เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมรับฝนระลอกใหม่ช่วง 4-7 และ 9-12 ตุลาคม หลังคาดช่วงหลังอาจมีฝนหนักใกล้เคียงปลายเดือนกันยายน สั่งกรมประมงเตรียมเรือตรวจการ 30 ลำ พร้อมรถและเจ้าหน้าที่ช่วยพื้นที่น้ำสูง ตั้ง Safety Area กระจายอาหาร-ของจำเป็น ขณะที่แบ่งระบบติดตามน้ำเป็น 4 กลุ่มพื้นที่ พร้อมแถลงสถานการณ์ทุกวัน 09.00 น. กรมชลประทานสแตนด์บายเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง และหน่วยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่ และช่วงวันที่ 9-12 ตุลาคม มีแนวโน้มฝนหนักใกล้เคียงกับช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า
เบื้องต้นได้สั่งกรมประมงจัดชุดเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ และเรือตรวจการประมง 30 ลำ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูง ชุมชนที่เดินทางเข้าออกลำบาก และการขนส่งสิ่งของจำเป็นให้ถึงประชาชนก่อน
พร้อมประสานจังหวัดคัดเลือกพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety Area สำหรับใช้เป็นจุดรับและกระจายข้าวสาร อาหาร นม อาหารสัตว์ และสิ่งของจำเป็น โดยพื้นที่ดังกล่าวต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และสามารถกระจายสิ่งของต่อถึงประชาชนได้จริง
ขณะนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้จัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ประสบอุทกภัยที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
นายวัชระพลกล่าวว่า ยังได้สั่งให้หน่วยงานด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ เตรียมมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเกษตรกร ทั้งการเคลื่อนย้ายสัตว์ การจัดเตรียมหญ้าและพืชอาหารสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ ตลอดจนการให้คำแนะนำเพื่อลดความเสียหายด้านพืชและสัตว์น้ำ
พร้อมให้เร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหายตั้งแต่ขณะเกิดภัย เพื่อเตรียมการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดเตรียมก้อนจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ EM Ball สำหรับแจกจ่ายประชาชน กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจนเกิดน้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น
นายวัชระพลยังเตรียมลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานีในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และนำถุงยังชีพรวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้ประชาชนในอำเภอสามโคก ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน หลังมีการเร่งระบายน้ำจากเขื่อน
ด้านนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดระบบติดตามและช่วยเหลือออกเป็น 4 กลุ่มพื้นที่ ได้แก่ ภาคตะวันออก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการได้ตรงกับปัญหาในแต่ละพื้นที่
พร้อมกันนี้ จะจัดให้มีการแถลงและถ่ายทอดสดสถานการณ์น้ำทุกวัน เวลา 09.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยนายกฤษจะเป็นผู้นำการแถลงร่วมกับกรมชลประทาน กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ผ่านช่องทางของกระทรวงเกษตรฯ
ข้อมูลหลักจะมาจากกรมชลประทาน ซึ่งจะอัพเดตสถานการณ์รายวัน แยกตาม 4 กลุ่มพื้นที่ ทั้งแหล่งที่มาของน้ำ ระดับน้ำ แนวโน้มการระบายผ่านเขื่อน ปริมาณน้ำที่จะไหลมาสมทบพื้นที่เสี่ยง และมาตรการรับมือ
นอกจากนี้ จะชี้แจงช่วงเวลาที่คาดว่าน้ำจะส่งผลกระทบ ระดับน้ำที่อาจขึ้นสูงสุด และแนวโน้มการลดระดับ รวมถึงสมมติฐานกรณีมีฝนหรือน้ำสมทบเพิ่มเติม
หากเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จะเร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมรายงานสภาพความเสียหายและแนวทางแก้ไขโดยเร็ว
สำหรับการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และประตูระบายน้ำพระนารายณ์ รวมถึงบริหารคลองและสถานีสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำหรืออ่าวไทย
ขณะเดียวกัน จะประสานกรุงเทพมหานครในพื้นที่รอยต่อ เพื่อเร่งระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง
ปัจจุบันกรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง และรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน พร้อมจัดหน่วยช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย