คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์
ถึงวันนี้สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะลดลงแล้ว แต่ผลกระทบที่ทิ้งไว้เป็นบาดแผลลึกให้คนในพื้นที่อย่างบอบช้ำแสนสาหัส
โดยเฉพาะการสูญเสียคนที่รักต้องจากไปอย่างทุกข์ทรมานนับร้อยชีวิต รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สร้างมาทั้งชีวิตที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยใหญ่
โดยนักธุรกิจหลายคนคาดการณ์ว่า ไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท
ความล้มเหลวในการบริหารงานที่ผิดพลาด ไล่เรียงตั้งแต่เทศบาลหาดใหญ่ นายอำเภอ และในที่สุดนายอนุทิน ชาญวีรกุข นายกรัฐมนตรีออกมายอมรับความผิดพลาดดังกล่าว เพราะบินลงไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ 14.00 น.ของวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 แต่ไปผัดข้าวโชว์
วันนี้นักวิชาการหลายคนเริ่มถอดบทเรียนของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่หลายคนไม่ค่อยได้เอ่ยถึงหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่พยากรณ์ดินฟ้าอากาศ อย่าง “กรมอุตุนิยมวิทยา” กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่น่าจะต้องมีบทบาทรับผิดชอบ และปฏิวัติการทำงานอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะ “กรมอุตุนิยมวิทยา” เนื่องจากปริมาณฝนสะสม 3 วันย้อนหลังในพื้นที่ จ.สงขลา (19-21 พ.ย. 68) สูงสุดถึง 630 มม. สูงกว่าน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2553 ที่มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 428 มม. ถือเป็นปริมาณน้ำฝนตกหนัก สูงสุดในรอบ 300 ปี
ปริมาณฝนที่ตกถึง 600 มม. เท่ากับปริมาณฝนที่ตกรวมกันถึงครึ่งปี
กรมอุตุนิยมวิทยาควรจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแจ้งบอกกับรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่สิ่งที่กรมอุตุฯออกมาคือการประกาศเตือนภัยด้วยเอกสารอย่างเป็น “ปกติ”
ขณะที่การจัดรายการผ่านเพจเฟซบุ๊กของกรมอุตุฯ วิทยากรแต่ละคนออกมาพูดกันด้วยน้ำเสียงโมโนโทน “ฝนตกหนักมาก คลื่นลมแรง เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง” อย่าง “รูทีน”
ถามว่า ปริมาณฝนที่ตกมากเกินกว่า 300-400 มิลลิเมตรขึ้นไป สะท้อนถึงความผิดปกติหรือไม่ ! โดยเฉพาะฝนตกแช่ !
คนในรัฐบาลหลายคนทราบถึงความผิดปกติหรือไม่ ? คนในกระทรวงดีอีมีคนเอะใจหรือไม่ ? แล้วหน่วยงานอย่างเทศบาลดูออกหรือไม่ ?
แล้วประชาชนทั่วไปจะมาตีความกับปริมาณฝนตกหนักถึงฝนหนักมากแตกต่างจากปริมาณฝนที่ตกทั่วไปอย่างไร
ขณะที่บทบาทการดูภาพรวมของน้ำอย่างกรมชลประทาน และ สทนช. สามารถดูทิศทางการไหลของน้ำ และความเร็วของน้ำจาก อ.สะเดาที่จะมาถึง อ.หาดใหญ่ สามารถคาดการณ์ได้แต่การมอนิเตอร์ก็ล่าช้าไปหรือไม่
กว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามาแจ้งให้ประชาชนชาว อ.หาดใหญ่ อพยพ 100% เกือบ 12.00 ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ทุกอย่างมันสายไปแล้ว น้ำท่วมบางพื้นที่ระดับ 3 เมตรไปแล้วไม่มีเรือ และอุปกรณ์เพียงพอที่จะอพยพไม่มีการเตรียมการรองรับล่วงหน้า
การบริหารงานของรัฐบาลไทย กับเทียบกับรัฐบาลมาเลเซียไม่ได้เลย แม้วันนี้รัฐบาลจะออกมาตรการเยียวยามากมาย แต่คนต้องเป็นหนี้เพิ่มจากที่ไม่เคยเป็นหนี้ และบางคนต้องมีหนี้เพิ่ม เพื่อนำเงินมาซ่อมบ้าน ทั้งที่เป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาล น่าเศร้าใจยิ่งนัก