เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
Automotive เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
Economic ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
Finance ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
World โพลชี้ บริษัทญี่ปุ่นเจอต้นทุนแร่หายากพุ่งสูงกว่า 20% พิษจีนจำกัดส่งออก
เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
Sport เช็กความพร้อม ‘สวนรถไฟ’ รับศึกนัดชิงบอลโลก ตำรวจ-กทม. คุมเข้มความปลอดภัย
‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
World ‘สี จิ้นผิง’ เปิดงาน ‘WAIC’ ครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่น AI พร้อมเทียบสหรัฐ
เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เปิดโมเดล “สหกรณ์สร้างอาชีพ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
Finance โฆษกคลังเผยเตรียมโยกผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่หลุดสิทธิรับ 60/40 อัตโนมัติ ชง ครม. 21 ก.ค.นี้
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
SD Talk บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์จากคลินิก
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 64,400 บาท
ดูทั้งหมด

เบื้องหลัง Lazada เปลี่ยนเกมอีคอมเมิร์ซ เดินหน้าชูแบรนด์แท้ เน้นตลาดคุณภาพ

06 พ.ย. 2568 | 16:00น.

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และคาดว่าจะมีมูลค่ารวมแตะ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 จากแรงหนุนของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้านออนไลน์ที่พัฒนาครอบคลุมในทุกมิติ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยครองสถิติช้อปออนไลน์สูงที่สุดของโลกหลายปีติดต่อกัน

หากสำรวจภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่าแต่ละแพลตฟอร์มเริ่มมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันชัดเจน บางแพลตฟอร์มเน้นที่ปริมาณคำสั่งซื้อ ขณะที่บางรายชูความบันเทิงด้านคอนเทนต์ แต่ “ลาซาด้า” เลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็น “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยุคใหม่” ที่มุ่งเน้นเจาะตลาดคุณภาพ และเป็นศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แพลตฟอร์มสั่งสมมาอย่างยาวนาน

เหตุผลสำคัญประการแรก ที่ลาซาด้าเลือกเดินเกมนี้ คือพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ “กลุ่มผู้บริโภคคุณภาพ” ที่หันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในเชิงคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ช้อปโดยรวม ผลสำรวจจาก Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) ระบุว่า ผู้บริโภคไทยโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางมีแนวโน้มยินดีจ่ายสูงขึ้นสำหรับสินค้าที่มีคุณลักษณะพิเศษหรือคุณภาพสูง โดยเฉพาะสินค้าใหม่ในกลุ่มความงามและไลฟ์สไตล์ การวิจัยชี้ว่าแบรนด์สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ หากเน้นตลาดพรีเมียมและสินค้าพิเศษ

เทรนด์นี้สะท้อนผ่านข้อมูลจากแคมเปญ ลาซาด้า 9.9 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) บน LazMall เพิ่มขึ้นเกือบ 30% ปีต่อปี (YoY) แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าคุณภาพและแบรนด์แท้ในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะที่ Standard Insights  ระบุผ่านรายงาน The Rise of eCommerce in Thailand ว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการช้อปปิ้งออนไลน์ในไทย คือ การสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผู้บริโภคหลายรายยังคงนิยมการช้อปปิ้งที่หน้าร้านจริง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับ คุณภาพสินค้า ความแท้จริงของสินค้า และบริการหลังการขาย

นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงอุปสรรคสำคัญที่ผู้ซื้อออนไลน์ไทยพบ ได้แก่ โฆษณาที่หลอกลวง (38.9%), ความมั่นใจในคุณภาพสินค้า (33.2%) และการเข้าถึงบริการหลังการขาย (29.7%)

รายงานทั้ง 2 ฉบับ สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ คุณค่าและคุณภาพของสินค้า มากกว่าการเลือกซื้อเพียงเพราะปัจจัยราคาเพียงอย่างเดียว แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่าการนำเสนอสินค้าคุณภาพและบริการที่ตอบโจทย์ จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับแบรนด์ในตลาดไทย

อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแพลตฟอร์มเพียงฝ่ายเดียว แต่ขับเคลื่อนโดยระบบนิเวศที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์พันธมิตร ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างแพลตฟอร์มและแบรนด์จึงเป็นหัวใจสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อถือได้แก่ผู้บริโภค

ลาซาด้า ในฐานะผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค มีข้อได้เปรียบจากเครือข่ายแบรนด์ระดับโลกและไทยที่เชื่อมั่นและเลือกเติบโตร่วมกัน ด้วยความแข็งแกร่งด้านความน่าเชื่อถือ ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ และความไว้วางใจจากผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้ามูลค่าสูง (Big-ticket purchase) บนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

จุดแข็งนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อกลยุทธ์ที่ลาซาด้าเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิงคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ (Brand-Driven Strategy) โดยมีฐานแบรนด์ระดับโลกที่เลือกเปิดร้านออฟฟิเชียลเอ็กซ์คลูซีฟบนลาซาด้า อาทิ Nike, YSL Beauty, Aesop, MUJI, LAMY และอีกมากมาย สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่มีต่อแพลตฟอร์ม

ล่าสุด ลาซาด้าได้ขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์และสินค้ารับแคมเปญ 11.11 โดยจำนวนร้านค้าแบรนด์บน LazMall เพิ่มขึ้นกว่า 60% นับเป็นการเพิ่มจำนวนสินค้าแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศกว่าหลายล้านรายการ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในทุกหมวดหมู่สินค้า

ในด้านของประสบการณ์การช้อปปิ้ง ลาซาด้ามุ่งมั่นมอบประสบการณ์ช้อประดับพรีเมียมผ่าน ‘4 การันตี’ จาก LazMall เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกมิติ (การันตีสินค้าแบรนด์แท้ 100% – จัดส่งตรงเวลา – คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว – การันตีสต็อกพร้อม) อีกทั้งยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ SmartStack จาก Lazzie ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ที่ช่วยรวม LazRewards และคูปองจากร้านค้าให้อัตโนมัติ ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มแห่งสินค้าคุณภาพ ความไว้วางใจของผู้บริโภค และประสบการณ์ช้อปที่เหนือกว่า

ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา Co-Founder & Managing Partner, TWF Agency ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เปิดเผยว่า การที่ลาซาด้าเน้นชูแบรนด์ที่มีคุณภาพสูงและไว้ใจได้ ถือเป็นการมองเกมระยะยาว แทนที่จะเน้นการปั๊มยอดออเดอร์ โดยไม่ใส่ใจถึงคุณภาพสินค้าที่คัดเข้ามาขาย แม้จะไม่ได้เน้นความหวือหวา แต่ลาซาด้าเลือกที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค เพื่อให้พวกเขามั่นใจได้ว่าจะได้รับของดี มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา และส่งตรงถึงบ้าน

สำหรับเมกะแคมเปญ 11.11 ที่กำลังจะเดินทางมาถึง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในมหกรรมช้อปออนไลน์ที่เป็นรู้จักมากที่สุดในโลก และนับเป็นโอกาสสำคัญของแบรนด์และผู้ประกอบการที่จะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด รายงานจาก Momentum Works ระบุถึงช่องว่างรายได้ของแบรนด์ (Brand Revenue Gap) ระหว่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (30%) และ จีน (50%) ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่ยังเปิดกว้าง แคมเปญ 11.11 ภายใต้กลยุทธ์ของลาซาด้าที่เดินหน้าสนับสนุนแบรนด์อย่างเต็มกำลัง จึงเป็นหมุดหมายสำคัญให้ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยได้ขับเคลื่อนยอดขายและศักยภาพทางธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

“ณรงค์ยศ” กล่าวว่า การเติบโตในระยะยาว ต้องครองใจและสร้างความจงรักภักดีให้เกิดขึ้นกับลูกค้า “ความยั่งยืน”ของแบรนด์ไม่สามารถสร้างได้ผ่านการจัดเทศกาลพิเศษหรือการกระหน่ำลดราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ที่ดีที่แบรนด์มอบให้ ดังนั้นกลยุทธ์ของลาซาด้า จะช่วยให้แบรนด์ที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวกับผู้บริโภคได้ดีมากขึ้น และเช่นเดียวกันฝั่งผู้บริโภคได้ใช้สินค้าคุณภาพสูง เชื่อว่าการขยับตัวของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่มีมูลค่าบริษัทหลายหมื่นล้านบาท จะส่งผลเชิงบวกและเกิดอิมแพคในวงกว้างต่อตลาดและเศรษฐกิจไทย และเชื่อว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ win-win-win ทั้งหมดทุกฝ่ายสำหรับประเทศไทย

การเปลี่ยนเกมของลาซาด้าในครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างยอดขายให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังวางรากฐานความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ผ่านประสบการณ์ช้อปที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความภักดี (Loyalty) และการเติบโตอย่างยั่งยืนของแพลตฟอร์มในอนาคต

แหล่งที่มา

  • Thai Consumers: Pricing Strategies for New Brands and Purchasing Habits for Digital Products – Hong Kong Trade Development Council (HKTDC)
  • Driving Digital Growth: eCommerce in Thailand – เว็บไซต์ The Standard Insights