โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 17.9 ล้านคนทุกปี ซึ่งเกือบ 80% ของผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรสามารถป้องกันได้ หากได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ
พร้อมทั้งมีการดูแลด้านโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระหว่างเมืองใหญ่และพื้นที่ห่างไกลยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ
จากความท้าทายดังกล่าว บริษัท ฟิลิปส์ ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม “ดูแลกาย ห่วงใยหัวใจ” เข้าสู่ปีที่ 4 อย่างต่อเนื่อง
โดยร่วมมือกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย และโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อส่งมอบโอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจแบบเฉพาะทางให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมสร้างความยั่งยืนผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่
วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ ประเทศไทย เน้นย้ำถึงปรัชญาของบริษัทว่า ฟิลิปส์ไม่ได้มองตัวเองเพียงแค่ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ แต่ยังมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม
การนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากประชาชนในพื้นที่ห่างไกลยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ ฟิลิปส์จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมที่ผลักดันการเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมและยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้น
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือในโครงการ “ดูแลกาย ห่วงใยหัวใจ” ได้เปิดโอกาสให้ฟิลิปส์นำเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจเคลื่อนที่เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจและดูแลสุขภาพหัวใจได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
โครงการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของฟิลิปส์ที่เชื่อว่านวัตกรรมจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
ขณะที่แพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ได้เล่าถึงความผูกพันกับจังหวัดชุมพรว่า เมื่อราว 15 ปีที่แล้ว ตนเคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร และได้เห็นปัญหาการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในพื้นที่ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รอยต่อที่มีปัญหานี้ต่อเนื่องมานานถึง 10 ปี
ทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะไม่ปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่ชุมพร ระนอง และจังหวัดใกล้เคียงขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ
การจัดตั้งศูนย์หัวใจขึ้นจึงเป็นก้าวสำคัญ และในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดไปยังศูนย์สมองด้วย การทำงานด้านสาธารณสุขในเครือข่ายนี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีในภาพรวมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ศาสตราธิคุณแพทย์หญิงสมนพร บุณยะรัตเวช อุปนายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่น่ากังวลของประเทศ โดยระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพในปี 2568 ระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 2.6 แสนราย และยังเป็นโรคที่สร้างภาระทางเศรษฐกิจสูง
กรมการแพทย์ระบุว่าประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการรักษาพยาบาลถึง 6,906 ล้านบาทต่อปี ขณะที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเพียง 500-600 คน และส่วนใหญ่กระจุกตัวในเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยในหลายพื้นที่ยังเข้าไม่ถึงบริการเฉพาะทางอย่างทั่วถึง
สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมมือในโครงการนี้ที่สะท้อนพันธกิจของสมาคม
มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเผยแพร่ความรู้เชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง และยกระดับการดูแลโรคหัวใจให้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดทั้งกระบี่ สระแก้ว และแม่ฮ่องสอน โดยได้รับการสนับสนุนจากฟิลิปส์อย่างต่อเนื่องในการผลักดันโครงการให้บรรลุเป้าหมาย
สำหรับปีที่ 4 นี้ ได้สานต่อภารกิจที่จังหวัดชุมพรภายใต้การร่วมมือของภาคีพันธมิตรทั้งหมดในการออกหน่วยตรวจและส่งต่อการรักษา โดยปีนี้มีการยกระดับจากการตรวจคัดกรองเพียงอย่างเดียว มาเป็นการบูรณาการจัดอบรมบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยต่อไป

ท้ายนี้ แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ แสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนจากฟิลิปส์และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในโครงการ CSR ครั้งนี้ว่า โรงพยาบาลตระหนักดีถึงความสำคัญของการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชน จึงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ การพัฒนาบุคลากร และการส่งเสริมนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่
แม้ว่าจะมีบุคลากรเฉพาะทางจำกัด แต่มีผู้ป่วยต้องการตรวจคัดกรองกว่า 50 ราย การได้รับการสนับสนุนจากฟิลิปส์ สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจฯ ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย พร้อมกับการฝึกอบรมบุคลากรและนักศึกษาแพทย์เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เองในระยะยาว
“การจัดการโรคหัวใจอย่างมีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะอ้วนลงพุง”
เพราะหากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่จัดตั้งขึ้น ได้รับเงินสนัลสนุนกว่า 62 ล้านบาท เปิดให้บริการมา 2 ปี ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วกว่า 644 ราย โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาผู้ป่วยหนักทั้งโรคหัวใจและสมองในพื้นที่ชุมพรและระนอง

ดูแลกาย ห่วงใยหัวใจ ปีที่ 4
ฟิลิปส์นำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมาใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย ด้วยการสนับสนุนเครื่องอัลตราซาวนด์หัวใจแบบ 3 มิติที่ใช้หลักคลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพเคลื่อนไหวของหัวใจแบบเรียลไทม์ และประมวลผลภาพสามมิติที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างหัวใจ หลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือดได้อย่างสมจริงและละเอียดในทุกมิติ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและความมั่นใจในการวางแผนรักษา
สำหรับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์หัวใจจะไม่มีรังสีที่เป็นอันตราย ผู้ป่วยตั้งครรภ์จึงสามารถเข้ารับการตรวจได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบในการยกระดับคุณภาพของการตรวจหัวใจ
นอกจากนี้ ยังได้นำระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะทางที่เรียกว่า ISCV หรือ IntelliSpace Cardiovascular มาใช้ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลในการตรวจเพื่อการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและช่วยในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลระดับตติยภูมิได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ด้านมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรคหัวใจให้กับประชาชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรอง นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว โครงการยังมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่
โดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากสมาคม และชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดทักษะการใช้เครื่องอัลตราซาวนด์หัวใจและการตีความผลการตรวจอย่างถูกต้อง
ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรในพื้นที่สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนแม้โครงการสิ้นสุดลง
