Skip to content

ญี่ปุ่นฟื้นคืนชีพ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดของโลก หลังเหตุฟูกูชิมะ 15 ปี

22 ธ.ค. 2568 | 17:38น.
ญี่ปุ่นฟื้นคืนชีพ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดของโลก หลังเหตุฟูกูชิมะ 15 ปี

ญี่ปุ่นเดินหน้าก้าวสุดท้ายครั้งประวัติศาสตร์ในการอนุมัติให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง หลังผลการลงมติระดับภูมิภาคเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการหวนคืนสู่ยุคพลังงานนิวเคลียร์ของแดนอาทิตย์อุทัย ในรอบเกือบ 15 ปีนับตั้งแต่โศกนาฏกรรมฟูกูชิมะ

โรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะ (Kashiwazaki-Kariwa) ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 220 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเตาปฏิกรณ์ 54 แห่งที่ถูกสั่งปิดหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2011 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ซึ่งถือเป็นภัยพิบัตินิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในญี่ปุ่น

ปัจจุบันญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ได้เพียง 14 แห่งจาก 33 แห่งที่ยังใช้งานได้ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า

คาชิวาซากิ-คาริวะ จะเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกที่บริหารโดยบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (TEPCO) ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เคยบริหารโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะที่ล่มสลายไป

มติสภาที่สวนทางกับเสียงคัดค้าน

สภาจังหวัดนีงาตะได้ลงมติไว้วางใจนาย ฮิเดโย ฮานาซุมิ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ประกาศสนับสนุนการกลับมาเปิดโรงไฟฟ้าตั้งเดือนที่แล้ว มตินี้ถือเป็นการอนุญาตอย่างเป็นทางการให้เริ่มดำเนินการได้ เขากล่าวว่านี่คือ “หมุดหมายสำคัญ” แต่ย้ำว่าการรับประกันความปลอดภัยของชาวเมืองจะไม่มีวันสิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม การประชุมสภาครั้งนี้สร้างความแตกแยกในชุมชน แม้รัฐจะอ้างเรื่องการสร้างงานและค่าไฟที่ถูกลง แต่สมาชิกสภาฝ่ายค้านมองว่านี่คือ “การตกลงทางการเมืองที่ละเลยเสียงของประชาชน” ขณะที่ด้านนอกสภา มีกลุ่มประท้วงกว่า 300 คนชูป้ายคัดค้านอย่างหนัก ชาวบ้านร้องว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก ประชาชนคือผู้ที่ต้องรับกรรม

แผนการเดินเครื่อง-หนุนเศรษฐกิจ

สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า TEPCO เตรียมเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ตัวแรกจาก 7 ตัวในวันที่ 20 มกราคมนี้

โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีกำลังการผลิตรวมมหาศาลถึง 8.2 กิกะวัตต์ (GW) เพียงพอต่อการใช้ในบ้านเรือนหลายล้านหลัง แผนการขั้นแรกจะจ่ายไฟ 1.36 กิกะวัตต์ในปีหน้า และเพิ่มอีกหนึ่งหน่วยที่มีกำลังเท่ากันในปี 2030

ด้านโฆษก TEPCO ยืนยันมุ่งมั่นไม่ยอมให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยเด็ดขาด ขณะที่ตลาดหุ้นโตเกียวขานรับข่าวนี้ทันที ทำให้หุ้น TEPCO ปิดบวก 2% สูงกว่าดัชนีนิกเคอิที่บวก 1.8%

ความกังวลที่ยังไม่จางหาย

แม้ TEPCO จะทุ่มเงินกว่า 1 แสนล้านเยน (ราว 641 ล้านดอลลาร์) เพื่อพัฒนาจังหวัดหวังซื้อใจชาวเมือง แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าชาวนีงาตะถึง 60% เห็นว่ามาตรการความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ และเกือบ 70% กังวลที่ให้ TEPCO กลับมาเป็นผู้ดำเนินการ

อายาโกะ โอกะ อดีตผู้อพยพจากฟูกูชิมะที่ย้ายมาตั้งรกรากในนีงาตะ เผยว่าเธอยังคงทนทุกข์กับอาการ PTSD จากเหตุการณ์ปี 2011 และไม่อาจยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอีกได้ เช่นเดียวกับเสียงตะโกน “อย่าลืมบทเรียนฟูกูชิมะ” จากกลุ่มผู้ประท้วงที่มองว่าการฟื้นคืนชีพของนิวเคลียร์คือความน่าสะพรึงกลัว

ทิศทางใหม่ภายใต้ผู้นำคนใหม่

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิชิ ซึ่งรับตำแหน่งได้เพียง 2 เดือน สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อย่างเต็มตัวเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และลดภาระค่านำเข้าก๊าซ LNG และถ่านหิน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของต้นทุนการนำเข้าทั้งหมดของประเทศ

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะพุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของ Data Center สำหรับ AI ทำให้รัฐบาลตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์เป็น 20% ภายในปี 2040 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์