เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดจราจรแยกบ้านแขกถึงถนนประชาธิปก เร่งซ่อมน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้า
News ปิดจราจรแยกบ้านแขกถึงถนนประชาธิปก เร่งซ่อมน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้า
ชัชชาติ เปิดตัว ชัชชาติ 2 ดัน ‘พรพรหม’ นั่งรองผู้ว่าฯ แทน จักกพันธ์ ชู ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’ จับทุจริต
Finance ชัชชาติ เปิดตัว ชัชชาติ 2 ดัน ‘พรพรหม’ นั่งรองผู้ว่าฯ แทน จักกพันธ์ ชู ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’ จับทุจริต
ยาเดีย ปรับเป้าขายทะลุ “แสนคัน’ ส่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า GT80 เคาะเริ่มต้น  57,900 บาท
EV ยาเดีย ปรับเป้าขายทะลุ “แสนคัน’ ส่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า GT80 เคาะเริ่มต้น 57,900 บาท
ADB คาด เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ปีนี้ ชะลอตัวเหลือ 4.9% ยังจับตาวิกฤตพลังงานโลก
World ADB คาด เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ปีนี้ ชะลอตัวเหลือ 4.9% ยังจับตาวิกฤตพลังงานโลก
ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน.
Politics ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน.
‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
Politics ‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
Politics ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
Economic ‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
Finance ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
ดูทั้งหมด

‘สฤณี’ เสนอปฏิรูปการเงินไทย ชี้ระบบยังติดกำกับเข้ม ทำ Fintech รายเล็กเข้าถึงยาก

19 พ.ย. 2568 | 20:05น.
สฤณี อาชวานันทกุล

‘สฤณี’ เสนอปฏิรูปการเงินไทย ชี้ระบบยังติดกำกับเข้ม ทำ Fintech รายเล็กเข้าถึงยาก-เสนอปลดล็อกกฎหมาย เปิด Open Data ลดต้นทุนทั้งระบบ

สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทป่าสาละ และหัวหน้าทีมวิจัย Fair Finance Thailand กล่าวในเวทีเสวนา “ฟังจริง คิดจริง ทำจริง พลิกโฉมการเงินไทยในโลกใหม่ โจทย์ใหญ่ที่ต้องทำ” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าสองคำสำคัญที่ต้องพูดถึงในการปฏิรูประบบการเงินไทยคือ “ประสิทธิภาพ (Efficiency)” และ “เสถียรภาพ (Stability)” ซึ่งเป็นแนวคิดที่อาจขัดแย้งกัน และควรถูกหยิบมาหารืออย่างจริงจังในระดับนโยบาย เพราะหากยึดเสถียรภาพมากเกินไป อาจทำให้ไม่กล้าสร้างนวัตกรรมใหม่ หรือมองการลองผิดลองถูกว่าเป็นความไร้เสถียรภาพทั้งที่อาจเป็นกระบวนการพัฒนาธรรมดา

สฤณีอธิบายว่า Mandate ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีเป้าหลักในการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน แต่ไม่มีการกำหนดชัดเจนว่าต้องส่งเสริมการแข่งขันของสถาบันการเงิน ซึ่งนำไปสู่ความตึงเครียดในทางนโยบาย หลายประเทศเลือกแยกบทบาทธนาคารกลางออกจากหน่วยงานกำกับการเงิน เพื่อให้มีพื้นที่สร้างนวัตกรรมทางการเงินโดยไม่กระทบเสถียรภาพ พร้อมชี้ว่าประเทศไทยควรเริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ในประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพ สฤณีมองว่าระบบการเงินต้องลดต้นทุนให้ผู้ให้บริการและประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น เช่นการออกใบอนุญาต Virtual Bank แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การกำหนดทุนจดทะเบียนสูงตั้งแต่ 5,000 ล้านไปจนถึง 10,000 ล้านบาท ทำให้ผู้เล่นรายเล็กไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ กลายเป็นโอกาสที่กระจุกตัวอยู่กับทุนใหญ่ พร้อมตั้งคำถามว่า “ทุนใหญ่จะเห็นความสำคัญของคนตัวเล็กจริงหรือไม่”

สฤณี อาชวานันทกุล

จากงานวิจัยของ Fair Finance Thailand พบว่า Fintech ไทยจำนวนมากต้องเจอต้นทุนที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะการใช้ระบบโครงสร้างดิจิทัลที่มี “Gatekeeper” ซึ่งล้วนเป็นบริษัทเอกชนที่ธนาคารถือหุ้น เช่น NDID สำหรับยืนยันตัวตน PromptPay โดย ITMX และเครดิตบูโร สฤณีชี้ว่าไม่ใช่ต้องเปลี่ยนให้รัฐถือหุ้น แต่ต้องมี “กติกาที่เป็นธรรม” เพื่อให้ Fintech รายเล็กสามารถเข้าถึงระบบได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ต้องจ่ายเป็นรายครั้งในราคาสูงจนไม่สามารถแข่งขันได้

อีกประเด็นที่ถูกวิจารณ์คือกฎระเบียบที่มากและซับซ้อน ซึ่งแม้จะเกิดจาก “ความหวังดี” เช่นป้องกันคนถูกหลอก แต่กลับสร้างต้นทุนแฝงโดยไม่มีผลให้ประชาชนมีความรู้ทางการเงินเพิ่มขึ้น สฤณีเสนอว่า รัฐควรมีบทบาทในการลดต้นทุนผ่านการประสานงาน เปิดข้อมูล และออกนโยบายรูปแบบใหม่ เช่น Open Data และ Open Banking เพื่อให้เกิดการแข่งขันแบบเท่าเทียม โดยยกตัวอย่างว่า แบงก์ชาติเริ่มโครงการ “Your Data” ที่คล้ายโมเดล PSD ของยุโรป แต่ยังไม่ถึงขั้นบังคับ API มาตรฐานร่วมเหมือนอังกฤษที่บังคับ 9 แบงก์ใหญ่ต้องเปิดข้อมูลหลังบ้าน

สฤณีเสนอให้รัฐพิจารณาใช้ระบบ National Collateral Registry หรือทะเบียนหลักประกันออนไลน์ ซึ่งธนาคารโลกเคยช่วยหลายประเทศพัฒนา เพื่อใช้ Blockchain และเทคโนโลยีลดต้นทุนค้นหาหลักประกัน ทำให้เจ้าหนี้มีความมั่นใจมากขึ้น และพร้อมปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มที่เข้าถึงยากกว่าเดิม

ในตอนท้าย สฤณีพูดถึงปัญหา “หนี้” ว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้อย่างเป็นระบบ Fair Finance Thailand เสนอให้แก้กฎหมายล้มละลาย เปิดทางให้บุคคลธรรมดายื่นฟื้นฟูหนี้แบบบริษัทได้ เช่นกรณีของการบินไทย ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา หากไม่มีอุปสรรคคาดว่าจะประกาศใช้ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะมีเวลาเตรียมตัว 180 วันก่อนมีผลบังคับใช้ ช่วงเวลานี้จะเป็นจังหวะสำคัญในการสร้างระบบช่วยเหลือลูกหนี้ รวมถึงเตรียมเจ้าหน้าที่ศาลสำหรับรองรับคดีจำนวนมากที่จะเพิ่มขึ้น

สฤณีทิ้งท้ายว่า หากเชื่อว่ากฎหมายนี้จะช่วยประชาชนได้จริง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเตรียมระบบสนับสนุนให้พร้อม เพราะการปฏิรูปการเงินจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีความร่วมมือจากรัฐ ผู้ให้บริการ และภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าโจทย์สำคัญคือ “การทำให้ระบบการเงินไทยแข่งขันได้ ลดต้นทุนได้ และไม่ทิ้งคนตัวเล็กไว้ข้างหลัง”