ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดถึง 3 ครั้ง และโพสต์บอกเล่าเหตุการณ์บนทรูทโซเชียล (Truth Social) เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจก่อวินาศกรรม
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งให้หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) สอบสวน “การก่อวินาศกรรมสามครั้ง” หลังโพสต์ข้อความบนทรูทโซเชียล (Truth Social) ยาวเหยียดถึง 357 คำ เรียกร้องให้มีการสอบสวนการก่อวินาศกรรมสามครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่เขาเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก
ทรัมป์อ้างถึงเหตุการณ์ที่เขาเชื่อว่าเป็นการก่อวินาศกรรม 3 ครั้ง ดังนี้
- บันไดเลื่อนหยุดกะทันหัน ขณะที่ทรัมป์และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง กำลังก้าวขึ้นบันได
- เครื่องเทเลพรอมป์เตอร์ (Teleprompter) ขัดข้องระหว่างการปราศรัย
- ระบบเสียง ภายในห้องประชุมมีปัญหา ทำให้ผู้ฟังไม่สามารถได้ยินถ้อยแถลง
“ไม่ใช่แค่หนึ่ง ไม่ใช่แค่สอง แต่เป็นสามเหตุการณ์ที่ชั่วร้ายเป็นอย่างมาก !”
“อย่างแรกคือ บันไดเลื่อนที่ขึ้นไปยังห้องปราศรัยหลักหยุดชะงักอย่างกะทันหัน มันหยุดลงทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย น่ามหัศจรรย์มากที่ผมและเมลาเนียไม่ล้มหน้าทิ่มลงไปบนขอบบันไดที่แหลมคม ไม่เช่นนั้นคงเป็นหายนะ
นี่คือการก่อวินาศกรรมอย่างแท้จริง ดังที่ปรากฏในโพสต์ของหนังสือพิมพ์ The London Times เมื่อวันก่อน ซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ยูเอ็นล้อเล่นเรื่องการปิดระบบบันไดเลื่อน “คนที่ทำแบบนั้นควรถูกจับกุม !”
ต่อมา ขณะที่ผมยืนอยู่ต่อหน้าผู้ชมทางโทรทัศน์นับล้านคนทั่วโลกและเหล่าผู้นำสำคัญในที่ประชุม เครื่องเทเลพรอมป์เตอร์ (Teleprompter) ของผมก็ไม่ทำงาน จอมืดมิดและไม่แสดงผลใด ๆ เลย ผมคิดในใจทันทีว่า ว้าว ตอนแรกก็เหตุการณ์บันไดเลื่อน แล้วก็ทีนี้เครื่องบอกบทพูดห่วย ๆ นี่มันที่ไหนกันเนี่ย”
ทั้งนี้ ทรัมป์ใช้เวลากล่าวถ้อยแถลงราวหนึ่งชั่วโมงทีเดียว แม้ว่าตามธรรมเนียมจะให้เวลาในการกล่าว 15 นาทีก็ตาม โดยทรัมป์ได้วิจารณ์ความอ่อนแอของยูเอ็น กล่าวหาว่า ยูเอ็นเปิดให้ผู้อพยพรุกรานประเทศตะวันตก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นการต้มตุ๋นครั้งใหญ่ และย้ำว่า การคาดการณ์ของยูเอ็นเป็นความผิดพลาด ทรัมป์สามารถหยุดสงครามได้ถึง 7 ครั้ง ในขณะที่ยูเอ็นไม่แม้แต่จะพยายามใด ๆ เลย
“และเหตุการณ์ที่สาม หลังจากที่ผมกล่าวสุนทรพจน์เสร็จ ผมได้รับรายงานว่า ไม่มีเสียงออกในที่ประชุมเลย ทำให้เหล่าผู้นำระดับโลกที่อยู่ในห้อง ไม่สามารถได้ยินสิ่งที่ผมพูด หากพวกเขาไม่ได้ใช้หูฟังสำหรับแปลภาษา”
ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผมกำลังส่งสำเนาจดหมายฉบับนี้ถึงเลขาธิการยูเอ็น (นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส) และผม เรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยทันที ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสหประชาชาติถึงไม่สามารถทำงานตามภารกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาได้”
คุกคามศักดิ์ศรี ในเวทีระหว่างประเทศ
ไมค์ วอลทซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ สนับสนุนให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
“สหรัฐจะไม่ทนต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงหรือศักดิ์ศรี ในเวทีระหว่างประเทศ เราคาดหวังความร่วมมือที่รวดเร็วและการดำเนินการที่เด็ดขาด” ไมค์ วอลทซ์ ระบุบน X
ในขณะที่ แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกประจำทำเนียบขาว กล่าวกับ Fox News ว่า การที่บันไดเลื่อนหยุดกะทันหันเป็นการวางแผนอย่างตั้งใจเพื่อให้ประธานาธิบดีอับอาย
“หากมีบุคคลใดในยูเอ็นที่เจตนาทำให้บันไดเลื่อนหยุดทำงาน ขณะที่ประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งกำลังเดินขึ้น พวกเขาจะต้องถูกไล่ออกและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยทันที” แคโรไลน์ ลีวิตต์ ระบุบน X พร้อมโพสต์ภาพ ข้อความบางส่วนจากหนังสือพิมพ์ The Times ซึ่งมีเนื้อความระบุว่า “เจ้าหน้าที่ยูเอ็นบางคนเคยพูดล้อเล่นว่า เขาอาจปิดการทำงานของบันไดเลื่อนและลิฟต์ และ บอก (ทรัมป์) เพียงว่าเงินหมด เพื่อที่เขาจะต้องเดินขึ้นบันได“
ยูเอ็นชี้แจง
นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น ระบุถึงการสอบสวนเหตุการณ์บันไดเลื่อนว่า ช่างภาพวิดีโอของคณะผู้แทนสหรัฐ ที่วิ่งนำไปก่อน เพื่อรอบันทึกภาพประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง อาจทำให้ระบบความปลอดภัยทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระบบดังกล่าว ติดตั้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลหรือวัตถุถูกหนีบติดในบันไดเลื่อนโดยไม่คาดคิด “ขณะที่ช่างภาพวิดีโอกำลังยืนหันหลังบนบันไดเลื่อนขั้นสุดท้าย ประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งก็ก้าวขึ้นบันไดเลื่อนขั้นแรกพอดี”
สำหรับเหตุการณ์เครื่องเทเลพรอมป์เตอร์ไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่ยูเอ็นคนหนึ่งได้ออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเป็นผู้ควบคุมเครื่องเทเลพรอมป์เตอร์เอง โดยนำแล็ปทอปมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบของยูเอ็น อีกทั้งกรณีระบบเสียงในห้องประชุมเอง ก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถฟังสุนทรพจน์ที่ถูกแปลเป็น 6 ภาษา ผ่านทางหูฟัง
อ้างอิง : Truth Social, The Guardian, BBC, Daily Beast
