เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาชัตดาวน์สหรัฐ

30 ก.ย. 2568 | 19:08น.
เงินบาท : Using both hands together to count number of the 1000 Baht of Thailand banknotes

เงินบาท : Using both hands together to count number of the 1000 Baht of Thailand banknotes

เงินบาทอ่อนค่า จับตาชัตดาวน์สหรัฐ หลังกำหนดเส้นตายในช่วงเที่ยงคืนของวันนี้ (30/09) ตามเวลาสหรัฐ หรือราว 11.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (1/10) ตามเวลาในไทย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/09) 32.26/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/09) ที่ระดับ 32.26/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญได้ หากรัฐบาลสหรัฐเผชิญกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลหรือชัตดาวน์ ที่มีกำหนดเส้นตายในช่วงเที่ยงคืนของวันนี้ (30/09) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 11.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (1/10) ตามเวลาไทย ซึ่งในแผนการรับมือภาวะชัตดาวน์ของทางกระทรวงระบุว่า กระทรวงกำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจะสามารถระงับโครงการและการดำเนินงานได้อย่างเป็นระเบียบ หากเกิดภาวะชัตดาวน์ ขณะที่ทางกระทรวงจะยังคงดำเนินกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ แผนการระบุว่า สำนักสถิติแรงงาน (BLS) จะระงับการดำเนินงานทั้งหมด โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเผยแพร่ในช่วงเวลาที่อยู่ในภาวะชัตดาวน์ ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 2 ต.ค., ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 3 ต.ค., ดัชนี CPI ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญ และเป็นข้อมูลชุดสุดท้ายที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 28-29 ต.ค.

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending home sales) ปรับขึ้น 4.0% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้น 3.8% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยเพื่อการจำนอง

ด้านเฟดสาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีชี้วัดกิจกรรมในภาคการผลิตของรัฐเท็กซัสปรับตัวลงสู่ระดับ -8.7 ในเดือน ก.ย. จากระดับ -1.8 ในเดือน ส.ค. บ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตในรัฐเท็กซัส

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ภายหลังการประชุมรัฐสภาในวันนี้ (30/09) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโครงการคนละครึ่ง และอื่น ๆ อีกหลายวาระ อาทิ การอนุมัติใช้งบประมาณปี 2568

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทอ่อนค่าตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ หลังราคาทองคำแตะรับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และมีแรงเทขาย ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.22-32.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/09) ที่ระดับ 1.1715/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/09) ที่ระดับ 1.1717/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (30/09) ว่า อัตราเงินเฟ้อของฝรั่งเศสที่ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป (HICP) ขยายตัว 1.1% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นจาก 0.8% ในเดือน ส.ค. แต่ยังคงต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.3%

ทั้งนี้หากวัดจากดัชนีราคาผู้บริโภคของฝรั่งเศสโดยตรง (CPI) อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.2% ในเดือน ก.ย. เร่งตัวขึ้นจาก 0.9% ในเดือน ส.ค.

ด้านสำนักงานแรงงานเยอรมนี เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (30/09) ว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 14,000 คน แตะระดับ 2.98 ล้านคน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 8,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวได้ช้า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซา ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ที่ 6.3% ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

นายอันเดรีย นาห์เลส ผู้อำนวยการสำนักงานแรงานกล่าวว่า ตลาดแรงงานยังไม่มีแรงส่งเพียงพอที่จะทำให้เกิดการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้ เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป กำลังเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โดยสถานการณ์ถูกซ้ำเติมจากผลกระทบของมาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาสที่ 2/2568 หดตัวลง 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความอ่อนแอต่อเนื่องในตลาดแรงงาน ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นดัชนีที่เคลื่อนไหวช้ากว่าตัวชี้วัดอื่น ๆ

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ได้ให้คำมั่นว่าจะพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นจากภาวะถดถอย ด้วยการอัดฉีดงบประมาณครั้งใหญ่ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการป้องกันประเทศ แต่มาตรการดังกล่าวยังใช้เวลาอีกนานกว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1713-1.1761 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1747/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/09) ที่ระดับ 148.77/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/09) ที่ระดับ 148.61/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวานนี้ (29/09)

นายอาซาอิ โนกุจิ กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งปกติสนับสนุนนโยบายดอกเบี้ยต่ำได้ออกมาส่งสัญญาณระบุว่า ความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้มีมากกว่าที่เคยเป็นมา โดยกล่าวว่า แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องผลกระทบจากภาษีของสหรัฐ แต่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจหลายอย่างของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า ประเทศกำลังคืบหน้าในการทำให้เงินเฟ้อไปถึงเป้าหมาย 2% ได้อย่างมั่นคง โดยมีสัญญาณบวกคือ บริษัทต่าง ๆ เริ่มผลักดันภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้มากขึ้น และพร้อมที่จะขึ้นค่าจ้างพนักงานอย่างต่อเนื่อง

ความเห็นนี้ตอกย้ำมุมมองของคณะกรรมการ BOJ ที่ว่า เงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่อง และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงจากปัญหาสงครามภาษีที่ลดน้อยลง อาจเป็นเหตุผลเพียงพอให้รีบขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคณะกรรมการ BOJ ทั้งหมดอาจกำลังเปลี่ยนท่าทีไปในทางที่ต้องการคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้นและอาจทำให้มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในการประชุม 29-30 ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังคงย้ำว่า การขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากการขึ้นค่าจ้างและความต้องการซื้อในประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.84-148.84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.97/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ได้แก่ ราคาบ้านเดือน ก.ค. จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.จาก Conference Board รวมถึง อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของเยอรมนี

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.0/-5.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.4/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ