การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
AnyMind Group เปิดตัวรายงาน “Influencer to Commerce in Thailand 2026” เผยอินไซต์การตลาด “อินฟลูเอนเซอร์” พบ TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม ขณะที่ LGBTQ+ นักกีฬาดาวรุ่ง และพนักงานออฟฟิศ ขึ้นแท่นกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์อิทธิพลสูงในปีนี้
รายงานข่าวจาก AnyMind Group ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชั่นสำหรับการดำเนินธุรกิจ (BPaaS) ด้านการตลาด อีคอมเมิร์ซ และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวรายงาน “Influencer to Commerce in Thailand 2026” สะท้อนแนวทางการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อขับเคลื่อนการตลาดแบบ Full-Funnel ตลอด Customer Journey ตั้งแต่การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ไปจนถึงการปิดการขาย (Conversion)
ปัจจุบันการตลาด “อินฟลูเอนเซอร์” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างการรับรู้ แต่ได้ก้าวมาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างยอดขายให้แก่แบรนด์อย่างเป็นรูปธรรมผ่าน Social Commerce
รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึก (First-Party Insights) จากแพลตฟอร์มบริหารจัดการอินฟลูเอนเซอร์ AnyTag ของ AnyMind Group โดยวิเคราะห์ ผลการดำเนินงาน อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชม (Engagement) และพฤติกรรมของอินฟลูเอนเซอร์ทั่วประเทศไทยตลอดระยะเวลา 3 ปี (ปี 2023–2025) เพื่อให้นักการตลาดและแบรนด์นำไปปรับใช้ในวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฮไลต์สำคัญจากรายงาน “Influencer to Commerce in Thailand 2026”
1.เทรนด์และการเติบโตของ Influencer Marketing
- TikTok ครองแพลตฟอร์มยอดนิยม : จากข้อมูลในปี 2025 TikTok ยังคงครองตำแหน่งแพลตฟอร์มการตลาดอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งในประเทศไทย โดยสัดส่วนแคมเปญมากกว่า 50% เลือกใช้ TikTok และมี Instagram และ YouTube ตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3
- ความหลากหลายของ Influencer Community ปี 2026 : คอมมิวนิตี้อินฟลูเอนเซอร์มีการเติบโตและแตกแขนงเฉพาะกลุ่มมากขึ้น กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลสูงในปีนี้ ได้แก่ LGBTQ+, Expert & Geek (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง), Athlete Rising Star (นักกีฬาดาวรุ่ง), Employee-Generated Content (EGC – คอนเทนต์จากพนักงาน), New Star จากรายการโทรทัศน์/สตรีมมิ่ง, Storyteller (นักเล่าเรื่อง) และ Comedian (สายตลก)
- คอนเทนต์อินฟลูเอนเซอร์สร้าง CPE คุ้มค่ากว่าคอนเทนต์แบรนด์ : ผลการเปรียบเทียบข้อมูลโฆษณา (Paid Ads) ระหว่างปี 2024 และ 2025 ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และ แฟชั่นและความงาม พบว่าการยิงแอดผ่านคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ทำผลงานได้ดีกว่า คอนเทนต์ของแบรนด์เองอย่างเห็นได้ชัด ในแง่ของต้นทุนต่อการมีส่วนร่วม (Cost Per Engagement : CPE) และต้นทุนต่อการแสดงผลโฆษณา 1000 ครั้ง (Cost Per Impression : CPM)
2.การก้าวกระโดดของ Affiliate Marketing และ Social Commerce
- Affiliate กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้หลัก : สำหรับบางแบรนด์บน TikTok Shop สัดส่วนรายได้จากการทำ Affiliate Marketing มีมูลค่าสูงกว่าการขายจากหน้าร้านหลักของแบรนด์ โดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้จาก Affiliate ถึง 60% และจากหน้าร้าน 40% สะท้อนถึงการเติบโตของ Affiliate ที่กลายมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้
- อินฟลูเอนเซอร์ทรงพลังในรูปแบบวิดีโอ : รูปแบบคอนเทนต์วิดีโอ (Video Format) ยังคงเป็นฟอร์แมตหลักที่เน้นการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อขับเคลื่อน Affiliate Marketing
- บทบาทเสริมซึ่งกันและกันของแพลตฟอร์ม : แม้การทำคอนเทนต์ “ปักตะกร้า” บน TikTok จะเป็นช่องทางหลักในการช่วยขาย และสร้างกระแสอย่างรวดเร็ว แต่ YouTube Shopping Affiliate ก็ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการให้ข้อมูลสินค้าเชิงลึก เหมาะสำหรับสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสูง
- การสร้าง Affiliate Community เพื่อผลลัพธ์ยั่งยืน : การสร้าง Community ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ในระยะยาวช่วยสร้างยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Sustainable Growth) ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ทำแคมเปญแบบครั้งเดียวจบ (One-off) โดยสามารถเพิ่มรายได้ภาพรวมของแบรนด์ให้เติบโตขึ้นถึง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนสร้าง Community