ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานคดี กำชับต้องใช้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุดต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม ตระหนักถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดจากความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูล อคติทางอัลกอริทึ่ม รวมถึงขีดความสามารถในการเรียนรู้หรือประมวลผล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 70 ก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ได้เผยแพร่คำแนะนำของประธานศาลฎีกา (นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา วาระดำรงตำแหน่ง 1 ต.ค. 2567-30 ก.ย. 2568) เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานคดี
คำแนะนำดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างแพร่หลายในหลายกิจการงานอันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ในขณะที่การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยปราศจากอคติทั้งปวง การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อันเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาตามกาลสมัย จึงต้องธำรงไว้ซึ่งหลักการสำคัญในการพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ประธานศาลฎีกาจึงออกคำแนะนำไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงาน ต้องใช้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุดต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม และพึงคำนึงถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีนั้น โดยตระหนักถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดจากความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำมาใช้ประมวลผล อคติทางอัลกอริทึ่ม รวมถึงขีดความสามารถในการเรียนรู้หรือประมวลผล
ข้อ 2. การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต้องไม่เป็นการเปิดเผยความลับของทางราชการแก่ผู้ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะล่วงรู้ข้อมูลที่เป็นความลับนั้น และต้องไม่มีลักษณะเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลในคดีไปไข้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ข้อ 3. ผู้พิพากษาต้องยึดมั่นในความเป็นอิสระของตนเองในการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดี โดยปราศจากการชี้นำหรือแทรกแซงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการพิจารณาคดีพึงเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นพิพาท ในคดีเพื่อนำมาใช้วินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้นจะกระทำมิได้
ข้อ 4. การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือศาลในงานทางด้านธุรการหรือวิชาการ เช่น การสืบค้นข้อมูล การคำนวณทางคณิตศาสตร์ การจัดหมวดหมู่ข้อมูล การวางแผนบริหารจัดการคดี การสรุปข้อมูลหรือจัดเตรียมข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพิจารณาหรือพิพากษาคดี และการจัดทำร่างเอกสาร ผู้ใช้งานพึงตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอันเป็นผลลัพธ์ของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั้นเสมอผู้ใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในทางคดีพึงเปิดเผยถึงการใช้ข้อมูลดังกล่าวด้วย
ข้อ 5. ให้สำนักงานศาลยุติธรรมคัดสรรเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสมและเชื่อถือได้ไว้ใช้ในราชการศาลยุติธรรมเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนด้วยความเท่าเทียม โดยคำนึงถึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับของทางราชการตามกฎหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568

