Skip to content

มูลนิธิสืบฯ เปิดมุมมองวันสิ่งแวดล้อมไทย ‘สร้างภูมิคุ้มกันธรรมชาติ’ ใหม่ทั้งระบบ

04 ธ.ค. 2568 | 12:32น.
มูลนิธิสืบฯ เปิดมุมมองวันสิ่งแวดล้อมไทย ‘สร้างภูมิคุ้มกันธรรมชาติ’ ใหม่ทั้งระบบ
คอลัมน์: สัมภาษณ์
ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด

เสียงจากมูลนิธิสืบฯ วันสิ่งแวดล้อมไทย : เมื่อธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนภัย ถึงเวลาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และการรับมือที่ยั่งยืน

วันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปีคือ “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ในปีนี้ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่หรือความแปรปรวนของสภาพอากาศ เห็นได้จากกรณีล่าสุด ที่เกิดมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ใน 9 จังหวัดภาคใต้ นับต่อเนื่องมาตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ส่งผลกระทบประชาชนกว่า 3,542,583 คน โดยจุดที่หนักที่สุดอยู่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดมุมมองกับ ประชาชาติธุรกิจ ต่อสถานการณ์ปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจ โดยชี้ให้เห็นว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤต” ที่เกิดจากการเสียสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน

สัญญาณเตือนจากธรรมชาติ : เมื่อระบบนิเวศแบกรับไม่ไหว

ประธานมูลนิธิสืบฯฉายภาพให้เห็นว่า วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ไฟป่า หรือสภาพอากาศที่แปรปรวนรุนแรง เป็นผลพวงมาจากการสูญเสียความสมดุลของระบบนิเวศ ทั้งพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยธรรมชาติได้หายไป

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “สัญญาณเตือน” ที่ธรรมชาติพยายามบอกมนุษย์ว่า สถานการณ์ขณะนี้เกินขีดความสามารถที่ระบบนิเวศจะช่วยเยียวยาหรือดูแลเราได้แล้ว ความรุนแรงของภัยพิบัติจึงปรากฏชัดเจนและส่งผลกระทบใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที

ความพร้อมรับมือ : โจทย์ใหญ่ของรัฐและชุมชน

เมื่อภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว สิ่งสำคัญที่สุด ณ วันนี้ คือ “ความพร้อมในการรับมือ” นายภาณุเดชเสนอแนะว่า ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเพื่อการเตรียมตัวได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับน้ำท่วม หรือปัญหาไฟป่าสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ป่า

ในขณะเดียวกัน ในระดับชุมชนต้องมีการออกแบบการจัดการพื้นที่ของตนเอง หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยง ชุมชนจะต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน เช่น การกำหนดจุดอพยพ ระบบการเตือนภัย และมาตรการดูแลความปลอดภัยของคนในชุมชน

ความท้าทายใหม่ : คนกับสัตว์ป่า

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่กำลังกลายเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น คือการที่ “สัตว์ป่า” ออกมาหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์มากขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพพื้นที่และสภาพอากาศในป่าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สัตว์ป่าต้องออกมาหาแหล่งอาหารใหม่ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

ประธานมูลนิธิสืบฯมองว่า การแก้ปัญหาด้วยการเยียวยาความเสียหายเป็นรายครั้งเมื่อสัตว์ป่าทำลายพืชไร่ ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน แต่ต้องหาวิธีการจัดการเชิงรุก คือทำอย่างไรให้ทั้งคนและสัตว์ป่ามีความปลอดภัย ควบคุมให้สัตว์อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ทางออกที่ยั่งยืน : ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วย “ไม้เศรษฐกิจ”

สำหรับแนวทางการแก้ไขในระยะยาว นายภาณุเดชเสนอให้รัฐบาลมองภาพรวมของการ “ฟื้นฟูภูมิทัศน์ระบบนิเวศ” โดยยอมรับความจริงว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในปัจจุบันมีขอบเขตที่จำกัดและค่อนข้างคงที่แล้ว

โอกาสในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจึงอยู่ที่ “พื้นที่เอกชนและพื้นที่ประชาชน” รัฐควรส่งเสริมให้มีการปลูก “ไม้เศรษฐกิจ” หรือไม้ยืนต้นในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนได้อีกด้วย โดยรัฐต้องเข้ามาสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ ระบบการจัดการ และการตลาดที่ชัดเจน

บทสรุปสู่ประชาชน

สุดท้าย ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ฝากถึงประชาชนในวันสิ่งแวดล้อมไทยว่า สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนทุกคนคือกลไกสำคัญในการช่วยกันฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนมาสมดุลอีกครั้ง เพื่อความยั่งยืนของทั้งชีวิตและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ข้อมูลสถานการณ์ป่าไม้ไทย

อนึ่ง : ข้อมูลจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรระบุว่า 31.46% หรือ 101,785,271.58 ไร่ คือสถานภาพพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ลดลงจากปี 2566 เท่ากับ -32,884.18 ไร่ แม้ตัวเลข ณ ปัจจุบันจะไม่แตกต่างจากปี 2566 มากนัก

แต่การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ในทุก ๆ ปี ยังคงสะท้อนถึงการถูกคุกคามทั้งจากมนุษย์และภัยธรรมชาติอยู่เสมอ รวมทั้งระบบการจัดการ ควบคุม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เช่น ขาดการประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องแก่ภาคประชาชน การขาดแคลนบุคลากรที่จำเป็นหรือบุคลากรที่มีอยู่ขาดการพัฒนาองค์ความรู้ การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด เป็นต้น

แม้ปัจจุบันนโยบายป่าไม้แห่งชาติยังคงกำหนดเป้าหมายการมีพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศไทย แต่ภาพรวมสถานภาพพื้นที่ป่าไม้ยังคงสวนทางกับเป้าหมายของนโยบายป่าไม้แห่งชาติอยู่ และยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งยังไม่นับรวมถึงผลกระทบที่นำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า (Human-Wildlife Conflict)