเรียนว่า ณ ขณะนี้ถึง 7 วันข้างหน้า ยังเป็นสถานการณ์ตามฤดูฝนของประเทศไทย ฝนที่ตกยังมาจากแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนกลางของประเทศ และมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นบ้าง
นอกจากนี้อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้เป็นช่วงๆ แต่สัญญาณของพายุอาจมีได้ช่วงปลายเดือน แต่ต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมประกอบด้วย ทั้งข้อมูลการตรวจวัดและแบบจำลองฯ เป็นสถานการณ์ที่ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ เพราะยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
ทางด้านดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตามสถานการณ์พายุตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจากแบบจำลองมีการพยากรณ์ว่าจะมีพายุเคลื่อนเข้ามาที่ประเทศเวียดนาม แต่ก็ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะการพยากรณ์จากแบบจำลองในระยะเวลาที่ไกลออกไปยังมีความไม่แน่นอนในการเคลื่อนตัวและการก่อตัวของพายุ
“ทั้งพายุดีเปรสชันและพายุโซนร้อน ถ้าหากมีการพัฒนาตัวเกิดขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถที่จะทราบได้ล่วงหน้า และเตือนพี่น้องประชาชนได้ทัน” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวย้ำ

สำหรับช่วง 17 ก.ย.- 1 ต.ค.68 ทั่วไทยมีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมรสุมมีกำลังแรงขึ้น ร่องยังคงพาดผ่าน (สวิงขึ้นลง) ประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม ภาคอีสาน ภาคกลาง ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่
โดยเฉพาะช่วง 22-25 ก.ย.68 ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ เดินทางสัญจรต้องระวัง ออกนอกบ้านติดร่มและเสื้อกันฝน
ส่วนช่วงปลายเดือน (26-27 ก.ย.68) มีสัญญาณของพายุ แต่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือไม่ ข้อมูลยังมีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ให้ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะๆ อย่าพึ่งตื่นตระหนกกับข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนโซเซียลในขณะนี้ ต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอื่นๆเพิ่มเติม (ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลง ใช้เป็นแนวทางการติดตามและวางแผนการรับมือในช่วงฤดูฝน)

กรมอุตุฯ : ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. 68 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 17 – 23 ก.ย. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 17 – 21 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 18 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 23 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 17 กันยายน 2568)