Skip to content

ธปท. ลุยแก้หนี้ต่ำแสนบาท คิกออฟ 1 ม.ค. 69 โอนหนี้ให้ SAM หวังช่วยสำเร็จ 5-8 แสนราย

11 พ.ย. 2568 | 17:42น.
ธปท. ลุยแก้หนี้ต่ำแสนบาท คิกออฟ 1 ม.ค. 69 โอนหนี้ให้ SAM หวังช่วยสำเร็จ 5-8 แสนราย

ธปท. ผนึก คลัง-สมาคมธนาคารไทย แก้หนี้ประชาชนต่ำ 1 แสนบาท จำนวน 4.7 ล้านบัญชี 3.4 เฟสแรกโอนหนี้ธนาคารพาณิชย์-น็อนแบงก์ลูกแบงก์ 1.6 ล้านบัญชีให้ SAM ภายใน 1 ม.ค.69 แก้หนี้ผ่อนปรน-แฮร์คัดเงินต้น ตั้งเป้าแก้หนี้สำเร็จ 5-8 แสนราย หรือ 30-60% ของจำนวนลูกหนี้ ระบุ JVAMC มีแบงก์สนใจ 2-3 ราย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและเป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งกระทบความเป็นอยู่ของคน และจะเป็นปัจจัยเหนี่ยวรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้ว่าปัจจุบันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนลกลงจากระดับ 90% ลงมาอยู่ที่ 87% แต่ถือว่าอยู่ในระดับสูง

ดังนั้น ธปท. จึงร่วมมือกับกระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย (ธปท.) ในการแก้หนี้ โดยมุ่งเป้าไปกลุ่มที่มีหนี้น้อยๆ และเกิดผลกระทบ (Impact) หรือไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ที่มีอยู่ 4.7 ล้านบัญชี หรือประมาณ 3.4 ล้านราย คิดเป็น 64% ของจำนวนลูกหนี้ที่เป็นหนี้เอ็นพีแอล โดยเฉลี่ยมีหนี้ 3 หมื่นบาทต่อราย ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะ หากสามารถช่วยกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบได้ จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม

ทั้งนี้ จำนวนลูกหนี้ 3.4 ล้านราย ในเฟสแรกลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์ที่เป็นลูกธนาคาร) จำนวน 1.6 ล้านบัญชี จะถูกโอนหนี้ไปให้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ที่เป็นลูกของธปท.ที่ถือหุ้นโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) 100% และปรับให้ SAM เป็น Social AMC ไม่มุ่งเน้นกำไร และมีภารกิจแก้หนี้

ซึ่งเม็ดเงินที่จะนำมาใช้ในครั้งนี้ จะมาจากเงิน FIDF ที่เหลือจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” โดยราคาซื้อขายจะขึ้นอยู่กับประเภทหนี้ และเงินปันผลที่เก็บได้จากการติดตามหนี้ ซึ่งเป็นราคาตลาด โดยธนาคารพาณิชย์ และบริษัทลูกธนาคารจะไม่ได้รับผลกระทบ

โดยลูกหนี้จำนวน 1.6 ล้านราย จะถูกซื้อและโอนไปให้ SAM บริหารจัดการด้วนเงื่อนไขที่ผ่อนปรน อาทิ ค่าธรรมเนียมผิดนัดชำระหนี้ หรือดอกเบี้ยคงค้างจะถูกยกเว้น รวมถึงการตัดหนี้ (แฮร์คัท) เงินต้นลงในสัดส่วนที่สูง หากลูกหนี้สามาถปิดได้ภายครั้งเดียว จะได้รับรหัส 11 จากข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) จากเดิมใช้เวลา 3 ปีจะปิดหนี้ได้ หรือลูกหนี้ที่ผ่อนจ่ายก็ได้รับรหัสที่ดีกว่าหนี้เสีย และกลับมาปิดหนึ้ได้ปกติ ส่วนลูกหนี้ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) อีก 3 แสนราย จะถูกโอนเงินไปยัง Ari AMC ในเฟสถัดไป

ทั้งนี้ ธปท.คาดหวังว่าการแก้หนี้ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ได้ไว ไปได้ต่อ” ลูกหนี้ที่มีการโอนหนี้ไปยัง SAM จำนวน 5-8 แสนราย หรือประมาณ 30-60% ของจำนวนลูกหนี้ 1.6 ล้านราย จะสามารถแก้หนี้ได้สำเร็จ

“ลูกหนี้ไม่ต้องทำอะไร ภายใน 1 ม.ค.69 SAM จะมาเป็นเจ้าของหนี้ โดยลูกหนี้จะได้รับการแจ้งจากธนาคารในการโอนย้ายหนี้ไปที่ SAM ซึ่งในช่วงแรกลูกหนี้อาจจะผ่อนจ่ายด้วยเงื่อนไขผ่อนปรนกับธนาคารเดิม แต่ภายหลัง 1-2 เดือน หรือภายในเดือนก.พ.69 ระบบของ SAM มีความพร้อมก็สามารถติดตามและจ่ายหนี้ผ่านช่องทาง SAM ได้ด้วย อย่างไรก็ดี โครงการหนี้เป็นมาตรการที่ทำครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เป็นวัฒนธรรมจงใจผิดนัดชำระหนี้ Maral Hazard โดย cut off ณ วันที่ 30 ก.ย.68“

นายวิทัย กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินและบริษัท บริหารสินทรัพย์ (JVAMC) โดยประกาศเดิมหมดอายุไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2567 ทำให้สถาบันการเงินที่ต้องการตั้งไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีธนาคาร 2-3 แห่งที่มีความสนใจตั้ง JVAMC ซึ่งเป็นการแก้หนี้อีกรูปแบบ