‘มาครง’ ต้องเดินเท้า 30 นาทีเพื่อไปสถานกงสุลฝรั่งเศส หลังจากถูกขบวนรถของ ‘ทรัมป์’ ขวาง
เดอะ การ์เดียน (The Guardian) รายงานว่า เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ต้องเดินเท้าในนครนิวยอร์กเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เนื่องจากถูกขบวนรถของประธานาธิบดีสหรัฐขวางการจราจร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเขากล่าวถ้อยแถลงบนเวทีสหประชาชาติ เรื่องการรับรองปาเลสไตน์เป็นรัฐ ของฝรั่งเศส
ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นเขาลงจากรถเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่ตำรวจหยุดรถของเขาเพื่อหลีกทางให้กับขบวนรถของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่คาดว่าจะมาถึง
ภาพวิดีโอซึ่งถูกบันทึกโดยผู้สื่อข่าวจาก Brut ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวโซเชียลมีเดีย ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่ามาครงกล่าวว่า เขาจำเป็นต้องไปที่สถานทูตฝรั่งเศส
“ผมขอโทษครับท่านประธานาธิบดี ผมขอโทษจริง ๆ ทุกอย่างถูกแช่แข็งเหมือนหยุดนิ่งไว้ ขยับไปไหนไม่ได้ มีขบวนรถกำลังเข้ามาในขณะนี้” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกกับมาครง
จากนั้นประธานาธิบดีก็มองออกไปที่ถนนที่ว่างเปล่า และตอบว่า “ถ้าคุณไม่เห็น (รถขบวน) ให้ผมข้ามไปเถอะ ผมจะเจรจากับคุณ”
มาครง ซึ่งยังคงติดอยู่หลังรั้วเหล็ก หยิบโทรศัพท์ออกมาและดูเหมือนจะโทร.หาทรัมป์โดยตรง เขาพิงรั้วแล้วพูดพร้อมกับหัวเราะว่า “สบายดีไหม ? เดาอะไรสิ ? ผมรออยู่บนถนน เพราะทุกอย่างถูกหยุดนิ่งไว้ให้คุณแล้ว”
ต่อมามาครงดูเหมือนจะได้รับอนุญาตให้เดินผ่านได้ แต่ยังไม่อนุญาตรถของเขาผ่าน เขายังคงใช้โทรศัพท์และเดินต่อไปตามถนน ผ่านผู้คนที่เดินซื้อของและคนเดินถนน ผู้สื่อข่าวจาก Brut กล่าวว่า มาครงเดินประมาณ 30 นาที พร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เขาหยุดและถ่ายรูปกับผู้คนที่เดินผ่านไปมาซึ่งขอถ่ายรูป รวมถึงภาพหนึ่งที่พบกับชายคนหนึ่งที่จูบหน้าผากผู้นำฝรั่งเศส

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเขากล่าวถ้อยแถลงบนเวทีสหประชาชาติเรื่องการรับรองปาเลสไตน์เป็นรัฐของฝรั่งเศส ซึ่งสหรัฐ พันธมิตรสำคัญของอิสราเอลคัดค้านการประชุมวาระพิเศษดังกล่าว
“ถึงเวลาแล้วที่จะยุติสงครามในฉนวนกาซา การสังหารหมู่ และความตาย” มาครงกล่าวระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมสุดยอดพิเศษที่สหประชาชาติเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา
“ถึงเวลาแล้วที่จะให้ความยุติธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ และยอมรับสถานะของปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ และเยรูซาเลม” ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าว