Green Bus ทุ่ม 100 ล้านบาท ลุยรถโดยสารไฟฟ้า EV นำร่องเฟสแรก 12 คัน เส้นทางเชียงใหม่ – เชียงราย และ เชียงใหม่ – พะเยา เริ่มต้นสตาร์ตเที่ยวแรกต้นเดือนธันวาคม 2568 ตั้งเป้าปรับโครงสร้างเป็นรถ EV ทั้งหมดภายใน 5 ปี ดันเชียงใหม่สู่โมเดลขนส่งสะอาดภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กรีน แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจขนส่งรถโดยสารประจำทางสายเหนือ (Green Bus) ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้า EV GREENBUS และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า FAIR SUPER CHARGE โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ณ สำนักงานกรีนบัส จังหวัดเชียงใหม่
นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีน แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจขนส่งรถโดยสารประจำทางสายเหนือ (กรีนบัส) เปิดเผยว่า ในปีนี้ (2568) Green Bus ได้ปรับโครงสร้างระบบการเดินรถโดยสารครั้งใหญ่ พร้อมกำหนดทิศทางการดำเนินงานเชิงยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การขับเคลื่อนระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อโลกมากยิ่งขึ้น
โดยบริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ได้ลงทุนราว 100 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า (EV GREENBUS) จำนวน 12 คัน พร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานคือ สถานีชาร์จรถไฟฟ้า “Fair Super Charge” เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง เบื้องต้นในเฟสแรกจะให้บริการใน 2 เส้นทางหลักคือ เชียงใหม่ – เชียงราย และเชียงใหม่ – พะเยา โดยกำหนดเดินรถเที่ยวแรกต้นเดือนธันวาคม 2568 คาดว่าอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ใน 2 เส้นทางนี้จะอยู่ที่ 80 – 90%
สำหรับการปรับโครงสร้างการเดินรถโดยสารสู่ระบบ EV ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Green Bus ในการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่ยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ และยกระดับมาตรฐานการขนส่งและการเดินทางระหว่างจังหวัดในภาคเหนือ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และผลักดันระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดและยั่งยืน
ทั้งนี้ รถโดยสารไฟฟ้าทั้ง 12 คัน ในเส้นทาง เชียงใหม่–เชียงราย และ เชียงใหม่-พะเยา สามารถให้บริการรวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านกิโลเมตรต่อปี ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งผลจากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงประมาณ 960 ตันต่อปี หรือคิดเป็นการลดคาร์บอนเฉลี่ย 56.7 กิโลกรัมต่อเที่ยวการเดินทาง (ระยะทาง 181 กิโลเมตรต่อเที่ยว) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 96,000 ต้นต่อปี
“เราหวังว่าการเริ่มต้นครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบของระบบขนส่งสีเขียวที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด ESG – Environment, Social, and Governance ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส” นายกฤษฏิภาชย์ กล่าว
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวต่อว่า การเปิดตัวรถ EV GREENBUS ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาว 10 – 20 ปี ที่ได้วางแผนไว้สำหรับการให้บริการเดินรถโดยสารของ Green Bus ในภาคเหนือ ที่มีระยะทางไม่เกิน 450 กิโลเมตร ซึ่งสามารถใช้รถ EV ได้ ปัจจุบัน Green Bus มีรถโดยสารทั้งหมด 100 คัน ให้บริการมากกว่า 10 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางภาคใต้จำนวน 20 คัน ที่เหลือ 80 คัน ให้บริการในภาคเหนือตอนบน มีสัดส่วนรถโดยสาร EV 12 คัน หรือ 12%
โดยในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มรถโดยสาร EV อีก 25 คัน เพื่อให้บริการในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ขณะเดียวกันในปี 2570 เมื่อบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะมีการระดมทุนเปลี่ยน Feed จากรถดีเซล เป็น EV โดยจะทยอยเปลี่ยนให้ได้ทุกปี และคาดว่าภายใน 5 ปี จะเปลี่ยนรถที่ให้บริการในภาคเหนือทั้งหมด 80 คัน เป็นรถ EV ทั้งหมด
ในส่วนของสถานีชาร์จพลังงานสะอาด “Fair Super Charge” พร้อมหัวชาร์จไฟฟ้าจำนวน 6 หัว ชาร์จเร็วสูงสุด 720 KWH เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในจังหวัดเชียงใหม่ รองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในภูมิภาค ไม่เพียงสำหรับรถ EV Greenbus เท่านั้น แต่ยังเปิดให้ผู้ใช้รถ EV ทั่วไปสามารถเข้ามาชาร์จได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย พร้อมทั้งเตรียมขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้า Fair Super Charge ไปยังจังหวัดสำคัญในภาคเหนือ
อาทิ เชียงราย และจังหวัดศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งการเดินทางของประชาชน รวมถึงการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยวางสัดส่วนของการใช้สถานีชาร์จ 60% ใช้สำหรับ EV GREENBUS และอีก 40% ให้บริการสถานีชาร์จแก่ประชาชนทั่วไป โดยการลงทุนนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายการเดินทางสีเขียวที่สมบูรณ์ เชื่อมโยงเมืองหลัก–เมืองรอง และสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวด้วยว่า รถโดยสาร EV GREENBUS ทั้ง 12 คัน เป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท เน็คพ้อยท์ (NEX) ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย รวมถึงรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) เป็นรถโดยสารขนาด 40 ที่นั่ง และ วีไอพี 24 ที่นั่ง ห้องโดยสารมีความสะดวกสบาย และมีเครื่องดักฝุ่น PM 2.5 ในห้องโดยสาร ที่จะกำจัดฝุ่นออกไปได้ ใช้เทคโนโลยีในการติดตามควบคุมรถ ต้นทุนราคาคันละ 7 ล้านบาท
“เราให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน ในอนาคตทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ของเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม เราได้รับภารกิจจากภาครัฐในการให้บริการรถโดยสารแก่ประชาชน การปลดปล่อยก๊าซที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิด Climate Change น้ำท่วม PM 2.5 เมืองจะเป็นเมืองน่าอยู่ได้ จึงต้องหาพลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน เพื่อเมืองยั่งยืนในอนาคต” นายกฤษฏิภาชย์ กล่าว
สำหรับภาพรวมอัตราการเติบโตของ Green Bus ในปี 2568 ในช่วงไตรมาสที่ 3 – 4 อยู่ในภาวะที่ไม่ค่อยดีนัก เศรษฐกิจชะลอตัวค่อนข้างมากและเกิดภาวะสงคราม ทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร ทำให้รายได้ในปี 2568 ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ คาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ราว 385 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 มีรายได้ราว 400 ล้านบาท