เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์กรุงเทพ ยกเลิก “บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง” ตั้งแต่ 15 ธ.ค. 69 ย้ายใช้โมบายแบงก์กิ้ง
Finance แบงก์กรุงเทพ ยกเลิก “บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง” ตั้งแต่ 15 ธ.ค. 69 ย้ายใช้โมบายแบงก์กิ้ง
เปิดไลฟ์สไตล์ “ไอเดีย สุชาดา” สส.ชัยภูมิ กับทรัพย์สินครอบครัวเกือบ 2 พันล้าน ส่องแบรนด์เนม เครื่องประดับ นาฬิกาหรู
Biz Movement เปิดไลฟ์สไตล์ “ไอเดีย สุชาดา” สส.ชัยภูมิ กับทรัพย์สินครอบครัวเกือบ 2 พันล้าน ส่องแบรนด์เนม เครื่องประดับ นาฬิกาหรู
41 ปี จากลูกหม้อสู่ CEO บินไทย “วันถูกปลด” ของ ชาย เอี่ยมศิริ
ไฮไลท์ประชาชาติ 41 ปี จากลูกหม้อสู่ CEO บินไทย “วันถูกปลด” ของ ชาย เอี่ยมศิริ
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
‘มาลัยรัดเกล้า’ แมสมากในหมู่ พส.จีน ทำยอดเรียกรถไป ‘ปากคลองตลาด’ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
Business ‘มาลัยรัดเกล้า’ แมสมากในหมู่ พส.จีน ทำยอดเรียกรถไป ‘ปากคลองตลาด’ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
Real Estate ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
Economic ‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
Real Estate LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
ดูทั้งหมด

เตือนผู้ส่งออก ระวังกฎหมาย UK คว่ำบาตรรัสเซีย บริษัทไทยถูกขึ้นบัญชีแล้ว 4 แห่ง

05 พ.ย. 2568 | 11:29น.

กรมการค้าต่างประเทศ เตือนซ้ำระวังกฎหมาย UK แรง กรณีพบบริษัทในประเทศที่สาม เข้าไปค้าขายสินค้าความเสี่ยงสูง กรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน เร่งสร้างความเข้าใจต่อผู้ส่งออกไทย หวั่นมีผลกระทบต่อการค้า การส่งออก มีบริษัทไทยถูกขึ้นบัญชีรวมจำนวน 4 แห่ง 

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักรได้ประกาศขึ้นบัญชีเพิ่มเติมรายชื่อบุคคล และนิติบุคคลของประเทศที่สาม ที่พบว่าให้ความช่วยเหลือแก่รัสเซียในสงครามยูเครน ตามกฎหมายว่าด้วยการคว่ำบาตรต่อรัสเซียปี 2019 ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เป็นบุคคลและนิติบุคคล 39 ราย เรือ 51 ลำ ทั้งนี้ มีบริษัทไทยถูกขึ้นบัญชีรวมจำนวน 4 แห่ง

กฎหมายว่าด้วยการคว่ำบาตรต่อรัสเซียของสหราชอาณาจักรนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการทำสงครามของรัสเซียต่อยูเครน โดยกำหนดว่า หากพบว่ามีบุคคลหรือนิติบุคคลใดมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงของการบ่อนทำลายความมั่นคงของยูเครน หรือมีกิจกรรมทางการค้าที่เป็นการสนับสนุนรัสเซียจะถูกประกาศรายชื่อ และกฎหมายได้กำหนดห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติอังกฤษ บริษัทที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของสหราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในประเทศอื่น หรือแม้แต่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับสหราชอาณาจักร (UK Nexus) เข้าไปทำธุรกรรมด้านการค้า การเงิน และการลงทุนด้วย

นอกจากนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดังกล่าว อาจถูกอายัดทรัพย์สินหรือถูกปฏิเสธการให้บริการทางการเงินจากสถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย หรือบริษัทขนส่งของสหราชอาณาจักรอีกด้วย

นางอารดากล่าวว่า แม้ว่าไทยมีนโยบายที่เป็นกลางต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนรวมถึงประเทศตะวันตก อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากผู้ส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นกฎหมายภายในประเทศที่นำออกมาเพื่อใช้บังคับกับบุคคลหรือนิติบุคคลของประเทศตนเองไม่ให้ทำธุรกรรมด้านการค้า การเงิน และการลงทุนใด ๆ ซึ่งในกรณีประกาศล่าสุดนี้ พบว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนในไทยถูกขึ้นบัญชีดังกล่าว และย่อมจะได้รับผลดังกล่าวด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังอาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยได้ในสายตาของกลุ่มประเทศตะวันตก ที่ถือเป็นตลาดที่สำคัญของสินค้าส่งออกไทยอีกด้วย ซึ่งในการนี้ กรมการค้าต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีนี้ อยู่ระหว่างการเชิญบริษัทที่จดทะเบียนในไทยดังกล่าวมาหารือเพื่อทำความเข้าใจต่อกฎหมายดังกล่าว และชี้แจงต่อผลกระทบอันที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทและไทยในภาพรวม

อีกทั้ง ยังได้แจ้งเตือนไปยังภาคเอกชนของไทย ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ส่งออกไทยและภาคธุรกิจได้รับทราบถึงกฎหมายและประกาศล่าสุดดังกล่าว และขอให้ดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศด้วยความรอบคอบ

ทั้งนี้ ในปี 2567 การค้าระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร มีมูลค่ารวม 234,544.31 ล้านบาท ในขณะที่การค้าไทย-รัสเซีย มีมูลค่ารวม 55,898.82 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 147,025.31 ล้านบาท และส่งออกไปยังรัสเซียอยู่ที่ 31,026.94 ล้านบาท ในส่วนการนำเข้า ไทยนำเข้าสินค้าจากสหราชอาณาจักร มูลค่า 87,519.01 ล้านบาท และจากรัสเซีย 24,871.88 ล้านบาท

นอกจากนี้ สำหรับดุลการค้า ไทยเกินดุลกับทั้งสองประเทศ โดยเกินดุลกับสหราชอาณาจักร 59,506.30 ล้านบาท และกับรัสเซีย 6,155.06 ล้านบาท และผู้ส่งออกสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการของสหราชอาณาจักรได้จาก QR Code ด้านล่างนี้