ก.ล.ต. จัดสัมมนา “SEC Capital Market Symposium 2025” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิจัยตลาดทุน พร้อมผลักดันการกำกับดูแลบนฐานข้อมูล โปร่งใส และนำไปใช้ได้จริง
ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. จัดงานสัมมนาวิชาการ “SEC Capital Market Symposium 2025” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิจัยตลาดทุน ระหว่าง ก.ล.ต. นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนให้เห็นบทบาทของ “งานวิจัย” ที่นำไปใช้ได้จริงในการกำกับดูแลตลาดทุน รวมถึงผลักดันให้เกิดการพัฒนาเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและปราศจากอคติ
ดร.พรอนงค์กล่าวว่า การกำกับดูแลตลาดทุนในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัย “ข้อมูลที่ปราศจากอคติ” เพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางและนโยบายต่างๆ ของ ก.ล.ต. โดยข้อมูลดังกล่าวอาจมาจากทั้งงานวิจัยที่สำนักงานจัดทำเอง นักวิชาการ และเครือข่ายนักวิจัยที่มีความหลากหลายทางมุมมอง ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การกำกับดูแลตลาดทุนมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ต่อสถานการณ์จริงได้มากขึ้น
ดร.พรอนงค์ยกตัวอย่าง “งานวิจัยเชิงประจักษ์” ที่ถูกนำไปใช้จริงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกรองข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะโพสต์จากกลุ่ม Finfluencer เพื่อประเมินความเสี่ยงในการให้คำแนะนำด้านการลงทุน โดยงานวิจัยดังกล่าวช่วยให้ ก.ล.ต. เห็นแนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสม กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องเข้ามาอยู่ภายใต้การอนุญาตและกำกับ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำอาจไม่จำเป็นต้องควบคุม และกลุ่มที่อยู่ในระดับกลางซึ่งต้องสร้างความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส
ผลจากการศึกษานี้ได้นำไปสู่โครงการ “Responsible Voice” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ Finfluencer ในการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นแหล่งข้อมูลที่โปร่งใส ถูกต้อง และทันเวลา โดยไม่เน้นการกำกับโดยตรง แต่ใช้แนวทางการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับรางวัล “Regulatory Initiative of the Year, Capital Markets” จาก Regulation Asia 2025 ตอกย้ำถึงความสำเร็จของการใช้ข้อมูลและงานวิจัยขับเคลื่อนการกำกับดูแล
ก.ล.ต. ได้สร้าง “เครือข่ายนักวิจัยตลาดทุน” มาต่อเนื่องกว่า 6-7 ปี เพื่อขยายขอบเขตการศึกษาไปสู่ประเด็นที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้จริง ตัวอย่างงานในปีนี้เช่น งานวิจัยด้าน “SupTech for Enhancing Governance and Risk-based Supervision” ที่พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อใช้ติดตามและประเมินความเสี่ยงของตราสารหนี้
รวมถึงคาดการณ์โอกาสเกิดภาวะผิดนัดชำระหนี้ (default) โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นผู้วิจัยในหัวข้อ From Balance Sheets to Headlines: AI-driven Corporate Bond Default Prediction in Thailand และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รจนา ขุนแก้ว จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้วิจัยในหัวข้อ Accounting Fraud and Corporate Governance on the Stock Exchange of Thailand
อีกชุดหนึ่งคือกลุ่มงานวิจัยด้าน “Sustainability: From Compliance to Competitive Advantage” ที่มุ่งศึกษาว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (ESG Disclosure) สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดหรือไม่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากตลาดทุนไทย ผลงานวิจัยในกลุ่มนี้ประกอบด้วย ดร.นรเศรษฐ ศรีธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในหัวข้อ ESG as Strategic Legitimacy and Governance Substitute: Evidence from High-Wedge Thai Family Firms,
ปัญจรัตน์ แดงนิ่มวีร์กุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ Tax Incentives and the Cost of Sustainable Debt: Evidence from Thailand’s ESG Fund Policy และสรุจ ตันมีสุข สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในหัวข้อ Beyond the Surface: A Hybrid Industry-specific Analysis of Public ESG Disclosure and Financial Performance on Thailand’s SET100 Firms
สำหรับปีนี้ ก.ล.ต. มีงานวิจัยของสำนักงานเองอีก 2-3 โครงการที่มุ่งประเมินและพัฒนาความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในหลากหลายมิติ อาทิ การศึกษาความ “cleanliness” ของตลาดทุน เพื่อวัดระดับความไว้วางใจที่นักลงทุนมีต่อตลาดทุนไทย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบระดมทุนและการออม งานวิจัยนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินและออกแบบแนวทางกำกับดูแลให้เกิดความโปร่งใสและเชื่อถือได้ในระยะยาว
ก.ล.ต. ดำเนินการศึกษาด้าน “Policy Design toward Fair Market” เพื่อใช้ในการออกแบบเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการกำกับดูแลตลาดทุนอย่างเป็นธรรม โดยมีนักวิจัยจากฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูลของ ก.ล.ต. ได้แก่ พงศ์พิชญ์ พิณสาย กับงาน Measuring Market Integrity: Insights and Metrics for Thailand’s Capital Market และพงศธร ปริญญาวุฒิชัย กับงาน Tiny Ticks, Big Impact? Reassessing Tick Size in the Thai Stock Market ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ตลาดทุนไทยมีระบบนิเวศที่โปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันได้
ดร.พรอนงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ ก.ล.ต. ต้องการเห็นจากงานวิจัย ไม่ใช่เพียงผลงานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ แต่รวมถึงการตั้งคำถามและการหารือเชิงวิชาการ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการกำกับดูแลตลาดทุน
“เราคาดหวังให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่า เมื่อ ก.ล.ต. ออกกฎเกณฑ์หรือมาตรการใดๆ เราใช้ข้อมูลและงานวิจัยที่มีข้อเท็จจริงรองรับ ปราศจากอคติ เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างโปร่งใส รวมถึงตั้งเป้าให้เกิดความต่อเนื่องในการวิจัย เพื่อให้สามารถผลิตองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดทุนไทย และให้ผู้ประกอบธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนทั่วไปได้รับรู้และเข้าใจข้อมูลเชิงวิชาการเหล่านี้มากขึ้น” ดร.พรอนงค์กล่าว