มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2495 เวลา 17.45 น. ทรงเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
28 กรกฎาคม ของทุกปี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ปวงชนชาวไทยจะร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัย พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาเพื่อสร้างรากฐานแห่งอนาคตของชาติ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยทรงตระหนักว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ”
พระองค์ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพและทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเตรียมคนไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
โดยพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาที่สำคัญ ประกอบด้วย
ทรงพัฒนาการศึกษาอย่างทั่วถึง
พระองค์ทรงห่วงใยการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสนับสนุนการก่อตั้งโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 จ.นครพนม, โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 2 จ.กำแพงเพชร, โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 1 จ.อุดรธานี, โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 จ.สงขลา และโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 3 จ.ฉะเชิงเทรา
ทรงรับโรงเรียนไว้ในพระราชูปถัมภ์เพิ่มอีก 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กรุงเทพฯ, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดประดู่) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.สมุทรสงคราม, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.ปทุมธานี, โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดสุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.สมุทรสาคร, โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ จ.นนทบุรี และโรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จ.ระยอง รวมถึงโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 แห่ง เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา

ทรงสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา
พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนเด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ ผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พัฒนาต่อยอดให้ทันสมัย พร้อมน้อมนำพระราโชบายมาปฏิบัติ โดยพัฒนาระบบการดำเนินงานในองค์กร และระบบการออกอากาศการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยยังคงดำเนินการถ่ายทอดเทปบันทึกการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-มัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปยังกลุ่มโรงเรียนปลายทาง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกล 31,000 แห่ง จากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งปรับปรุงระบบการออกอากาศเป็นรูปแบบความคมชัดสูง พัฒนาสื่อการเรียนการสอน เพิ่มช่องทางการออกอากาศทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น DLTV และช่องยูทูบ
พระราชทานโอกาสทางการศึกษา
พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา อาทิ ปี พ.ศ. 2552 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดำริดำเนินการโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ประพฤติดีและมีผลการเรียนดีให้ได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” โดยทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิ เพื่อสานต่อและเสริมความยั่งยืนให้กับโครงการทุนพระราชทานที่ทรงริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งการดำเนินงานของมูลนิธิ มีกลไกระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการที่เข้มแข็ง โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงมีคณะกรรมการระดับจังหวัดทุกจังหวัด
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่คัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับทุน และส่งเสริมการบำเพ็ญประโยชน์ตลอดที่ได้รับทุนจนสำเร็จการศึกษา โดยปี 2552-2564 มีผู้ได้รับทุน ม.ท.ศ. 13 รุ่น จำนวน 2,088 คน จากทั่วประเทศ เป็นเงินทุนพระราชทานรวม 607 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มูลนิธิได้พัฒนารูปแบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามพระบรมราโชบาย เพื่อบ่มเพาะเยาวชนไทยให้เป็นคนดี มีจิตอาสา พร้อมพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน ซึ่งเริ่มตั้งแต่รุ่นที่ 9 เป็นต้นมา

ทรงสนับสนุนมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ถือกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “ราชภัฏ” ซึ่งหมายถึง “คนของพระราชา” ให้แก่สถาบันการศึกษาผลิตครู เพื่อพัฒนาการศึกษาและท้องถิ่น
ภายใต้การนำของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงสานต่อพระราชปณิธานและทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างต่อเนื่อง
โดยทรงตระหนักถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในฐานะกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏจัดการเรียนการสอนมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรม
พระราชกรณียกิจของพระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาและการทำงานเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยตลอดไป