ห้าง-ศูนย์การค้าทุ่มเม็ดเงิน 1,500 ล้านบาท ระเบิดศึกโค้งสุดท้ายของปี “เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-เอ็มดิสทริก” ชูแคแร็กเตอร์ดิสนีย์-หมีเนย-ฮาชิฮาชิ ส่วน “จังซีลอน ภูเก็ต” ลุยอีเวนต์รักษ์โลกชิงลูกค้าภาคใต้ สร้างแม็กเนตดึงนักช็อปสู้ตลาดอีคอมเมิร์ซ อัดโปรโมชั่นแรงเร่งปิดการขาย ตั้งเป้าทราฟฟิก-ยอดขายโตพุ่ง 30%
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปี 2568 ตัวเลขเริ่มดรอปลงในไตรมาส 2-3 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสำคัญ
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัดเจน โดยลูกค้าไม่ได้มาศูนย์การค้าเพื่อซื้อของเป็นหลักแล้ว แต่มาเพื่อรับประทานอาหารและใช้ชีวิต ธุรกิจร้านอาหารจึงเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตสูง สินค้าแฟชั่นกลับนิ่ง
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ธุรกิจออฟไลน์ไม่สามารถแข่งขันด้วยราคาเหมือนออนไลน์ได้ แต่ต้องเน้นการสร้างประสบการณ์ และบริการที่ผูกพันกับลูกค้า ดังนั้น ในช่วงโค้งท้ายปลายปี เดอะมอลล์จะเน้นยกระดับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่สนุกสนาน มีเอกลักษณ์ และดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Gen Z และนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเติมจากฐานลูกค้าครอบครัวและคนวัยทำงาน
ด้วยการทุ่มงบฯ 500 ล้านบาท จัดแคมเปญ “MONCHHICHI x THE MALL GROUP THE GREAT NEW YEAR 2026” ไฮไลต์เป็นแคแร็กเตอร์ Monchhichi ที่จะปรากฏตัวนอกญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยร่วมกับบริษัท เซกิกูชิ (Sekiguchi) ผู้สร้างสรรค์แคแร็กเตอร์นี้ ซึ่งเห็นกระแสโตก้าวกระโดดของตลาดอาร์ตทอยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
แคมเปญมอนชิชิจะครอบคลุมทุกมิติของเทศกาล ตั้งแต่การตกแต่งสถานที่เป็นมอนชิชิ คริสต์มาสธีม, พรีเมี่ยม มอนชิชิ ลิมิเต็ด คอลเล็กชั่น, มอนชิชิไทยคอลเล็กชั่น วางจำหน่ายที่แผนก BETREND, พ็อปอัพสโตร์ Monchhichi Holiday Store-The First-ever Pop-Up Concept Store แห่งแรกในไทยที่เอ็มโพเรียม, จัดกิจกรรม Monchhichi Christmas Town Experience Event ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ LINE สติ๊กเกอร์ Monchhichi โหลดฟรี
“เราจะไม่เน้นเรื่องขายของ แต่เน้นประสบการณ์ อีเวนต์ใหม่ ๆ เพราะคนรู้สึกว่าของมีเหมือนกันหมด สำหรับออฟไลน์ต้องเป็นเรื่องประสบการณ์ เราหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยผลักดันยอดขายโดยรวมตลอดปีคือ 55,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2567”
เซ็นทรัลทุ่ม 800 ล้าน
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่างานเทศกาล หรือ Festival Economy เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค ผ่านงานเทศกาล ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายได้ดี ทั้งเทศกาลตรุษจีน, สงกรานต์, Pride Month, Grand Sale, Halloween และ Countdown ที่เซ็นทรัลเวิลด์
กลยุทธ์หลักของเซ็นทรัลในโค้งสุดท้ายของปีจะยังเป็นการสร้างอีเวนต์ ด้วยการทุ่มงบฯ 800 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนถึง 100 ล้านบาท พร้อมผนึกดิสนีย์ นำแคแร็กเตอร์ระดับโลกมาสร้างความคึกคัก เพื่อเป็นแม็กเนตสีสันดึงดูดผู้บริโภคมายังศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ตอบโจทย์คนไทยโดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
รวมถึงไฮไลต์ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ไทย และแคแร็กเตอร์มิกกี้ เมาส์ และมินนี่ เมาส์ ในชุดผ้าไทยลวดลายผ้าพื้นเมืองจาก 8 จังหวัดมาตัดเย็บจริง เพื่อนำเสนอสินค้าหัตถกรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น คาดหวังว่าแคมเปญนี้จะเพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการในศูนย์การค้าเซ็นทรัลช่วงปลายปีนี้ได้อีก 25-30%
เอ็ม ดิสทริคยึดหมีเนย
นางสาวอรธิรา ภาคสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส เอ็ม ดิสทริค ประกอบด้วย เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ เผยว่า ส่งท้ายปี 2568 เราจะมุ่งสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างด้วยกิจกรรมการตลาดแบบจัดเต็ม
โดยทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท จัดอีเวนต์เพื่อดึงทราฟฟิกเข้าศูนย์ เริ่มจากการเปิดงานคริสต์มาส ด้วยโชว์ของ “น้องหมีเนย” ร่วมกับศิลปินซี-นุนิว, วิลเลี่ยม-เอส และเติ้ล-เฟิร์สวัน พร้อมแสงสีเสียงระดับโลก พร้อมปรับพื้นที่ 3 ศูนย์เป็นธีมปาร์ก Winter Wonderland และ Enchanted Forest เริ่มต้นเดือนธันวาคม 2568 จนถึงต้นปี 2569 โดยมีการแสดงพลุเคานต์ดาวน์เป็นไฮไลต์ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์อีเวนต์
“เราทุ่มงบฯจัดกิจกรรมปลายปี ไม่เพียงขอบคุณลูกค้า แต่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจย่านสุขุมวิทให้คึกคัก ในฐานะ Place To Live ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อผลักดันกรุงเทพฯให้เป็นมหานครที่เต็มไปด้วยสีสัน”
MBK ชูสายมูสุดคิวต์
นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บมจ.เอ็ม บี เค เผยว่า เรายังคงเน้นสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปีนี้จัดในคอนเซ็ปต์ Musical Joyride ไฮไลต์เป็นต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน โดยร่วมกับนางสาววิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan ศิลปินนักวาดภาพที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ
โดยสื่อถึงความสุขที่หมุนอยู่รอบตัวของทุกคน เต็มไปด้วยความสนุก อบอุ่น และสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในเทศกาลปีใหม่
“ปี 2569 เป็นปีนักษัตรมะเมีย เราจึงใช้ Theme ม้าหมุน ต้นคริสต์มาสก็มีม้าที่มีลายแตกต่างกันอยู่ 8 ตัว ซึ่งเป็นเลขมงคล ม้า 8 ตัวเป็นตัวแทนของความสุข 8 อย่าง ได้แก่ ร่ำรวยมีสุข สุขภาพมั่งคั่ง การงานมั่นคง ครอบครัวสุขสันต์ มิตรภาพดีงาม ความรักบริบูรณ์ จิตใจสงบเย็น และเติบโตไม่หยุดนิ่ง”
จังซีลอนเน้นรักษ์โลก
นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เผยว่าศูนย์การค้าจังซีลอนได้ปรับแผนการตลาดใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงไว้อาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพิ่มกิจกรรมเพื่อสังคม หลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในภาคใต้
เน้นตกแต่งบรรยากาศช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยการสนับสนุนศิลปินไทยได้โชว์ผลงานสู่สายตาชาวโลก ทั้งยังให้ความสำคัญกับ Sustainable Growth ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
ด้วยการทุ่มงบฯ 17 ล้านบาท ตกแต่งศูนย์การค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Eco Wonderland นำขยะจากทะเลและวัสดุเหลือใช้มาอัพไซเคิลเป็นผลงานศิลปะ จับมือศิลปินไทยร่วม “คอลแลบส์” ได้แก่ ปุ๋ย-กิติพงษ์ โง้วศิริ ศิลปินชาวภูเก็ต, เอ๋-วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ หรือ WISHULADA ศิลปินนักขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ไฮไลต์เป็นการนำลวดลายของสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกิส เอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต มาออกแบบกราฟิกสัตว์ทะเลหายาก 9 ชนิด ได้แก่ เต่ามะเฟือง, หอยมุกขาว, ปลานกแก้ว, ฉลามเสือดาว, กระเบนราหู, กุ้งมังกร 7 สี, พะยูน, ม้าน้ำ และแมงกะพรุน แล้วนำมาตกแต่งในศูนย์การค้า เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลถึงวันที่ 15 มกราคม 2569
“จังซีลอนปรับแผนเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ใช่แค่ Shopping Center แต่เป็นที่ที่ต้องมาเยือน สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ”