เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า จากความกังวลสงครามการค้า ระหว่างสหรัฐกับจีน

17 ต.ค. 2568 | 19:20น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์อ่อนค่าจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอย่างใกล้ชิด คาดเฟดลดดอกเบี้ยในเดือนต.ค.นี้อีก 0.25% 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 6-10 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทปิดตลาดเช้าวันอังคาร (14/10) ที่ระดับ 32.54/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 32.71/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้าวันอังคาร (14/10) แข็งค่าแตะระดับ 99.28 โดยได้รับแรงหนุนหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยกับ Fox Business Network ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นอกรอบการประชุม APEC ที่เกาหลีใต้ช่วงสิ้นเดือนนี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายมีการสื่อสารกันอย่างจริงจังและสามารถลดความตึงเครียดทางการค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

เบสเซนต์ระบุเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี และมาตรการภาษี 100% ที่ทรัมป์เคยประกาศอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศจะหารือกันนอกรอบการประชุมประจำปีของธนาคารโลก และ IMF ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ ข่าวดังกล่าวช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน หลังจากจีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งทรัมป์ตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษี 100% สำหรับสินค้าจีนทั้งหมด และจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พ.ย.

จับตาสถานการณ์ชัตดาวน์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว โดยล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ได้เลิกจ้างพนักงานจำนวนหลายสิบคนที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ซึ่งรวมถึงนักระบาดวิทยาและนักวิทยาศาสตร์อาวุโส

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐมีคำสั่งชั่วคราวในวันพุธ (15/10) ห้ามรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลิกจ้างพนักงานของรัฐ ท่ามกลางภาวะปิดหน่วยงานของรัฐบาลหรือชัตดาวน์ที่ยังคงดำเนินอยู่

อีกทั้งเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ (15/10) ว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐ หรือชัตดาวน์ที่ดำเนินมาแล้วสองสัปดาห์ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียผลผลิตสูงสุดถึงสัปดาห์ะ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อมูลดังกล่าวแก้ไขข้อมูลก่อนหน้านี้ของ สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ ที่ประเมินความเสียหายสูงสุดไว้ถึงวันละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนจากสัญญาณทองคำตลาดนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกวา 3% ทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นครั้งแรก โดยได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ขณะเดียวกันถ้อยแถลงของประธานเฟดได้แสดงถึงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากมาตรการภาษีทางการค้าและอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักลงทุนที่เฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

โดยพาวเวลล์กล่าวถึงท่าทีล่าสุดของเฟดเกี่ยวกับการใช้นโยบาย “คุมเข้มเชิงปริมาณ” (Quantitative Tightening) หรือ QT ซึ่งเป็นกระบวนการลดการถือครองสินทรัพย์ในงบดุลของเฟดที่มีมูลค่ามากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ แม้ไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดว่ามาตรการ QT จะสิ้นสุดเมื่อใด แต่พาวเวลล์กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเฟดใกล้บรรลุเป้าหมายของการมีทุนสำรองเพียงพอสำหรับธนาคารต่าง ๆ แต่เขาไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว

คาดเฟดลดดอกเบี้ยต.ค.นี้อีก 0.25%

ซึ่งมุมมองดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจและตลาดแรงงานภายในประเทศโดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 98% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ และให้น้ำหนักเต็ม 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือน ธ.ค.

นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต และให้น้ำหนักเต็ม 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือน ธ.ค. นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) พุ่งขึ้นสู่ระดับ +10.7 ในเดือน ต.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -1.8 จากระดับ -8.7 ในเดือน ก.ย. โดยดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

สำหรับปัจจัยภายในประเทศในวันอังคาร (14/10) กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (15/10) เพื่อพิจารณาการปรับแผนและเป้าหมายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วงไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569(ต.ค.-ธ.ค. 68) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงการทำงาน 4 เดือนของรัฐบาลให้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เตรียมนัดประชุมหารือความร่วมมือนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ โดยประเด็นที่จะมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการรับมือผลกระทบจากภาษีสหรัฐ และสงครามการค้า, มาตรการส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและแก้ปัญหาหนี้ผู้ประกอบการ SMEs และความกังวลที่มีต่อปัญหาเงินบาทแข็งค่า

ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.42-32.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 32.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันอังคาร(14/10) ที่ระดับ 1.1567/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 1.1573/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทางด้านนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เซบาสเตียน เลอกอร์นู ได้ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยทั้งบุคคลหน้าเก่าและหน้าใหม่ รวม 34 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเมืองและเร่งผลักดันร่างงบประมาณปี 2569 ให้ผ่านรัฐสภา หลังจากเขาได้รับการแต่งตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งเพียงไม่กี่วันหลังลาออก

โดยรัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายค้านที่เตรียมลงมติไม่ไว้วางใจ และต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากพรรคสังคมนิยม ซึ่งยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจน

ทั้งนี้ เลอกอร์นู ยืนยันว่ารัฐบาลจะลดการขาดดุลงบประมาณปีหน้าให้อยู่ที่ 4.75% ของ GDP แม้จะสูงกว่าระดับเป้าหมายเดิม และยังต้องจับตาท่าทีต่อข้อเสนอของพรรคสังคมนิยมเกี่ยวกับการปฏิรูประบบบำนาญและการจัดเก็บภาษีจากมหาเศรษฐี ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลเสียงข้างน้อยชุดนี้

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (14/10) ว่า อัตราเงินเฟ้อหรือดัชนีราคาผู้บริโภคที่ปรับให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป (HICP) ในเดือน ก.ย. ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.4% ตรงตามตัวเลขประมาณการเบื้องต้น สำหรับดัชนี HICP ของเยอรมนีในเดือน ส.ค. อยู่ที่ระดับ 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1540-1.1728 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 1.1701/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

เงินเยนแข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันอังคาร (14/10) ที่ระดับ 152.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 152.73/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันนี้ (14/10) จากแรงเทขายของนักลงทุนที่เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น หลังพรรคโคเมโตะประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรค LDP ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของซานาเอะ ทาคาอิจิ

ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น กดดันหุ้นกลุ่มส่งออกอย่างหนัก โดยดัชนีนิกเกอิปิดที่ 46,847.32 จุด ลดลง 1,241.48 จุด หรือ -2.58% หุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะนอกกลุ่มเหล็กและหลักทรัพย์นำการปรับตัวลง นอกจากนี้ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนยังผลักดันให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาทองคำในญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 22,463 เยนต่อกรัม ทะลุระดับ 22,000 เยนเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์

นอกจากนี้ในวันพฤหัสบดี (16/10) นาโออิ ทามูระ กรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะกรรมการสายเหยี่ยว ออกมาเรียกร้องให้ BOJ เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางต่อเศรษฐกิจ (Neutral Interest Rate) มากขึ้น เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยท่าทีล่าสุดของทามูระยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่า เขาจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบันที่ 0.5% เป็น 0.75% อีกครั้ง ในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ หลังจากที่เคยเสนอแนวทางดังกล่าวมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการประชุมเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยทามูระระบุว่า เมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยังมีอยู่ทั้งด้านบวกและลบ BOJ จึงยังไม่จำเป็นต้องรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสู่ระดับทีจะฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจในทันที ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.39-152.61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 149.76/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ