Skip to content

ครั้งแรก ค่ายรถยนต์จีนที่มาเป็นฝูง เอาชนะเกาหลีใต้ ในตลาดยุโรปตะวันตก

09 ธ.ค. 2568 | 16:00น.
ครั้งแรก ค่ายรถยนต์จีนที่มาเป็นฝูง เอาชนะเกาหลีใต้ ในตลาดยุโรปตะวันตก

บริษัทวิจัยตลาดรถยนต์ในประเทศเยอรมนี รายงานข้อมูล เดือนกันยายน 2025 ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนมียอดขายแซงหน้าค่ายรถเกาหลีใต้ ในตลาดยุโรปตะวันตก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่จีนจะแข็งแกร่งขึ้น 

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ในเดือนกันยายน 2025 ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนมียอดขายรถยนต์ในยุโรปตะวันตก มากกว่าคู่แข่งอย่างแบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก

ข้อมูลจาก Schmidt Automotive Research บริษัทวิจัยตลาดรถยนต์ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเชี่ยวชาญข้อมูลเชิงลึก โดยเฉพาะรถอีวี (EV) ซึ่งระบุว่า ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักร แบรนด์รถยนต์จีนมีส่วนแบ่งตลาด 8% แซงหน้าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ที่ 7.8%

แม้ในเดือนตุลาคม ส่วนแบ่งตลาดของจีนลดลงเหลือ 6.8% ขณะที่เกาหลีใต้อยู่ที่ 7.2% แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขในเดือนกันยายนเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มที่จีนจะแข็งแกร่งขึ้น 

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์ยุโรปตะวันตก มีประเทศหลัก ๆ คือ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน อ้างอิงจากฐานข้อมูลของ JATO ซึ่งวิจัยตลาดรถยนต์

เฟอร์ดินานด์ ดูเดนฮอฟเฟอร์ ผู้อำนวยการ Center for Automotive Research (CAR) เมืองโบคุม ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ขณะที่เกาหลีใต้ยังต้องพึ่งพาตนเอง เนื่องจากฮุนได (Hyundai) และเกีย (KIA) อยู่ภายใต้บริษัทแม่เดียวกันคือ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป (Hyundai Motor Group) แต่ค่ายจีนจำนวนมากเข้าสู่ตลาดรถยนต์เป็นกลุ่มใหญ่ หรือ “ความเป็นฝูง” โดยฉางอัน (Changan) เสียวหมี่ (Xiaomi) และบริษัทสัญชาติจีนอื่น ๆ จะเข้าตลาดนี้ในไม่ช้า

นอกจากนี้ ดูเดนฮอฟเฟอร์ ยังระบุว่า กลุ่มค่ายรถยนต์จีนมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายต่างเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง กลุ่มค่ายรถยนต์จีนจะแข็งแกร่งขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า และผลักญี่ปุ่นและเกาหลี ให้ลงไปอยู่ท้ายแถวของตลาดรถยนต์โลก

ตามข้อมูลของ Schmidt Automotive Research ในเดือนมกราคม – กันยายน 2025 ผู้ผลิตรถยนต์จีนมียอดขาย 503,321 คัน ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก เพิ่มขึ้น 77.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สูงกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวม ซึ่งเติบโตเพียงน้อยนิดที่ 1.1%

ผลประกอบการที่น่าประทับใจนี้เกิดขึ้น แม้คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) จะเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEVs) ที่ผลิตในจีน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 เป็นต้นมา เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ได้รับเงินอุดหนุนอย่างไม่เป็นธรรมจากรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี ในเดือน กรกฎาคม – กันยายน รถยนต์สัญชาติจีนขายออกเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024 

แม้ว่าตัวเลขจะบ่งชี้ว่า ฮุนไดและเกียกำลังแข่งขันในยุโรปได้น้อยลง แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ส่วนแบ่งตลาดในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของทั้งสองบริษัทเกาหลีใต้ ลดลงเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่อีกหนึ่งคู่แข่งอย่างค่ายรถญี่ปุ่น ลดลงอย่างมากที่ 1.8% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของญี่ปุ่นอยู่ที่ 12.5% ​​

มัตเธียส ชมิดท์ ผู้ก่อตั้ง Schmidt Automotive Research ให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิ เอเชีย ระบุ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนลดช่องว่างส่วนแบ่งตลาดรถยนต์เกาหลีใต้ โดยเข้ามาแทนที่ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ซึ่งเป็นที่ยอมรับมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สเตลแลนทิส (Stellantis) เทสลา (Tesla) และค่ายรถญี่ปุ่น

ชมิดท์ตำหนิผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งขาดแคลนรถยนต์ประเภท BEV เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการค่ายรถญี่ปุ่นอ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถอีวีมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ยุโรปตะวันตกถึง 20% เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยในช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม รถยนต์อีวีค่ายญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในยุโรปตะวันตก มีเพียง 4.3% เท่านั้น เมื่อเทียบกับค่ายเกาหลีใต้ที่ 20% และจีนที่ 37%

จอร์น กรองค์จาร์ ประธานสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเดนมาร์ก กล่าวว่า เกาหลีใต้ผลิตรถยนต์คุณภาพเยี่ยมในระดับราคาสูง ทั้งเกียและฮุนไดเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเดนมาร์ก แต่แบรนด์จีนจำนวนมากมายมหาศาลซึ่งมีราคาต่ำกว่า จะทำให้การแข่งขันจากเกาหลีใต้ดุเดือดขึ้น

อย่างไรก็ดี แมทเทียส เบิร์กแมน ซีอีโอของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์สวีเดน (Mobility Sweden) อ้างอิงสถิติจาก Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในสหรัฐ ว่า แม้จำนวนรถยนต์ที่สหภาพยุโรป (อียู) นำเข้าจากจีนจะเพิ่มมากขึ้น แต่มูลค่าของรถยนต์กลับซบเซาลง เนื่องจากอียูเริ่มเก็บภาษีนำเข้า โดยในเดือนกรกฎาคม ราคานำเข้ารถอีวีจีนถูกกว่าเดิมเฉลี่ยต่อคันเกือบ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 287,000 บาท) เมื่อเทียบกับราคานำเข้าในช่วงพีค เมื่อช่วงครึ่งแรกของปี 2023

เบิร์กแมนกล่าวว่า ภาษีดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตอีวีสัญชาติจีนต้องลดราคาสินค้า เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ อีกทั้งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มากขึ้น เพราะไม่ถูกเก็บภาษี