หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
บล.เอเซีย พลัส เปิด 5 สัญญาณเตือนตลาดหุ้นไทย หลังดัชนีร่วงจากจุดสูงสุดเกิน 5% หุ้นกว่า 58% หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน สะท้อนแรงขายเริ่มกระจายวงกว้าง แต่ยังไม่ถึงขั้น Crash พร้อมเปิด 6 หุ้นเข้า Watchlist “BDMS-PR9-COM7-PRM-TU-BJC”
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หากเปรียบโครงสร้างตลาดหุ้นไทยเป็น “บ้าน” ปัจจุบันพบ 5 สัญญาณเตือน ที่สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานแรง ได้แก่
1.“หลังคาเริ่มทรุด” ดัชนีปรับตัวลงจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ (52-Week High) มากกว่า 5% สะท้อนว่าแรงส่งของตลาดเริ่มอ่อนตัวลง
2.“คนเริ่มหนีออกจากบ้าน” จำนวนหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นถึง 317 บริษัท แสดงให้เห็นว่าแรงขายไม่ได้กระจุกอยู่เพียงหุ้นบางตัว แต่กระจายเป็นวงกว้าง
3.“ห้องที่พังมีมากกว่าห้องที่แข็งแรง” หุ้นที่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (RSI) ต่ำกว่า 30 มีสัดส่วน 5% สูงกว่าหุ้นที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป หรือ RSI สูงกว่า 70 ซึ่งมีสัดส่วน 3.5% สะท้อนภาพความอ่อนแอที่เริ่มกระจายตัวมากขึ้น
4.“เสากลางบ้านเริ่มเอียง” ดัชนีหลักหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน หรือ MA50 ถือเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มตลาดในระยะกลางเริ่มอ่อนแรง
และ 5.“ฐานรากเริ่มแตกร้าว” หุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาด หรือประมาณ 58% มีราคาหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย MA50 ยิ่งตอกย้ำว่าการอ่อนตัวเกิดขึ้นในหุ้นจำนวนมาก
แม้ทั้ง 5 สัญญาณจะสะท้อนภาพการปรับฐานที่รุนแรงขึ้น แต่ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะพังทลาย (Crash Alert) เนื่องจากความผันผวนของตลาดและค่า Average True Range (ATR) ซึ่งอยู่ที่ระดับ 16 ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงยังไม่เห็นสัญญาณความตื่นตระหนกหรือแรงเหวี่ยงของตลาดที่รุนแรงผิดปกติ เพียงแต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังและคัดเลือกหุ้นมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในช่วงตลาดผันผวน ใช้เกณฑ์คัดเลือกหุ้น 4 ด้าน ได้แก่ Reward ผลตอบแทนระยะสั้น 1 วันสามารถเอาชนะตลาด, Trend แนวโน้มราคา 5 วันโดดเด่นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 20 วัน, Momentum โมเมนตัมระยะสั้นแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วง 20 วันที่ผ่านมา และ Flow มีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในช่วง 5 วัน
พร้อมพิจารณาความเสี่ยงจาก Maximum Drawdown ควบคู่กัน พบว่ามีหุ้น 6 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ครบทั้ง 4 ด้าน และเหมาะสำหรับนำเข้า Watchlist เพื่อเก็งกำไรเชิงบวก ได้แก่
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC