เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าเร็วตามราคาทองที่ลดลงแรง หลังนักลงทุนโลกเทขายทำกำไร

24 ต.ค. 2568 | 18:38น.
เงินบาท-ราคาทองคำ

เงินบาทอ่อนค่าเร็วตามราคาทองคำที่ลดลงแรง หลังนักลงทุนโลกเทขายทำกำไร ขณะที่ตลาดยังกังวลกรณีที่รัฐบาลกลางสหรัฐยังคงปิดทำการยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 23 ส่งผลให้ตลาดขาดข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ใช้ในการบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 20-24 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 32.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 32.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่า ตามราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงสูงสุด 380 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,380 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หลังไม่สามารถทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ได้

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก แตะระดับ 98.48 หลังความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายลง แม้สหรัฐยังคงขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากร 100% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพื่อตอบโต้การที่จีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายาก

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดยังกังวลที่รัฐบาลกลางสหรัฐยังคงปิดทำการยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 23 ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดขาดข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ใช้ในการบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจหลายรายการ

อย่างไรก็ตามสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐได้รับอนุมัติให้เรียกเจ้าหน้าที่กลับมาทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำและเผยแพร่รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย.ในวันศุกร์ที่ 24 ต.ค.นี้ แม้จะอยู่ในช่วง government shutdown โดยถือเป็นข้อยกเว้นเนื่องจากข้อมูล CPI มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการคำนวณปรับค่าครองชีพสำหรับผู้รับสิทธิประกันสังคมในปี 2569

โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75%-4.00% ในการประชุมวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ ท่ามกลางช่วง Blockout Period ที่เจ้าหน้าที่เฟดงดให้ความเห็นต่อสาธารณะ

ขณะที่นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลมีแนวโน้มจะสิ้นสุดลงภายในสัปดาห์นี้ แต่หากยังไม่คลี่คลายรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์อาจใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อผลักดันให้พรรคเดโมแครตให้ความร่วมมือในการผ่านงบประมาณฉบับใหม่

เงินบาทปิดตลาด 32.75/77 บาท/ดอลลาร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (20/10) รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเป็นวันแรก โครงการนี้มีระยะเวลา 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขที่ประชาชนสามารถใช้จ่ายตามสิทธิได้ไม่เกิน 200 บาทต่อวันและจ่ายเพียง 100 บาท โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสิ้นปี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากผลตอบรับของโครงการออกมาดี รัฐบาลพร้อมที่จะเตรียมโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ในวันอังคาร (21/10) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบนโยบาย “Quick Big Win” โดยเน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569

ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการเหล่านี้แม้จะใช้งบประมาณเพียง 13,000 ล้านบาท แต่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4 ให้ขยายตัวได้ราว 1% โดยเฉพาะจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี

ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่ามาตรการท่องเที่ยวจะช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 0.04% ส่วนมาตรการก่อนหน้านี้ เช่น การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่ง พลัส คาดว่าจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 1.1 แสนล้านบาท และช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 0.4% ส่งผลให้ภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปีนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ราว 1% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้รัฐบาลยังเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในเมืองรองเพื่อกระจายรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

นอกจากนี้ นางสาวปราณี สุทธิศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 2.2% และยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6%

โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อนที่สหรัฐจะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.51-32.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 32.75/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 1.1662/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 1.1695/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรพักตัว หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดสรรเงินกู้รอบสองให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ตอกย้ำว่าสถานการณ์ทางการเงินในยุโรปเลวร้ายมาก

ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันพฤหัสบดี (23/10) ตลาดหุ้นยุโรปปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย โดยสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรต่อบริษัท Rosneft และ Lukoil ซึ่งถือเป็นบริษัทส่งออกรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้้งใหญ่ในการมุ่งเป้าโจมตีภาคพลังงานของรัสเซีย และอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงพอที่จะทำให้ตลาดน้ำมันโลกกลับเข้าสู่ภาวะขาดแคลนในปีหน้า ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.7% หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 5% และรายวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.

ขณะที่นักลงทุนจับตาความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจยุโรปจากรายงานผลประกอการของหลายบริษัท ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1576-1.1675 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 1.1606/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 151.12/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 149.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (21/10)

“ทาคาอิจิ” นายกฯหญิงญี่ปุ่นคนแรก

ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นอย่างป็นทางการ หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 465 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 ต.ค. ทาคาอิจิเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และฟูมิโอะ คิชิดะ โดยมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม

การขึ้นดำรงตำแหน่งของทาคาอิจิส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นโตเกียว โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 744.31 จุด หรือ +1.51% แตะระดับ 49,929.81 จุด หลังนักลงทุนตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทาคาอิจิ ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง ทาคาอิจิได้รับแรงสนับสนุนจากอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะและมีแนวโน้มจะสานต่อนโยบาย “อาเบะโนมิกซ์” ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ การผ่อนคลายทางการเงิน และการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน โดยทาคาอิจิเคยผลักดันมาตรการแจกเงินสดและลดภาษีเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์จากโนมูระและหลายสำนักมองว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้เงินเยนปรับตัวอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่า BOJ พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.25-153.06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 152.92/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ