เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
Economic เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
Economic นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
น้ำต้นทุนพอ แต่ห้ามประมาท สทนช.เร่งรื้อสิ่งกีดขวาง รับฝนหนัก-เอลนีโญ 2570
Economic น้ำต้นทุนพอ แต่ห้ามประมาท สทนช.เร่งรื้อสิ่งกีดขวาง รับฝนหนัก-เอลนีโญ 2570
TSD แจงปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มีผู้ได้รับผลกระทบราว 2 แสนราย ยันไม่เกี่ยวกับแอปฯวิเศษ
Finance TSD แจงปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มีผู้ได้รับผลกระทบราว 2 แสนราย ยันไม่เกี่ยวกับแอปฯวิเศษ
LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
Real Estate LPN-เมเจอร์ฮอลลีวูด ดึง”สุกี้-หมูกระทะ”แบรนด์ดัง เปิดสาขา สร้างแม่เหล็กใหม่
ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ผู้ว่าฯ ภูเก็ตมอบรางวัล “24 แบรนด์ดัง 2026” เชิดชูธุรกิจท้องถิ่นโดดเด่น
“แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
HR “แพน โฟ”เปิด 4 หลักสูตร MICRO MBA ครบทั้งธุรกิจ การเงิน การตลาด และ AI
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Finance คกก.จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ข่าวในพระราชสำนัก มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
ดูทั้งหมด

ถึงเวลาย้ายฐานการผลิต เพื่อสร้างฐานการส่งออกใหม่ที่แข็งแกร่งกว่า

14 ธ.ค. 2568 | 17:02น.
stock-market-exchange-wireless-communication-network-skyscraper-background
คอลัมน์ : เลียบรั้วเลาะโลก
ผู้เขียน : ฝ่ายวิจัยธุรกิจ EXIM BANK

ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลกในปัจจุบัน ทำให้โมเดลการทำธุรกิจแบบดั้งเดิมที่เน้นการผลิตในประเทศแล้วส่งออกกำลังเผชิญกับความท้าทายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และนโยบายกีดกันทางการค้าที่ทำให้กำแพงภาษีสูงขึ้นและห่วงโซ่อุปทานเปราะบางลง ผู้ประกอบการจึงควรมองโมเดลอื่นในการเติบโต ท่ามกลางสัญญาณเตือนว่าการส่งออกอาจถึงทางตันในระยะข้างหน้า

ซึ่งหนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจคือ การขยายการลงทุนออกไปนอกประเทศ เพื่อขยับเข้าใกล้คู่ค้าและลูกค้า รวมถึงเป็นการสร้างฐานการส่งออกใหม่เพื่อเป็นกลไกเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ การพิจารณาความเหมาะสมของธุรกิจในการออกไปลงทุนในต่างประเทศในเบื้องต้นอาจประเมินจาก 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

ประการแรก…แรงผลักดันจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจขยายการลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อให้ธุรกิจช่วงชิงความได้เปรียบเชิงต้นทุนและมีศักยภาพในการแข่งขันเหนือคู่แข่งในเวทีโลกที่สำคัญ อาทิ

ปัจจัยด้านต้นทุน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างต้นทุนของประเทศไทยกำลังปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับบางประเทศ ดังนั้น การย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปยังประเทศที่มีต้นทุนค่าจ้างแรงงาน รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่แข่งขันได้ดีกว่า จึงเป็นกลยุทธ์ในการรักษามาร์จิ้นของธุรกิจ

ปัจจัยด้านขนาดตลาด ปัจจุบันตลาดในประเทศเริ่มมีขนาดจำกัด การเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศที่เป็นตลาดขนาดใหญ่หรือมีกำลังซื้อสูง จะช่วยคลายข้อจำกัดด้านอุปสงค์ นอกจากนี้ การเข้าไปอยู่ใกล้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นจะช่วยให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่นได้ลึกซึ้งกว่า นำไปสู่การพัฒนาสินค้าที่ตรงใจ (Localization) ซึ่งทำได้ยากหากบริหารจัดการจากระยะไกล

ปัจจัยด้านมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในประเทศปลายทาง หลายประเทศมีนโยบายดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศด้วยมาตรการจูงใจด้านภาษี อาทิ การยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล และการยกเว้น/ลดหย่อนภาษีนำเข้า รวมถึงมาตรการจูงใจที่ไม่ใช่ภาษี อาทิ สิทธิประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลดขั้นตอนด้านกฎระเบียบ มาตรการเหล่านี้ถือเป็นแต้มต่อที่ผู้ประกอบการควรคว้าไว้เพื่อลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจในต่างประเทศ

ประการที่ 2…แรงกดดันจากบริบทโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยกลุ่มนี้ถือเป็นตัวเร่งสำคัญในปัจจุบันที่กดดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ที่สำคัญ อาทิ

ผลกระทบจากกำแพงภาษีและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ และจีน ที่ทำให้หลายบริษัทได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว ขณะที่มาตรการภาษีของสหรัฐ โดยเฉพาะ Reciprocal Tariffs ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่โดนมาตรการภาษีต่ำกว่าประเทศอื่น เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ

ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน วิกฤตที่เกิดขึ้นในช่วง COVID-19 ไปจนถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ สร้างอุปสรรคในการขนส่งสินค้าในห่วงโซ่อุปทานการผลิต อาทิ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการปิดท่าเรือ สถานการณ์ดังกล่าวแสดงถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตจำนวนไม่มาก ดังนั้น การย้ายฐานการผลิตไปอยู่ใกล้กับคู่ค้าจะช่วยลดความเสี่ยงและลดความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานลงได้

การตอบสนองต่อความต้องการของตลาด การย้ายฐานการผลิตไปตั้งอยู่ใกล้ตลาดผู้บริโภคปลายทางจะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะช่วยลดระยะเวลาในการนำส่งสินค้าให้สั้นลง อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการผลิตสินค้าแฟชั่นและสินค้าเทคโนโลยี

ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เมื่อโลกกำลังมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน ประเทศที่ดึงดูดการลงทุนจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ที่แข็งแกร่ง อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบโจทย์ Net Zero ของบริษัทข้ามชาติ การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีความพร้อมเหล่านี้ จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

การก้าวออกไปลงทุนในต่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายธุรกิจในต่างแดน แต่เป็นการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง ผู้ประกอบการที่กล้าปรับตัวจะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิเศรษฐกิจโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง