สถานการณ์ราคาทองคำช่วงที่ผ่านมา เปรียบไปก็เหมือนกับ “รถไฟเหาะตีลังกา” มีพุ่งทะยานขึ้นไปจนทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แล้วในที่สุดก็มีการทิ้งดิ่งลงอย่างรุนแรง ทำเอากระแสตื่นทองชะงักไปบ้าง ซึ่งหลังจากนี้ราคาทองจะเป็นอย่างไรต่อ จะลงลึกกว่านี้ นักลงทุนต้องติดดอยนานแค่ไหน หรือแนวโน้มยังมีโอกาสกลับมาร้อนแรงอีกนั้น ผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง “จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้
ขาใหญ่เทขายฟันกำไร
“จิตติ” กล่าวว่าราคาทองที่ร่วงลงช่วงนี้ เกิดจากการที่ “รายใหญ่ที่ซื้อทองเก็งกำไร” มีการเทขายกันออกมา หลังจากที่ราคาทองพุ่งขึ้นแรงมากก่อนหน้านี้ ซึ่งมองว่าราคาที่ลงมาแรง ทองไทยไม่น่าจะหลุดต่ำกว่า 60,000 บาท โดยราคา Spot ให้แนวต้านไว้ที่ 4,050 เหรียญ น่าจะเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งพอสมควร ทั้งนี้ คาดว่าอีกราว 2-3 วัน หรือในช่วงสัปดาห์ข้างหน้านี้ สถานการณ์น่าจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติเป็น “ขาขึ้น” เหมือนเดิม แต่ช่วงนี้อาจจะยังผันผวนอยู่
“ราคาทองขึ้นแรง นอกจากคนซื้อทองจริง ๆ แล้ว ก็ยังมีคนที่เล่นทองฟิวเจอร์สเยอะด้วย ซึ่งตอนนี้พวกรายใหญ่ พวกกองทุนต่าง ๆ ถือโอกาสทำกำไร เทขายกันออกมา แต่เชื่อว่าหลังจากนี้อีกไม่นานน่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ ผมคิดว่ายังคงกลับไปเป็นขาขึ้นได้เหมือนเดิม”
เตือนเล่นฟิวเจอร์สเสี่ยง
ทั้งนี้ สถานการณ์ช่วงนี้คงต้องรอให้กลุ่มผู้ลงทุนฟิวเจอร์ส ว่าจะสามารถจ่ายมาร์จิ้นได้หรือไม่ ซึ่งหากจ่ายไม่ได้ก็จะถูกบังคับขาย ดังนั้น ก็ต้องรอให้ส่วนนี้เคลียร์กันชัดเจนก่อน หลังจากนั้นราคาน่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้
“ผมถึงเตือนว่าลงทุนฟิวเจอร์สต้องระมัดระวัง เพราะพวกนี้ใช้มาร์จิ้นมาซื้อ พอราคามันขึ้นไปมาก ๆ พวกกองทุนเทขายกัน จะถูกบังคับขาย ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีปัญญาจ่ายมาร์จิ้นกัน น่าจะถูกบังคับขายกันไปแล้ว จึงต้องรอให้พวกนี้สงบก่อน เหมือนกับมรสุม พอผ่านไปเรียบร้อยก็จะโอเคขึ้น”
ซื้อทองจริงติดดอยไม่เจ๊ง
“จิตติ” กล่าวว่า คนที่ซื้อทองไว้ตอนช่วงที่ราคาขึ้นไปทำนิวไฮ ถึงตอนนี้ราคาจะตกลงมาเยอะ แต่หากซื้อ “ทองจริง” ไม่ว่าจะซื้อที่หน้าร้าน หรือผ่านแอปพลิเคชั่นออนไลน์ก็ตาม ก็ไม่มีปัญหา เพราะสามารถรอให้ราคากลับขึ้นมาได้ ก็จะไม่ขาดทุน แต่คนที่เล่นฟิวเจอร์สจะมีโอกาสขาดทุน เพราะถูกบังคับขาย
“คนที่ซื้อทองจริง ๆ ติดดอยไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวราคาก็กลับขึ้นมา แต่พวกซื้อฟิวเจอร์สไม่มีโอกาสติดดอยหรอก เพราะจะถูกบังคับขาย ราคาลงมาเกิน 10% ก็โดนแล้ว”
ทั้งนี้ ในจังหวะที่ทองร่วงลงมานี้ สามารถเข้าซื้อสะสมได้ เพราะทองยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนอยู่ โดยเฉพาะหากมีเงินเย็นก็สามารถลงทุนได้
“ตอนนี้ช่วงที่ทองลงมาแรง ก็เห็นมีคนมาซื้อนะ ก็ยังเป็นจังหวะซื้อ เพราะจริง ๆ แล้วทองก็ยังน่าลงทุนอยู่ ถ้ามีเงินเย็นก็ลงทุนได้”
ลุ้นนิวไฮอีกครั้งปลายปีนี้
“จิตติ” กล่าวว่า เชื่อว่าแนวโน้มราคาทองคำยังมีโอกาสกลับไปทำจุดสูงสุดได้อีก โดยช่วงปลายปี 2568 นี้ ก็เป็นไปได้ที่ทองแท่งจะขึ้นไปใกล้ ๆ 70,000 บาทได้อีกครั้ง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ขณะที่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะขึ้นภาษีประเทศจีน ซึ่งต้องจับตาว่าการเจรจาจะออกมาอย่างไร แต่คิดว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนคงยังไม่จบง่าย แต่จะยืดเยื้อไปอีกนาน
“ยังคิดว่าภายในปีนี้จะกลับมาทำนิวไฮอีกครั้งได้ จากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด” นายกสมาคมค้าทองคำกล่าว