เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
ดูทั้งหมด

เปิดนำเข้าข้าวโพด 1 ล้านตัน ปลดล็อกภาษีให้ ‘ทรัมป์’ คงสัดส่วน 1:3

12 พ.ย. 2568 | 10:22น.

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบปรับโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 ล้านตัน ภาษี 0% ตามข้อตกลงภาษีทรัมป์ พร้อมปรับช่วงเวลานำเข้า บังคับเอกชนต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.เห็นชอบการบริหารจัดการนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประจำปี 2569 โดยมีการปรับเพดานโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก 54,700 ตันต่อปี ในอัตราภาษี 20% เป็นอัตราโควตา 1 ล้านตันต่อปี ในอัตราภาษี 0% ซึ่งกรอบนี้เกิดขึ้นจากการเจรจา US Reciprocal Tariffs ที่รัฐบาลชุดที่แล้วไปเจรจาและขอให้มีการปลดล็อกโควตาการนำเข้า

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า การนำเข้าโควตาข้าวโพดอาจมีผลกระทบต่อเกษตรกร และมีผลกระทบต่อราคาข้าวโพดในภาครวม แต่ในข้อเท็จจริงประเทศไทยมีความจำเป็นในการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากกว่าปริมาณที่ผลิตในประเทศ

การที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯ ขอสงวนความเห็น เนื่องจากกังวลว่านโยบายเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรผลิตได้

ครม.จึงมีมติให้ปรับแผนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เดิมทีจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 สิงหาคมของทุกปี ปรับมาเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ปริมาณการผลิตข้าวโพดในประเทศจะออกสู่ตลาด 2 เดือน ซึ่งน่าจะช่วยตรึงราคาได้ และให้ปรับสัดส่วนผู้นำเข้า จากเดิมที่ภาครัฐเป็นผู้นำเข้า ปรับมาเป็นให้ภาคเอกชนนำเข้าได้ แต่ต้องมีสัดส่วนในการซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน

“เช่น ต้องการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา 100 กิโลกรัม ผู้นำเข้าจะต้องทำสัญญาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 300 กิโลกรัม จะเป็นกลไกในการรักษาเสถียรภาพและช่วยเหลือเกษตรกรได้” นายสิริพงศ์กล่าว

นอกจากนั้น ครม.ยังอนุมัติวงเงินในการให้สินเชื่อในการชะลอขายข้าวโพดให้กับเกษตรกร มาตรการเปลี่ยนตลาด อุดหนุนการขาย เป็นต้น แม้มาตรการนี้จะเป็นผลกระทบจากการต่อรองมาตรการภาษีสหรัฐ แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด

ขณะที่นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบแนวนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2569-2571 ตามที่คณะกรรมการนโยบายอาหารเสนอ เพื่อให้ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอ มั่นคง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีการผลิตกากถั่วเหลืองและปลาป่นในปริมาณจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคปศุสัตว์และสัตว์น้ำ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศเพิ่มเติมทุกปี โดยคงมาตรการนำเข้าในทุกกรอบการค้าเหมือนปี 2568 ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อผูกพันทางการค้า

สำหรับกากถั่วเหลือง คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กำหนดนโยบายการนำเข้าคราวละ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2571 ภายใต้กรอบ WTO ในโควตา เก็บภาษีร้อยละ 2 และเปิดให้ผู้นำเข้าที่ได้รับสิทธิจำนวน 11 ราย เช่น สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ สมาคมผู้เลี้ยงไก่และสุกร เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีร้อยละ 0

ประเทศนอกความตกลง ภาษีร้อยละ 6 พร้อมค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 2,519 บาท ทั้งนี้ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องรับซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตในประเทศในราคาขั้นต่ำตามที่กำหนด เพื่อช่วยเหลือโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองและเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองไทย

สำหรับปลาป่นยังคงมาตรการนำเข้าเช่นเดิม โดยแบ่งเป็นปลาป่นโปรตีนต่ำกว่าร้อยละ 60 ต้องขออนุญาตนำเข้า ปลาป่นโปรตีนร้อยละ 60 ขึ้นไป สามารถนำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีส่วนใหญ่เก็บภาษีระหว่าง 0-5% ยกเว้นประเทศนอกความตกลงที่เก็บสูงสุด 15%

กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสภาพัฒน์ เห็นชอบในหลักการ โดยสภาพัฒน์เสนอเพิ่มเติมให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการปลูกถั่วเหลืองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารและลดการพึ่งพาการนำเข้าในอนาคต

รัฐบาลมั่นใจว่าแนวนโยบายนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทยมีเสถียรภาพ วัตถุดิบเพียงพอ ราคาเป็นธรรมต่อเกษตรกร และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้านอาหารของประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวโพด ภาษีทรัมป์