คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : สุปรีย์ ศรีสำราญ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
ลาวถือเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาเข้าไปลงทุนการผลิตสินค้าและให้บริการเพื่อรองรับตลาดลาว ไทย และประเทศอื่น ๆ ได้ จากพื้นฐานด้านวัตถุดิบเกษตร เช่น ยางพารา กาแฟ มันสำปะหลัง ที่มีราคาค่อนข้างต่ำกว่าวัตถุดิบเกษตรไทย ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทองแดง ทองคำ ป่าไม้ ที่ยังมีอยู่มาก ประกอบกับพลังงานไฟฟ้าจากน้ำที่มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำและมีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงที่ผ่านมาจึงเริ่มมีผู้ประกอบการต่างชาติและไทยเข้าไปลงทุนในลาว
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รัฐบาลลาวจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้างแล้ว ซึ่งในระยะข้างหน้า การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2564 จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และยกระดับศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของลาวให้เติบโตขึ้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ลาวได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) ซึ่งมีจำนวน 12 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศลาว โดยมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรม 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) การผลิต 2) การท่องเที่ยว
และ 3) การค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งจากการวิเคราะห์ SEZ ทั้ง 12 แห่ง จาก 5 ปัจจัย ได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ความพร้อมด้านวัตถุดิบ ระบบโลจิสติกส์ และจำนวนบริษัทที่เข้าไปลงทุนในปัจจุบัน สามารถสรุปศักยภาพของพื้นที่ตามอุตสาหกรรม 3 ประเภทหลักที่มุ่งเน้นพัฒนาได้ ดังนี้
1) เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน และเขตไชยเชษฐา ถือเป็น 2 พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการรองรับการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งประเมินว่าเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปมีบทบาทในกลุ่ม “ธุรกิจบริการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม” (Industrial Supporting Services) ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรม เช่น การซ่อมบำรุงเครื่องจักร การฝึกอบรมทักษะแรงงานเฉพาะด้าน
2.ธุรกิจสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงานของบุคลากร เช่น การพัฒนาที่พักอาศัยสำหรับแรงงาน อาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนการตั้งและการดำเนินธุรกิจของโรงงาน และ 3.ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการภาคการผลิต เช่น ระบบ ERP ระบบควบคุมการผลิตและบริการ Call Center ภาษาต่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสื่อสารในระดับนานาชาติ
2) เขตเศรษฐกิจพิเศษธาตุหลวง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนครหลวงเวียงจันทน์ นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม จากข้อมูลของกรมพัฒนาการท่องเที่ยวลาว พบว่า จากปี 2560 ถึงปี 2565 จำนวนห้องพักโรงแรมในเวียงจันทน์เพิ่มขึ้นจาก 13,030 ห้อง เป็น 18,896 ห้อง หรือคิดเป็น 7.7% CAGR ซึ่งสะท้อนความต้องการด้านที่พักและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอระดับบนยังมีแนวโน้มสูง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.อสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาเมือง เช่น การพัฒนาอาคารชุด บ้านจัดสรร หรืออาคารสำนักงานให้เช่า
2.โรงแรมและรีสอร์ต เช่น โรงแรมระดับ 4-5 ดาว บูติคโฮเทล รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานบันเทิง และ 3.ค้าปลีกและร้านแฟรนไชส์ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และร้านแฟรนไชส์แบรนด์ไทยในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
3) เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการบริการโลจิสติกส์ การบริการทางการเงิน และการท่องเที่ยวการโรงแรม เนื่องจากตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์บริเวณชายแดนลาว-จีน ณ เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างระบบโลจิสติกส์ทางถนนและทางรางด้วยรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการไทยสามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง เช่น การพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์เชื่อมโยงระบบรางและถนน การจัดตั้งคลังสินค้า ระบบ Cold Storage และคลังสินค้าปลอดภาษี
2.สถาบันการเงินและบริการธนาคาร เช่น การเปิดสาขาธนาคาร ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา และบริการทางการเงินผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อรองรับการใช้เงินหยวน-กีบ และ 3.ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการโรงแรม เช่น โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าปลอดภาษี และศูนย์วัฒนธรรมหรือแหล่งบันเทิง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าข้ามแดน
แม้ว่าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของลาว จะเปิดโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย แต่ก็ยังมีปัจจัยท้าทายสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนี้ ประการแรก ความไม่แน่นอนของกฎหมายและระเบียบภาครัฐถือเป็นอุปสรรคหนึ่งเนื่องจากกฎหมายด้านธุรกิจในลาวอาจยังมีการปรับเปลี่ยน ประการที่ 2 ค่าเงินกีบที่ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการชำระหนี้ต่างประเทศ
ประการที่ 3 ตลาดแรงงานในลาวกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ รวมถึงการหลั่งไหลของเงินลงทุนจากต่างประเทศอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งแรงงานมากขึ้น
ความท้าทายเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรมีแผนบริหารความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้านก่อนเข้าลงทุนในประเทศลาว