เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน แต่ยังขาดความหวัง จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน แต่ยังขาดความหวัง จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
Biz Movement หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
ดูทั้งหมด

มท.คาดสัปดาห์นี้ฟื้นฟู ‘สงขลา’ เสร็จ จับตา 11-14 ธ.ค.ใต้ฝนตกหนักเพิ่ม

07 ธ.ค. 2568 | 19:52น.

มท.3 กำชับทุกหน่วยเร่งบูรณาการสรรพกำลังฟื้นฟูพื้นที่สงขลา ต่อเนื่องตามเป้า “7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด” คาดสัปดาห์นี้จัดการฟื้นฟูพื้นที่เสร็จ พร้อมรับมือช่วง 11-14 ธ.ค. ภาคใต้ฝนตกหนักเพิ่ม

ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา รวมถึงการติดตามและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ในระยะต่อไป

โดยมี นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านกิจการความมั่นคงภายใน ในฐานะผู้กำกับควบคุมพื้นที่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งประจำการอยู่ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากหน่วยงานการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ทั้ง 18 ส่วนงาน ร่วมประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายศักดิ์ดากล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น พบว่าปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลาและพื้นที่ลุ่มต่ำ หลายพื้นที่ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่

ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานได้ประสานการปฏิบัติร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อคืนพื้นที่ชุมชน บ้านเรือน ห้างร้าน รวมถึงการขนย้ายและจัดการขยะ การดูแลระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา บ้านเรือนประชาชน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แม้ว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้เกือบปกติแล้ว ยังมีบางจุดที่ยังต้องเร่งซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้งานได้โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าพักที่พักอาศัย และใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วตามแนวทาง “7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด”

นายศักดิ์ดากล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลสุขภาพประชาชนและการป้องกันโรคระบาด ขอให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขอนามัยของประชาชน โดยจัดหายา อุปกรณ์ และบุคลากรในการรักษาพยาบาลที่เพียงพอ รวมถึงวางแผนเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่มากับน้ำภายหลังน้ำลดและโรคระบาดที่จะอาจมากับขยะที่สะสมเป็นเวลานาน

สำหรับการขนย้ายขยะและการจัดการขยะ ต้องเร่งขนย้ายขยะออกจากบ้านเรือนประชาชนไปยังจุดพักกองโดยเร็ว พร้อมคัดแยกขยะ และขนย้ายขยะไปยังจุดพัก โดยใช้น้ำหมักหรือสารระงับกลิ่นฉีดพื้นบริเวณกองขยะ เพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนชุมชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ และป้องกันมลพิษและน้ำเสียในระหว่างรอกำจัดด้วยเตาเผาผลิตพลังงาน

อีกทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการชันสูตร พิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตโดยด่วน เพื่อเร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาค่าปลงศพให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต จังหวัดให้เร่งสำรวจข้อมูลประชาชนที่ยังคงมีการลงทะเบียน เพื่อขอรับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

นายศักดิ์ดากล่าวว่า อีกทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงคมนาคม เปิดพื้นผิวการจราจร โดยเฉพาะถนนสายหลัก สำหรับรถที่ยังไม่พบเจ้าของรถ ขอให้ดำเนินการนำไปเก็บในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางทางจราจร ในส่วนของการดำรงชีพและที่อยู่อาศัย

ขอให้ทุกหน่วยงานยังคงช่วยกันดูแลจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้กับประชาชนให้เพียงพออย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง รวมถึงให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เพื่อจะได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับประชาชนตามระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยและครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายศักดิ์ดากล่าวอีกว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับหน่วยงานด้านการพยากรณ์ พบว่าในช่วงประมาณกลางเดือนธ.ค.ช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. คาดการณ์ว่าอาจจะมีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ ปริมาณฝน สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนธันวาคม ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มอาจจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านระบบเตือนภัย ด้านการอพยพ ด้านทรัพยากรเครื่องจักรกลและกำลังพล และด้านการแพทย์และสาธารณสุข และต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการให้มีความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ภัยซ้ำขึ้นอีก

ด้านนายธีรพัฒน์กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาที่ผ่านมา ได้ดำเนินการแจกจ่ายถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม โรงครัวสนามมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับด้านสาธารณูปโภค ทั้งระบบไฟฟ้าได้มีการจ่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ ยกเว้นแต่พื้นที่เขต 8 ที่ประชาชนบางส่วนไม่ได้อยู่ภายในบ้าน จึงไม่สามารถเข้าสำรวจอุปกรณ์ได้

แต่ส่วนระบบประปาสามารถฟื้นฟูระบบผลิตและจ่ายน้ำได้ครอบคลุม 100% ระบบสื่อสารสามารถใช้งานได้ปกติทุกพื้นที่ ทางด้านการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ มีความคืบหน้าในทุกเขต ส่วนการจัดการขยะในพื้นที่ ทางกองบัญชาการฯ (ส่วนหน้า) ได้วางแผน ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการขยะอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานกรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ เข้าพื้นที่เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่นจากกองขยะ โดยเพราะบริเวณกองขยะชั่วคราว เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่จะตามมาภายหลัง

ซึ่งจากการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่เบื้องต้น คาดว่าภายในอาทิตย์นี้คาดว่าจะสามารถจัดการฟื้นฟูพื้นที่ได้แล้วเสร็จ เพื่อพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเป็นไปตามเป้าหมายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่ได้กำหนดไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วมหาดใหญ่ สงขลา