เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
Finance XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
ดูทั้งหมด

“ตราด” รบหวั่นท่องเที่ยววืด 5 พันล้าน ชงรัฐขอพักหนี้พิเศษ-แก้ปมแรงงานให้ชัด

21 ธ.ค. 2568 | 07:02น.
vipha
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ตราดเป็น 1 ใน 7 จังหวัดที่มีสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วม 6 เดือน ที่ต้องปิดด่าน โดยเฉพาะจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก จ.ตราด ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2568 และวันที่ 24 ก.ค. 2568 มีคำสั่งปิดด่านอย่างถาวรทั้ง 7 จังหวัดมาถึงปัจจุบัน จ.ตราดได้รับผลกระทบด้านการส่งออกค่อนข้างรุนแรงตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2567 มูลค่าการค้าด้าน จ.ตราด 29,099 ล้านบาท หรือเดือนละเกือบ 3,000 ล้านบาท ปี 2568 เดือน ก.ค. มูลค่าลดลงเหลือ 309 ล้านบาท

และตั้งแต่ ส.ค.-พ.ย. มูลค่าการค้าเท่ากับ 0 และเมื่อสถานการณ์ชายแดนมีการปะทะกันด้วยอาวุธรุนแรงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 10 วัน โดยที่ยังไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์จะสงบลงจริง ๆ เมื่อใด ผู้อพยพยังต้องอยู่ที่ศูนย์พักพิง ผลกระทบต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจอื่น ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ทั้งด้านการท่องเที่ยว ด้านเกษตรกรรม ธุรกิจรายย่อย และแรงงานกัมพูชา “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ ทันตแพทย์หญิง วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด ถึงสถานการณ์ ปัญหา ผลกระทบ มาตรการช่วยเหลือ แก้ไข เยียวยาจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างจริงจัง

ต่างชาติเลื่อนเที่ยวไฮซีซั่นวูบ

ทพญ.วิภากล่าวว่า การค้าชายแดนกระทบทั้งผู้ส่งออก ผู้ผลิตสินค้า ผู้ประกอบการขนส่ง ธุรกิจรายย่อย SMEs ชาวบ้านที่ค้าขายอยู่บริเวณชายแดน มีความเดือดร้อนเห็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มปิดด่านมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรฎาคม 2568 จนมาเกิดเหตุการณ์ปะทะกันล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 และทางราชการมีคำสั่งให้ประชาชนในพื้นทิ่ติดชายแดน 3 อำเภอ คือ อ.เมืองตราด (4 ตำบล) อ.คลองใหญ่ อ.บ่อไร่ อพยพไปยังศูนย์พักพิง มีผู้อพยพประมาณ 5,000 คน และตามด้วยมาตรการประกาศเคอร์ฟิวระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. 2568 ในเขต 5 อำเภอบนฝั่ง

ยกเว้น อ.เกาะช้างและ อ.เกาะกูด ทำให้ส่งผลกระทบทางด้านท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดตราดอย่างชัดเจน และเดือนธันวาคม 2568 เป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ หลังจากที่นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยมาตลอด เพราะห่างไกลพื้นที่สู้รบ

ที่ผ่านมาคาดว่าจะกระทบเฉพาะในพื้นที่ชายแดน หน่วยงานต่าง ๆ ได้ตอกย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แต่เหตุการณ์สู้รบล่าสุดได้ส่งผลกระทบถึงธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งบนฝั่งและเกาะหลัก ๆ มีการสอบถามติดต่อมา ‘ยกเลิก’ การจองที่พัก โรงแรมบนฝั่ง ประมาณ 60% และบนเกาะ 30-40% จากข้อมูลของ ททท.สำนักงานตราด จากเดิมที่คาดการณ์ว่าเฉพาะช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 40,000-50,000 คน

คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 400 กว่าล้านบาท ตอนนี้รายได้หายไปกว่า 100 ล้านบาทแล้ว ทำให้ตอนนี้ผู้ประกอบการตามเกาะมีความวิตกกังวลในเรื่องการถูกยกเลิกการจองที่พัก และเลื่อนการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งบางประเทศเรื่องการประกันภัยไม่ครอบคลุมการเดินทางมาประเทศไทยตอนนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีการสอบถาม เลื่อนการเดินทางออกไป และจองเข้ามาใหม่ ททท.ประมาณรายได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ว่า เกาะกูด เกาะช้าง เกาะหมาก จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเกือบ 5,000 ล้านบาท

trat

ขอมาตรการพักหนี้พิเศษ

ทพญ.วิภากล่าวต่อไปว่า ผลกระทบจากการปิดชายแดน มีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ทำให้หอการค้าทั้ง 7 จังหวัดชายแดนทำเรื่องเสนอผ่านหอการค้าไทยไปยังรัฐบาล กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น โดยขอให้ภาครัฐออกมาตรการต่าง ๆ มาช่วยเหลือเยียวยา การปรับโครงสร้างหนี้ การขยายเวลาพักชำระหนี้ การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เป็นการช่วยเหลือแบบมาตรการพิเศษจริง ๆ แต่ละพื้นที่

เช่น พื้นที่ที่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวที่จะทำรายได้ช่วงไฮซีซั่นอย่าง จ.ตราด ที่เสียโอกาสในการสร้างรายได้ ขอให้มีมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะมีมาตรการออกมาช่วยเหลือลักษณะนี้ แต่ในทางปฏิบัติจริง เมื่อไปเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้ยังติดขัดด้วยเงื่อนไข กฎระเบียบต้องรอนโยบายส่วนกลาง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า การผิดข้อสัญญาต้องถูกแบล็กลิสต์ ติดเครดิตบูโร 1 ปี หากยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินอย่างเร่งด่วน ให้ทันช่วงไฮซีซั่น ผู้ประกอบการจะไม่สามารถหารายได้มาชำระหนี้ที่มีอยู่ และกิจการจะไปไม่รอด อาจจะถึงกับต้องหยุดชั่วคราว ปิดกิจการ หรือพึ่งพาเงินนอกระบบ

ที่เกาะช้าง ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเดียวที่เหลือเปิดให้บริการอยู่ จากการปิดด่านเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2568 ธนาคารเริ่มมีมาตรการช่วยเหลือเดือนสิงหาคม 2568 ถ้าขอพักชำระหนี้ในรอบแรก คือ เดือนกันยายน-ธันวาคม 2568 มาถึงช่วงไฮต้นเดือนธันวาคม 2568 มาประสบปัญหาชายแดนซ้ำอีก อยากจะขอขยายเวลาพักชำระหนี้ไปอีก 4 เดือน เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง เพราะธุรกิจหยุดไม่ได้

เนื่องจากธนาคารให้ชำระหนี้ตามสัญญาเดิมให้เรียบร้อยก่อน การยืดระยะเวลาพักหนี้ออกไปต้องรอนโยบายของสำนักงานใหญ่ ซึ่งล่าช้าออกไป ถ้าผิดสัญญาคือ ติดเครดิตบูโร ถูกขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ไว้ 1 ปี รีไฟแนนซ์ไม่ได้ กู้เพิ่มไม่ได้ ทำธุรกรรมกับทุกธนาคารไม่ได้ ผู้ประกอบการจะเสียประวัติ

ซึ่งเดือนธันวาคม เหตุการณ์ชายแดนกระทบหนัก ผู้ประกอบการแทบไม่มีรายได้ ถ้ากรณีกู้ธนาคารไม่มีการช่วยเหลือพิเศษต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าปกติ ดังนั้นจึงอยากให้มาตรการที่ออกมาช่วย 7 จังหวัดชายเดนขอให้เป็นมาตรการพิเศษเฉพาะพื้นที่จริง ๆ การขอพักชำระหนี้ 3 เดือนในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ไม่มีรายได้ จะทำให้เกิดสภาพคล่องขึ้น ภาครัฐควรสนับสนุนส่วนแบ่งการชำระดอกเบี้ย เพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการมีเงินไปชำระเงินต้นเพิ่มขึ้น

trat

ชงผ่อนปรนแรงงานเขมรให้ชัด

ทพญ.วิภากล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา จังหวัดตราดพึ่งพาแรงงานจากกัมพูชามาโดยตลอด ทั้งภาคเกษตรกรรม ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ในกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามมาตรา 59 ประเภท บันทึกข้อตกลง (MOU) และประเภททั่วไป (บัตรชมพู) ที่ขึ้นทะเบียนแรงงาน รวมทั้ง มาตรา 64 ทำงานไป-กลับ หรือตามฤดูกาล ที่ด่านปิดแรงงานยังตกค้างอยู่ ตามมติ ครม.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ยังไม่อนุญาตให้จ้างแรงงานกัมพูชาได้ ทำให้มีปัญหาในกลุ่มแรงงานที่จะหมดอายุ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมนายจ้างมีความวิตกกังวล

เพราะจำเป็นต้องใช้แรงงานในสวนตามปกติ และปริมาณมากในฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน รวมทั้งธุรกิจภาคบริการโดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ต

“แรงงานกัมพูชา ประเภท MOU ระยะเวลาทำงาน 2 ปีต่อครั้ง ต่ออายุได้ 2 ปี ส่วนแรงงานบัตรชมพู ข้อมูลเดือนตุลาคม 2568 ที่เหลือประมาณ 5,000 กว่าคน จะทยอยหมดอายุ ชุดสุดท้ายน่าจะต้นปี 2569 ปัญหาคือความชัดเจนถูกต้องในการปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะนี้มติ ครม.ผ่อนปรนการใช้แรงงานเฉพาะสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ส่วนแรงงานกัมพูชาที่เหลืออยู่จะต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้อง เพราะนายจ้างเกรงว่าจะมีความผิด และการรับคนใหม่เข้ามาทำงาน คือ ต้องเริ่มฝึกทักษะกันใหม่ ตอนนี้มีนายจ้างรับมาทำบ้างแล้ว ทั้งภาคเกษตรกรรม และธุรกิจบริการ แต่เราต้องการแรงงานที่เราฝึกฝนไว้มานาน ที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องใช้แรงงานที่มีทักษะจำนวนมาก”

trat

จี้รัฐเก็บข้อมูลเชิงลึกแก้ให้ถูกจุด

ทพญ.วิภากล่าวต่อไปว่า ปัญหาการแก้ไขความเดือดร้อนจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมานอกจากข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ยังไม่พร้อม เช่น การประเมินความเสียหายเชิงเศรษฐกิจ มาตรการต่าง ๆ ยังล่าช้า และขาดความชัดเจนไม่ตรงเป้าหมายเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และอาชีพ

เช่น ประมง ภาคเกษตรกรรม ธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว ธุรกิจ SMEs หน่วยงานภาครัฐควรมีการรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนแต่ละอำเภอ นำมาวิเคราะห์เพื่อส่งต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางแผนหามาตรการให้ความช่วยเหลือ เพื่อเตรียมความพร้อมให้จังหวัดได้ฟื้นตัวโดยเร็ว โดยกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้ธุรกิจ หรือผู้ประสบภัยได้ตรง ตามสภาพความเป็นจริง

trat

การปะทะกันชายแดนล่าสุดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด มีผู้อพยพเข้าพักในศูนย์พักพิง 5,000 คน ถ้าประมาณการรายได้ที่ต้องสูญเสียไปจากการประกอบอาชีพ เฉลี่ยคนละ 500 บาทต่อวัน มูลค่ารวม 2.5 ล้านบาท จริง ๆ แล้วผลกระทบเป็นห่วงโซ่มากกว่านั้น เช่น คนปลูกทุเรียนเป็นช่วงทำดอก เพื่อให้ได้ผลผลิตในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ผลผลิตที่สูญเสียไปเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก ชาวสวนยางไม่ได้กรีดยางพารา ชาวประมงพื้นบ้านที่ไม่ได้ออกจับปลา ร้านอาหารที่ต้องปิดตัวลง รายละเอียดต่าง ๆ ของผู้เสียหาย ต้องเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์

โดยเฉพาะผลกระทบจากภาคเกษตรกรรม ที่ต้องเตรียมวางแผนรองรับในฤดูกาลนี้ ตรงนี้หากมีหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกลงรายละเอียดจะทำให้เห็นปัญหา และแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ตรงจุด ชัดเจน