เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

3 ทศวรรษ “เพาเวอร์ไลน์” ไต่ระดับจากผู้รับเหมางานระบบ ผันตัวสู่สนามใหม่เมกะโปรเจ็กต์

18 ก.ค. 2561 | 11:04น.

สัมภาษณ์

นาทีนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง” ผู้รับเหมาก่อสร้างงานระบบที่มีรายได้ไต่อันดับจนติดท็อป 10 เพียงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดมีงานในมือ (แบ็กล็อก) 23 โครงการ มูลค่า 13,413 ล้านบาท จะสามารถทยอยรับรู้รายได้ 2 ปี จากปี 2560 ที่รับรู้ไปแล้ว 7,600 ล้านบาท กำไร 200 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท และแตะ 10,000 ล้านบาท ในปี 2562

“เพาเวอร์ไลน์” มีผลงานก่อสร้างนับ 100 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นงานซับคอนแทร็กต์มาอีกทอด เช่น งานระบบรัฐสภาใหม่ งานศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) และ สายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) แต่ที่ติดป้ายชื่อก่อสร้างเอง พอจะคุ้นหูกันบ้างก็มี “ศูนย์ซ่อมบำรุง” รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) ศูนย์การค้าโซโห ศูนย์การค้าจังซีลอน

ล่าสุดเป็นโปรเจ็กต์มาสเตอร์พีซ “สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2” ที่หั่นราคาปาดหน้า “บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์” พี่ใหญ่ของวงการไปแบบพลิกโผ และสร้างชื่อให้เพาเวอร์ไลน์ผงาดในวงการ

“เสวก ศรีสุชาต” ประธานกรรมการบริหารเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง ก่อตั้งเมื่อปี 2531 เกิดจากการรวมตัวของวิศวกรกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบประกอบอาคาร (MEP) และงานด้านก่อสร้าง จนกระทั่งเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ในปัจจุบัน สร้างผลงานมาแล้วนับ 100 โครงการ ไม่ว่างานอาคารราชการ ศูนย์การค้า ออฟฟิศ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ยังเป็นเจ้าแรกให้บริการด้านวิศวกรรมก่อสร้างและติดตั้งงานระบบครบวงจร ตั้งแต่งานก่อสร้างและออกแบบทั่วไป รวมถึงจัดหาและติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ และระบบสื่อสารโทรคมนาคม ทั้งในและต่างประเทศ

“เราเป็นรับเหมางานระบบที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นเจ้าแรก เมื่อ 16 ปีที่แล้ว งานแรกที่รับคือสร้างศูนย์การค้าโซโห วงเงิน 1,000 ล้านบาท โครงการนี้สร้างปัญหาให้กับเราในสมัยนั้น เพราะเจ้าของไม่ใช่มืออาชีพ เก็บเงินไม่ได้ รอเขามาจ่ายเงินให้ 2 ปี เลยตัดสินใจก่อสร้างและเปิดบริการศูนย์การค้าเอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราชำนาญ แต่เมื่อลงทุนไปแล้ว ต้องเดินหน้าต่อ จนเมื่อปลายปีที่แล้วก็แก้ปัญหาได้ โดยขายต่อไป 2,000 ล้านบาท ก็ถือกว่าเสมอตัว เพราะไม่ใช่แค่ค่าก่อสร้าง ยังมีดอกเบี้ยที่กู้เงินมาก่อสร้างอีก แต่ก็เป็นบทเรียนให้เราตรวจสอบงานมากขึ้น”

จากนั้นก็ขยายงานมาเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถระดมทุนได้ง่าย และด้วยไฟต์บังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องมีงานในมือเพิ่ม มีโครงการบ้านเอื้ออาทร นับว่าเป็นโปรเจ็กต์ปราบเซียน เพราะใช้รูปแบบให้เอกชนจัดหาที่ดินและก่อสร้างให้ตามที่กำหนดโควตาไว้ บริษัทได้โควตา 30,000 หน่วย แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลถูกปรับลดเหลือ 7,000 หน่วย ตอนนี้ที่ดินที่เราซื้อมาเพื่อพัฒนายังเหลืออีกหลายแปลง เช่น ที่ดิน 90 ไร่ ใกล้นิคมสหพัฒน์ จังหวัดลพบุรี 30 ไร่ จำนวน 2 แปลง จังหวัดบุรีรัมย์ 40 ไร่ ใกล้สนามแข่งรถช้าง จังหวัดปทุมธานี ติดถนนรังสิต-นครนายก คลอง 10 จำนวน 10 ไร่ ปัจจุบันทำเป็นโรงงานพรีแฟบโครงเหล็กเมื่อ 7 ปีที่แล้ว บริษัทเข้าไปชิมลางงานเมกะโปรเจ็กต์ สร้างศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) ให้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) ที่สถานีคลองบางไผ่ วงเงิน 5,000 ล้านบาท หวังจะนำมาเป็นผลงานเพื่อเข้าประมูลโครงการอื่น ๆ แต่กลายเป็นผลงานที่เราต้องจดจำ เพราะขาดทุนร่วม 1,000 ล้านบาท จากปัญหาน้ำท่วมและแรงงานขาดแคลน จนต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าว 2,000 คนมาทดแทน เกิดค่าโอเวอร์เฮด

“ล่าสุดเราได้งานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงินประมาณ 14,200 ล้านบาท ร่วมลงทุนกับไซน่าสเตท รับเหมาจีน เรา 51% จีน 49% นับว่าเป็นงานใหญ่ในรอบ 30 ปี ที่เราเป็นผู้รับเหมาหลัก ขณะนี้กำลังเริ่มงานก่อสร้าง”

จากโปรไฟล์สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ทำให้ “เพาเวอร์ไลน์” กำลังเข้าไปเจาะงานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารของสนามบินทั่วประเทศที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) หรือ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีแผนจะพัฒนา

“เรากำลังจะเบนเข็มมาทำอินฟราสตรักเจอร์มากขึ้น จากปัจจุบัน 70% เพราะปัจจุบันมีงานประมูลออกมามากหลายแสนล้านบาท จากเดิมจะซับงานต่อจากบริษัทรับเหมารายใหญ่ แต่อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเวลายื่นประมูลงานโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีอ้างถึงประสบการณ์ด้วย” หัวเรือใหญ่เพาเวอร์ไลน์กล่าวและว่า

“รถไฟทางคู่เฟส 2 ก็เป็นอีกโอกาสที่จะเราเข้าไป ส่วนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คงจะเป็นงานใหญ่สำหรับเราเกินไป เพราะต้องลงทุน PPP เรื่องทุนก่อสร้างต้องมาก่อน เรารอเป็นหลังบ้าน เพราะงานใหญ่ต้องใช้รับเหมาหลายรายก่อสร้าง แม้ว่าเราจะเป็นผู้รับเหมาโตมาจากงานระบบอาคาร แต่ก็อยากจะขยายไปยังระบบรางด้วย รวมถึงด้านพลังงานก็เป็นอีกธุรกิจที่เราสนใจ เพราะเคยทำไบโอแมสมาแล้ว และผมเองก็เคยทำงานที่ บี.กริม มาก่อน”

หากปีนี้งานภาครัฐเปิดประมูล และบริษัทได้งานใหม่เพิ่ม คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท รายได้หลักยังคงเป็นงานระบบ 60-70% ที่เหลือมาจากงานก่อสร้าง เนื่องจากประเมินแล้ว ตลาดรับเหมาไม่ค่อยมีปัจจัยเสี่ยงมากนัก ทั้งราคาวัสดุก่อสร้าง แรงงาน หรือแม้แต่สถานการณ์การเมือง

และคาดว่าจะสดใสไปถึง 2562 นอกจากงานภาครัฐ ยังมีโครงการมิกซ์ยูสของภาคเอกชนออกมาอีกหลายโครงการ เช่น วันแบงค็อก เป็นต้น คาดว่าในปีหน้ารายได้ของบริษัทแตะ 10,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในงานก่อสร้างมากขึ้น รับกับเทรนด์ตลาดที่เข้าสู่ยุคดิจิทัล เช่น ระบบ AI BIM ระบบเทคโนโลยีการออกแบบก่อสร้าง การเขียนภาพ 3 มิติ