Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท.จ่อให้ร้านทองรายงานธุรกรรมซื้อขาย หวังลดแรงกดดันเงินบาท-ตรวจเส้นเงิน

04 ธ.ค. 2568 | 14:09น.
gold

gold

ธปท.ถกคลัง เล็งขอความร่วมมือร้านทองรายงานธุรกรรมซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม-หน้าร้าน พร้อมกำชับธนาคารพาณิชย์เข้มตรวจสอบเอกสารการซื้อขาย-ทำธุรกรรม FX ให้ลูกค้าร้านทองคำ คาดเปิดเฮียริ่งภายในเร็ว ๆ นี้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นเกณฑ์ขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศ หวังมีข้อมูลช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่า-ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) ในเรื่องเกณฑ์การขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศที่ไม่ต้องนำกลับประเทศ (Repatriation) จาก 1 ล้านดอลลาร์ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 11 ธ.ค.นี้ บนเว็บไซต์ ธปท.

ชญาวดี ชัยอนันต์
ชญาวดี ชัยอนันต์

“เรื่องของ Repatriation น่าจะมีการเฮียริ่งผู้เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งจะช่วยลดการนำเงินดอลลาร์กลับเข้ามาแลกเป็นเงินบาท ลดเงินไหลเข้า และผู้เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้ดีขึ้น และลดแรงกดดันค่าเงินบาทได้ มองว่า Win Win ทั้ง 2 ฝ่าย”

นอกจากนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการพูดคุยกับกระทรวงการคลังในการแก้ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการให้ร้านทองรายงานธุรกรรม โดยจะเร่งทำ Hearing ภายในเร็ว ๆ นี้ การรายงานธุรกรรมการซื้อขายทองคำ เบื้องต้นจะมีเกณฑ์ด้านรายได้มากำหนด ว่าร้านใดจะเข้าข่ายการรายงานข้อมูลบ้าง ไม่ได้ครอบคลุมทุกร้าน

โดยการรายงานข้อมูลร้านทองจะแบ่งเป็น 1.แพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำ ซึ่งจะเป็นการรายงานรายธุรกรรม (Transaction) เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านี้มีข้อมูลอยู่แล้ว และ 2.ข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายผ่านหน้าร้านทอง ซึ่งจะเป็นการรายงานธุรกรรม ณ สิ้นวัน

ขณะเดียวกัน ธปท.ให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบธุรกรรมและเอกสารการซื้อขายทองคำอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยจะต้องดูใบคำสั่งซื้อ หรือใบขนทองเมื่อมีธุรกรรมการส่งออกและนำเข้า เพื่อพิจารณาว่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับปริมาณธุรกรรมการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX) จริงหรือไม่ รวมถึงการซื้อขายทองคำนั้นด้วยสกุลเงินอะไร เช่น ดอลลาร์ หรือคริปโต เป็นต้น

ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ และหากมีธุรกรรมต้องสงสัยนอกจากรายงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะต้องรายงาน ธปท.ด้วย

ทั้งนี้ การแก้ประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลทองคำนั้น ไม่เป็นเพียงลดแรงกดดันค่าเงินบาทเท่านั้น แต่การเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นผลดี อย่างน้อยจะช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ หากมีธุรกรรมต้องสงสัยเกิดขึ้น แต่คงไม่ได้ลดธุรกรรมช่วยลดบาทแข็งค่ามากนัก แต่ช่วยผ่อนแรงกดดันได้

อย่างไรก็ดี แนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับธุรกรรมทองคำ ซึ่งบางวันหากราคาทองคำขึ้นสูง และมีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะขึ้นอีก จะเป็นแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น โดยบางวันเฉลี่ยสูงถึง 10-20% แต่ส่วนใหญ่การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เช่น ค่าเงินดอลลาร์ เป็นต้น

“เราคุยกับกระทรวงการคลังและขอความร่วมมือกับร้านทอง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยต่อเนื่อง และมีการช่วยกันคิด ซึ่งร้านทองเองก็ไม่อยากเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจของคนอื่นด้วย ดังนั้น ต้นตอคงไม่ใช่เรื่องของเงินบาทแข็งอย่างเดียว แต่การมีข้อมูลไว้ก็จะเป็นผลดีมากกว่า เพราะเราสามารถตรวจสอบเส้นเงินได้ โดยในเบื้องต้นอาจจะขอความร่วมมือร้านทองร้านใหญ่ ๆ ก่อน เพราะการรายงานจะต้องมีการทำระบบต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน”