‘หนุ่มเมืองจันท์’ เผยที่มาข้อห้ามขายเหล้า-เบียร์ช่วง 14.00-17.00 น. มาจากประกาศคณะปฏิวัติปี 2515 หลังพบข้าราชการดื่มเหล้าช่วงบ่ายจนไม่ทำงาน ชี้กฎหมายใช้ต่อเนื่องกว่า 53 ปีโดยไม่มีใครตั้งคำถาม พร้อมเสนอให้รัฐทบทวนกติกาเก่า ปรับให้สอดคล้องกับยุคใหม่ที่มองธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมิติสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวมากขึ้น
นายสรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
มีเรื่องหนึ่งที่ผมตั้งคำถามมานานแล้วเวลาเข้าร้าน 7-11 หรือร้านอาหาร คือ การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวลา 14.00-17.00 น.
งงและสงสัยมาตลอดว่าทำไมต้องห้ามขายเวลานี้
ขายช่วงอื่นได้แต่ห้ามขายเหล้า-เบียร์ช่วงบ่าย
คำถามก็คือ ทำไมต้องห้ามช่วงนี้
และช่วงเวลา 14.00-17.00 น. มีนัยสำคัญอย่างไรในการช่วยให้คนดื่มน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น
จนมารู้คำตอบว่าข้อห้ามนี้เกิดจากประกาศคณะปฏิวัติเมื่อปี 2515
ตอนนั้น มีข้าราชการไม่ทำงาน มานั่งแช่กินเหล้าตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็น
ไม่ยอมไปทำงานช่วงบ่าย
วิธีการแก้ปัญหาแบบคณะปฏิวัติ ก็คือ ออกประกาศห้ามขายเหล้า-เบียร์ช่วงนี้
ไม่มีเหล้า-เบียร์ขาย ข้าราชการก็ต้องกลับไปทำงานตอนบ่าย
…ฉลาดมาก
ที่ฉลาดกว่า ก็คือ รัฐบาลไทยยึดระเบียบนี้เรื่อยมาจนถึงวันนี้..พ.ศ. 2568
หรืออีก 53 ปีต่อมา
โดยไม่มีใครตั้งคำถามเลยว่าทำไมต้องห้ามขายช่วงเวลานี้
แต่เมื่อมีคำสั่งห้ามกันอย่างไรก็ห้ามกันแบบนั้นต่อไป
โลกวันนี้เปลี่ยนไปมาก
วิธีคิดหรือมุมมองต่อโลกของคนแค่ละยุคไม่เหมือนเดิม
ตลกยุคก่อน มุขเด็ดสุด คือ การล้อเลียนเพื่อน
ดำ-เตี้ย-อ้วน-แก่ ฯลฯ
แต่ยุคนี้ทำแบบนี้ไม่ได้เลย ถือว่าเป็นการบูลลี่
ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรตั้งคำถามมานานแล้ว
เช่นเดียวกับเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ในอดีต “เหล้า-เบียร์” จะถูกมองในมุมของสาธารณสุขเป็นหลัก
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายสุขภาพ
จนวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องจริง
แต่มิติของการมอง “เหล้า-เบียร์” ของคนยุคนี้มีมิติอื่นเข้ามาด้วย
เขามองว่าธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในความคิดสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์ชุมชน
“คราฟต์เบียร์” และ “สุราชุมชน” กลายเป็นความคิดสร้างสรรค์
และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแบบ “ไวน์” ของฝรั่งเศส
หรือคิดในมุมการท่องเที่ยวมากขึ้น
มิติในการมองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว
แต่กฏกติกาต่าง ๆ ของประเทศไทยยังเหมือนเดิม
ยังมองในมิติเดิม
ที่เขียนเรื่องนี้เพราะเห็นข่าวเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯฉบับใหม่ ที่ พรรคเพื่อไทยออกมากระตุ้นรัฐบาล “อนุทิน” ให้ออกกฏหมายระดับรองเพื่อมารองรับและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
ผมไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดเรื่องนี้เท่าไรนัก
รู้แต่ว่าถ้าไม่มีประกาศต่าง ๆ ที่ตั้งใจจะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ และบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ รับรองปั่นป่วนน่าดู
เพราะตั้งแต่วันนี้เขาห้ามขาย “เหล้า-เบียร์” ตั้งแต่เที่ยงคืน
ลูกค้าที่นั่งดื่มอยู่ในผับหรือร้านข้าวต้ม
ถ้าเกินเที่ยงคืนแล้วยังซดเบียร์บนโต๊ะที่ยังดื่มไม่หมด โดนปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
555
กติกานี้ครอบคลุมทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งที่ตามแนวคิดคือจะมีการกระจายอำนาจไปท้องถิ่นเพื่อให้ปรับใช้ตามความเหมาะสม
เช่น จังหวัดท่องเที่ยวอาจผ่อนปรนมากกว่า
เรื่องแบบนี้หยุมหยิมมาก และเป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์จากความคลุมเครือ
และบางทีก็ลืมตั้งคำถามว่าทำไมต้องเที่ยงคืน
กลัวว่านานกว่านี้ จะดื่มมากไปแล้วไปขับรถจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า
ถ้าปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ คือ เมาแล้วขับ
ก็แก้ที่การลงโทษหนัก ๆ เหมือนประเทศต่าง ๆ ไม่ดีกว่าหรือ
หรือเรื่องร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องอยู่ห่างจากสถานศึกษาก็เช่นกัน
ไม่แน่ใจว่า 300 เมตร หรือ 1 กม.
300 เมตร เดินนิดเดียวครับ
หรือต่างจังหวัดก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์แป๊บเดียว
คนจะดื่ม เขาก็ดื่ม
ถ้าเด็กที่ไม่ดื่ม ก็ไม่ดื่ม
เรื่องแบบนี้ห้ามกันไม่ได้หรอกครับ
ที่เขียนมาเป็นการตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่จากคนที่ไม่ใช่ “นักดื่ม”
เพราะผมดื่ม “เหล้า-เบียร์” น้อยมาก
วีรกรรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผม คือ เวลาไปค้างคืนบ้านเพื่อน
ตอนค่ำเราจะชวนกันไปกินข้าวและดื่มกัน
ผมจะได้รับเกียรติเป็นคนถือกุญแจบ้าน
เพราะเขารู้ว่าผมดื่มแค่ไหนก็ไม่เมา
ไม่ใช่ “คอแข็ง”
แต่เน้นกินกับ และ น้ำเปล่า 55