เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2025 สถานเอกอัครราชทูตไทยในเกาหลีใต้ ร่วมกับ Herald Media Group และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมนา Ignite Thailand-Korea Business Forum, Bangkok 2025 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเกาหลี-ไทย ให้เป็นรูปธรรม ผ่านข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่ครอบคลุมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
จอง วอนจู ประธานบริษัท Daewoo E&C และ Herald Media Group ซึ่งทำธุรกิจก่อสร้างและสื่อสัญชาติเกาหลี กล่าวแสดงความยินดีว่า โอกาสนี้สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีและไทยกำลังเดินหน้า ก้าวไปสู่อนาคตด้วยกัน โดยในวันนี้ ทุกคนร่วมจุดประกายความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างสองประเทศ ผ่านเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเกาหลี-ไทย มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมถึงชาวเกาหลีกว่า 100 คน ขอขอบคุณที่เดินทางมาไกลจนถึงตอนนี้
เป็นเวลานาน ที่ทั้งสองประเทศร่วมมือกันในหลากหลายสาขา บนพื้นฐานของมิตรภาพและความไว้วางใจ โดยเมื่อปี 2024 เกาหลีใต้อยู่อันดับที่ 13 ในบรรดาประเทศคู่ค้าหลักของไทย โดยการค้าไทย-เกาหลีมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 แสนล้านบาท) ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) และนำเข้าจากเกาหลีใต้ 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท)
ขณะนี้ เกาหลีใต้กำลังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจทางที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement : CEPA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับไทย เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีต่อไป

หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นกล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยระบุว่า เกาหลีเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดที่สุดของไทย เป็นทั้งแหล่งการลงทุนคุณภาพสูง แหล่งเทคโนโลยีระดับโลก และเป็นกำลังสำคัญของห่วงโซ่อุปทานในหลายอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุนระหว่างกันมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดย CEPA จะช่วยยกระดับโครงสร้างการค้าและเปิดโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ
ไทยและเกาหลีใต้มีความสอดคล้องและใกล้เคียงกันในฐานคิดและจากพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมาก มีความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ อีกทั้งมียุทธศาสตร์และเป้าหมายเดียวกัน
1) ด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและการบริโภค ไทยและเกาหลีมีความใกล้เคียงกัน อาทิ ต้มยำกุ้งของไทยมีรสชาติคล้ายแกงกิมจิของเกาหลี ในส่วนนี้สามารถต่อยอดความร่วมมือได้ โดยไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ส่วนเกาหลีมีเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มที่ทันสมัย
2) ด้านอุตสาหกรรมรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เกาหลีมีบริษัทรถยนต์และมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น รถอีวี แบตเตอร์รี เซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ขณะที่ไทยเองก็มีฐานการผลิตและเครือข่ายซัพพลายเออร์ ซึ่งส่งเสริมกันอย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพ
3) ด้านสุขภาพ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ประเทศไทยและเกาหลีมีวัฒนธรรมความชอบที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความงาม การศัลยกรรม เครื่องสำอางค์ สกินแคร์ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบันเทิง อาทิ K-Pop T-Pop ซีรีส์และภาพยนตร์ กระแส K-Wave ผสานกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทย จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) แห่งใหม่ของภูมิภาค
ในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศล้วนมีความเสี่ยงในด้านภูมิรัฐศาสตร์ และภาษีศุลกากรของสหรัฐ ดังนั้นเราควรจับมือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออก กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แก้ปัญหา SMEs ขาดสภาพคล่อง และปัญหาหนี้สินครัวเรือน ความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น
ก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
อี ฮัคยอง รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า ด้วยการผสานกลยุทธ์ “IGNITE THAILAND” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทย ในการพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก เข้ากับประสบการณ์ของเกาหลีในอุตสาหกรรมขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ทั้งสองประเทศจะสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ในเอเชีย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจทางที่ครอบคลุม (CEPA) ซึ่งจะประชุมหารือกันครั้งแรกในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ การสรุปข้อตกลง CEPA ไม่เพียงขยายการค้าและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐาน สำหรับความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นระบบมากขึ้น ในภาคการผลิต พลังงาน และเทคโนโลยี รัฐสภาจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าการหารือจะมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและ Soft Power ก็มีความหมายอย่างยิ่ง โดยเชื่อว่า การผสานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย และวัฒนธรรมเกาหลี จะสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ไม่เพียงในเอเชียเท่านั้น แต่รวมถึงในเวทีโลกด้วย ดังนั้นความร่วมมือระหว่างเกาหลีและไทย จึงครอบคลุมมากกว่าแค่ด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แต่รวมไปถึงผู้คนและค่านิยม
ควอน ฮเยจิน รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เกาหลีใต้ ฝ่ายเจรจาการค้า ระบุว่า จะมีการจัดทำนิยามและกรอบความร่วมมือในข้อตกลง CEPA เพื่อแก้ไขปัญหาสงครามภาษี ซึ่งกำลังทำลายระบบทวิภาคี อีกทั้งกีดกันการค้า โดยก่อนหน้านี้ อีกทั้ง โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (DTN) ระบุว่า CEPA จะเป็นข้อตกลงที่ทันสมัย สากล โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี การรีเอ็กซ์พอร์ต และด้านคอนเทนต์