เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
Tech Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Economic บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
SD ‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Economic ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
Tech Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
News ‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Biz Movement เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
Finance ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
Economic บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
ดูทั้งหมด

ทั่วโลกจ้อง ‘ตะครุบ’ คนเก่ง ‘โอกาสทอง’ หลังทรัมป์ขึ้นค่าวีซ่า

27 ก.ย. 2568 | 11:09น.
Men riding motorbikes travel past an advertisement of a visa consultancy office in Ahmedabad
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ต่อจากการบุกจับคนงานของบริษัท “ฮุนได” ซึ่งเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา ตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย ในจำนวนนั้นมีผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรจากเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าไปช่วยวางระบบโรงงานที่กำลังก่อสร้าง

จนทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่พอใจอย่างหนัก เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ แถมยังควบคุมตัวไว้นานถึง 1 สัปดาห์ ในห้องที่หนาวเย็น ห้องน้ำที่สกปรก น้ำดื่มที่ไม่สะอาด ทำให้บริษัทเกาหลีใต้ระงับการก่อสร้างโรงงานไว้ก่อน ทำให้โรงงานล่าช้าออกไป แม้ว่าในภายหลังทรัมป์จะอนุญาตให้คนเหล่านั้นอยู่ต่อ แต่พวกเขาเลือกที่จะกลับประเทศกันหมด

ล่าสุด “โดนัลด์ ทรัมป์” มีประกาศใหม่ออกมาในการจำกัดและเข้มงวดคนงานทักษะสูงจากต่างชาติ เพื่อสงวนงานไว้สำหรับคนอเมริกัน นั่นก็คือเพิ่มค่าธรรมเนียมสำหรับต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่าประเภท H-1B ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญพิเศษในแขนงต่าง ๆ เป็น 100,000 ดอลลาร์ จากเดิมประมาณ 1,500 ดอลลาร์ โดยบังคับใช้กับรายใหม่เท่านั้น แต่จะไม่กระทบผู้ที่มีวีซ่านี้อยู่เดิม

ถือเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ “ด้านลบ” และเป็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวร้าวที่สุดในการจำกัดวีซ่าการทำงานสำหรับต่างชาติ ที่จะส่งผลสะเทือนต่อบริษัทอเมริกัน และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคต โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี ที่แต่เดิมวีซ่า H-1B นี้ช่วยให้บริษัทอเมริกันดึงดูดคนมีความสามารถระดับ “หัวกะทิ” จากทั่วโลกมาทำงาน อันนับเป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของสหรัฐด้านเทคโนโลยี

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าดังกล่าวของสหรัฐ จุดประกายให้ประเทศอื่น ๆ เห็นเป็นโอกาสที่จะ “แย่งตัว” ผู้มีความสามารถเหล่านี้ โดยเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ชาร์ลส์-เฮนรี มอนโช หัวหน้าเจ้าหน้าที่ลงทุนของ Syz Group ระบุว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าดังกล่าวหลายเท่าตัว จะสร้างความเจ็บปวดต่อสหรัฐในแง่ของนวัตกรรม แต่มันจะเป็นโอกาสทองของสหราชอาณาจักรดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น หรือแม้กระทั่งจีนเอง

แฮร์รี สเต็บบิงส์ ผู้ก่อตั้งกองทุนสำหรับสตาร์ตอัพ ในสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ทรัมป์ได้ยื่น “โอกาสอันยิ่งใหญ่” ให้กับยุโรป เพราะที่ผ่านมาภัยคุกคามใหญ่ที่สุดสำหรับนวัตกรรมของยุโรปก็คือการสูญเสียผู้มีความสามารถ จึงขอเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรมอบวีซ่าประเภทนี้ให้กับคนเก่งจากต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้สหราชอาณาจักรเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดคนเก่ง

คำเรียกร้องของสเต็บบิงส์มีขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรกำลังหาหนทางที่จะยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับคนเก่งจากทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงข้ามกับสหรัฐอเมริกา โดยหนึ่งในทางเลือกที่เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังพิจารณาก็คือ “ยกเลิก” การเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับคนต่างชาติที่อยู่ในระดับ “สุดยอด” ของแต่ละสาขาอาชีพ

บาร์นีย์ ฮัสซีย์-เหยียว ซีอีโอบริษัทคลีโอ ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของอังกฤษเปิดเผยว่า หลังจากสหรัฐอเมริกาขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B ตนได้รับข้อความจากผู้ที่มีทักษะสูงที่กำลังพิจารณาจะออกจากสหรัฐมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งที่กำลังทำงานในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ดังนั้น สหราชอาณาจักรควรพิจารณาทำทุกอย่างเพื่อให้เป็น “จุดหมายปลายทางแรก” ของคนที่มีความสามารถระดับโลกเหล่านี้

สจ๊วต แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธินโยบายอเมริกาเตือนว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อสหรัฐ ถ้าหากมันจูงใจให้บริษัทอเมริกันย้ายงานไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขาที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญอย่างการวิจัยและพัฒนา และผลกระทบต่อเนื่องที่ตามมาก็คือ จำนวนนักศึกษาจากต่างประเทศที่เคยสนใจจะเข้ามาศึกษาในสหรัฐจะลดลง ถ้าหากไม่มีโอกาสทำงานในสหรัฐ

ในปีที่แล้วประเภทงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดผ่านวีซ่า H-1B ก็คือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิขอวีซ่าดังกล่าวต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ แต่ละปีสหรัฐจำกัดการออกวีซ่าใหม่ไว้ที่ 65,000 ราย แต่สามารถเพิ่มได้อีก 20,000 ราย สำหรับลูกจ้างที่จบปริญญาโทหรือสูงกว่า

บริษัทอเมริกันทั้งบริษัทการเงินและเทคโนโลยี มักคัดเลือกคนเก่งจากอินเดียและจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยอินเดียครองส่วนแบ่งมากที่สุด ในปีที่แล้ว (2024) มีคนอินเดียได้รับวีซ่า H-1B คิดเป็น 71% จีน 11.7% จากจำนวนทั้งหมด

บริษัทเทคโนโลยีเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากโครงการวีซ่าดังกล่าว โดยลูกจ้างของอเมซอนได้รับวีซ่า H-1B มากที่สุดในปี 2024 จำนวนมากกว่า 14,000 ราย ตามด้วย ทาทา คอนซัลแทนซี, ไมโครซอฟท์, แอปเปิล และกูเกิล แห่งละ 4,000-5,000 ราย

หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีและการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ทั้งอเมซอน, ไมโครซอฟท์, เจ.พี. มอร์แกน เชส ต่างออกคำแนะนำลูกจ้างต่างชาติในลักษณะคล้ายกัน เช่น ให้อยู่แต่ในสหรัฐ ส่วนผู้อยู่ในต่างประเทศต้องกลับมาให้ทันก่อนที่คำสั่งดังกล่าวของทรัมป์จะมีผลบังคับ หลีกเลี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสถานะของคนเข้าเมืองของเจ้าตัว

การเพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่าสูงลิบเพื่อจำกัดคนเก่งจากต่างชาติ ก่อให้เกิดเสียงแตกเป็นสองฝ่ายในทีมของทรัมป์ มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน โดยหนึ่งในผู้คัดค้านก็คืออีลอน มัสก์ แห่งเทสลา ซึ่งเคยเป็นคนใกล้ชิดทรัมป์

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าการกระทำของทรัมป์ในครั้งนี้ ตรงข้ามกับช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อหวังจะได้คะแนนเสียงจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งในครั้งนั้นทรัมป์ประกาศว่าจะอำนวยความสะดวกให้คนเก่งเข้ามาในสหรัฐง่ายขึ้น หรืออาจให้กรีนการ์ดแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับวิทยาลัยด้วยซ้ำ